$13,500 สำหรับหุ่นยนต์ที่เดินได้ ยกของได้ และเรียนรู้ได้เหมือนมนุษย์

ฟังดูเป็นราคาที่เป็นไปไม่ได้เมื่อไม่กี่ปีก่อน แต่ Unitree Robotics กำลังพิสูจน์ว่านี่คือความเป็นจริงในปี 2024 ด้วยการเปิดตัว C หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งถือเป็นตัวเลือกที่ถูกที่สุดในคลาสนี้ในตลาดโลก ขณะที่คู่แข่งอย่าง Boston Dynamics หรือ Figure AI ยังอยู่ในระดับราคาที่ไม่อาจเอื้อมถึงสำหรับผู้ใช้ทั่วไป
บทความนี้จะพาคุณเจาะลึกทุกมิติของ Unitree G1 ตั้งแต่สเปคเต็มและเทคโนโลยีเบื้องหลัง ไปจนถึงการเปรียบเทียบระหว่างรุ่น G1 มาตรฐาน และ G1 EDU ที่ออกแบบมาสำหรับนักวิจัยโดยเฉพาะ พร้อมวิเคราะห์ข้อดีข้อเสียและความเหมาะสมในการซื้อ เพื่อให้คุณตัดสินใจได้อย่างมีข้อมูลครบถ้วน
🎯 สรุปสั้นๆ
- หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ระดับ Consumer ราคาเริ่มต้นเพียง $13,500 — ถูกที่สุดในคลาสเดียวกันในตลาดโลก
- มี 2 รุ่นให้เลือก: G1 (23 DoF) สำหรับผู้ใช้ทั่วไปและการสาธิต และ G1 EDU (สูงสุด 43 DoF) สำหรับนักวิจัยและนักพัฒนา
- ใช้เทคโนโลยี Force-Position Hybrid Control ร่วมกับ UnifoLM (Unified Robot Large Model) เพื่อการเคลื่อนไหวที่ละเอียดและชาญฉลาด
- รุ่น EDU รองรับ Secondary Development เต็มรูปแบบ พร้อม NVIDIA Jetson Orin และรับประกันนานถึง 18 เดือน
Unitree G1 คืออะไร? ภาพรวมหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ยุคใหม่

Unitree Robotics บริษัทสัญชาติจีนที่เป็นที่รู้จักจากหุ่นยนต์สุนัข Go1 และ B1 ได้ก้าวเข้าสู่สนามหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์อย่างเต็มตัวด้วย G1 จุดยืนที่ชัดเจนของ Unitree คือการทำให้หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์เข้าถึงได้ในวงกว้าง ไม่ใช่แค่สำหรับองค์กรขนาดใหญ่หรืองานวิจัยระดับชาติ แต่รวมถึงนักพัฒนาอิสระ มหาวิทยาลัย และผู้ที่สนใจด้าน Robotics ทั่วไปด้วย
เทคโนโลยีหัวใจของ G1 คือระบบ Force-Position Hybrid Control ซึ่งช่วยให้หุ่นยนต์สามารถรับรู้และตอบสนองต่อแรงที่กระทำกับร่างกายได้แบบ Real-time ผลลัพธ์คือการเคลื่อนไหวที่ “รู้สึก” ได้ถึงสิ่งที่สัมผัส ไม่ใช่แค่ทำตามคำสั่งแบบ Position Control แบบเดิม ทำให้สามารถจับวัตถุที่บอบบางได้โดยไม่บุบสลาย หรือรักษาสมดุลได้เมื่อถูกผลักกระแทก
ที่น่าสนใจคือ Unitree ได้พัฒนา UnifoLM (Unified Robot Large Model) ซึ่งเป็น AI Model ขนาดใหญ่ที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับการควบคุมหุ่นยนต์ แนวคิดเดียวกับที่ Large Language Model เปลี่ยนโลก NLP UnifoLM มุ่งหวังจะสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับ Robot Intelligence โดยให้หุ่นยนต์สามารถเรียนรู้และปรับตัวกับสถานการณ์ใหม่ๆ ได้อย่างยืดหยุ่นมากกว่าการเขียนโปรแกรมแบบ Rule-based แบบเดิม
สเปคและข้อมูลจำเพาะ: G1 vs G1 EDU
ขนาดและน้ำหนัก
ทั้งสองรุ่นมีโครงสร้างภายนอกที่เหมือนกัน โดยเมื่อยืนตรงมีขนาด 1,320 × 450 × 200 มม. และเมื่อพับเก็บจะลดลงเหลือ 690 × 450 × 300 มม. ซึ่งสะดวกสำหรับการขนส่งและจัดเก็บ น้ำหนักรวมแบตเตอรี่อยู่ที่ ประมาณ 35 กก. สำหรับรุ่น G1 มาตรฐาน ส่วน G1 EDU อาจหนักกว่าเล็กน้อยขึ้นอยู่กับ Option ที่เลือกติดตั้ง
ระบบข้อต่อและการเคลื่อนไหว
นี่คือจุดที่ทั้งสองรุ่นแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ G1 มาตรฐานมาพร้อม 23 Degrees of Freedom (DoF) ในขณะที่ G1 EDU สามารถขยายได้สูงสุดถึง 43 DoF ผ่าน Option เสริมต่างๆ รายละเอียดการกระจาย DoF มีดังนี้
- ขาแต่ละข้าง: 6 DoF (รวม 12 DoF)
- เอว: 1 DoF (G1) หรือสูงสุด 3 DoF (G1 EDU — เพิ่มได้อีก 2 DoF)
- แขนแต่ละข้าง: 5 DoF (รวม 10 DoF)
- มือแต่ละข้าง (EDU เท่านั้น): 7 DoF จากมือ Dex3-1 + Optional 2 DoF เพิ่มเติมที่ข้อมือ
ช่วงการเคลื่อนไหวของข้อต่อ (Joint Movement Space) นั้นกว้างมากเป็นพิเศษ ตัวอย่างเช่น Hip Joint สามารถหมุนได้ถึง ±154° ในแนว Pitch และ ±158° ในแนว Yaw ส่วน Knee Joint งอได้ตั้งแต่ 0 ถึง 165° ซึ่งใกล้เคียงกับช่วงการเคลื่อนไหวของมนุษย์จริงๆ
ระบบมอเตอร์และข้อต่อ
ทั้งสองรุ่นใช้มอเตอร์ประเภท Low Inertia High-speed Internal Rotor PMSM (Permanent Magnet Synchronous Motor) ซึ่งให้ความเร็วในการตอบสนองและการระบายความร้อนที่ดีกว่ามอเตอร์แบบ External Rotor ที่มักพบในหุ่นยนต์รุ่นก่อนๆ ระบบตลับลูกปืนใช้ Industrial Grade Crossed Roller Bearings ที่มีความแม่นยำสูงและรับน้ำหนักได้ดี
นอกจากนี้ยังมีจุดเด่นด้านวิศวกรรมที่น่าสนใจ ได้แก่
- Dual Encoder ในทุกข้อต่อ เพื่อความแม่นยำในการรับรู้ตำแหน่ง
- Full Joint Hollow Electrical Routing — เดินสายไฟผ่านกลางข้อต่อ ลดความเสี่ยงสายพันกัน
- Local Air Cooling สำหรับระบายความร้อนมอเตอร์
ความแตกต่างด้าน Torque ระหว่างสองรุ่นก็สำคัญ: Knee Joint ของ G1 มาตรฐานให้ Torque สูงสุด 90 N.m ในขณะที่ G1 EDU ให้ถึง 120 N.m ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความสามารถในการรับน้ำหนักและความเสถียรในการเดิน
ระบบคอมพิวเตอร์และเซนเซอร์
ทั้งสองรุ่นมาพร้อม CPU 8-core High-performance เป็นพื้นฐาน พร้อม Sensing Suite ที่ครบครัน ประกอบด้วย Depth Camera, 3D LiDAR, 4 Microphone Array, และ 5W Speaker รองรับ WiFi 6 และ Bluetooth 5.2 สำหรับการสื่อสารไร้สาย
สิ่งที่ G1 EDU ได้เพิ่มมาคือ NVIDIA Jetson Orin โมดูล High Computing Power ที่เป็นมาตรฐานสำหรับงาน AI Inference ในหุ่นยนต์และยานพาหนะอัตโนมัติ ซึ่งเปิดประตูให้นักพัฒนาสามารถรัน Model ที่ซับซ้อนได้โดยตรงบนตัวหุ่นยนต์
ทั้งสองรุ่นใช้ Smart Battery ขนาด 9,000 mAh แบบ 13 String Lithium ชาร์จด้วย Charger 54V 5A และมีระบบ Quick Release ที่ถอดเปลี่ยนได้รวดเร็ว อายุการใช้งานต่อการชาร์จหนึ่งครั้งอยู่ที่ ประมาณ 2 ชั่วโมง ซึ่งเพียงพอสำหรับการสาธิตหรือทดลองในห้องแล็บ แต่อาจต้องวางแผนสำหรับงานที่ต้องใช้ต่อเนื่องนานกว่านั้น
ตารางเปรียบเทียบ G1 vs G1 EDU แบบครบถ้วน
จากสเปคทั้งหมดที่กล่าวมา นี่คือการเปรียบเทียบแบบ Side-by-Side เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนที่สุด
| หัวข้อ | G1 | G1 EDU |
|---|---|---|
| ขนาดยืน | 1,320 × 450 × 200 มม. | 1,320 × 450 × 200 มม. |
| ขนาดพับ | 690 × 450 × 300 มม. | 690 × 450 × 300 มม. |
| น้ำหนัก | ~35 กก. | ~35 กก.+ |
| Total DoF | 23 | 23–43 |
| DoF ต่อขา | 6 | 6 |
| DoF เอว | 1 | 1 (+2 Optional) |
| DoF ต่อแขน | 5 | 5 |
| DoF มือ | ไม่มี | 7 (+2 Optional ที่ข้อมือ) |
| Knee Torque สูงสุด | 90 N.m | 120 N.m |
| Arm Max Load | ~2 กก. | ~3 กก. |
| CPU | 8-core | 8-core |
| High Computing | ไม่มี | NVIDIA Jetson Orin |
| Depth Camera + LiDAR | ✓ | ✓ |
| 4 Mic Array + Speaker | ✓ | ✓ |
| WiFi 6 / Bluetooth 5.2 | ✓ | ✓ |
| แบตเตอรี่ | 9,000 mAh | 9,000 mAh |
| อายุการใช้งาน | ~2 ชั่วโมง | ~2 ชั่วโมง |
| Secondary Development | ไม่รองรับ | ✓ |
| การรับประกัน | 8 เดือน | 18 เดือน |
| ราคา | $13,500 | ติดต่อทีมขาย |
มือ Dex3-1: Three-Fingered Dexterous Hand

จากสเปคที่ครอบคลุมทั้งตัวหุ่นยนต์ มือ Dex3-1 ถือเป็น Option ที่น่าสนใจที่สุดสำหรับ G1 EDU โดยเฉพาะ มือ 3 นิ้วนี้มีโครงสร้าง 7 Active Degrees of Freedom แบ่งเป็น นิ้วโป้ง 3 DoF, นิ้วชี้ 2 DoF, และนิ้วกลาง 2 DoF การออกแบบ 3 นิ้วแทนที่จะเป็น 5 นิ้วนั้นไม่ใช่การประหยัดต้นทุน แต่เป็นการเลือกเชิงวิศวกรรมที่ให้ความแข็งแกร่งและความน่าเชื่อถือมากกว่า
ความสามารถที่โดดเด่นของ Dex3-1 คือการทำงานร่วมกับ Force-Position Hybrid Control ของตัวหุ่นยนต์ ทำให้มือสามารถรับรู้แรงที่กระทำกับนิ้วแต่ละนิ้วได้แบบ Real-time และปรับแรงจับให้เหมาะสมโดยอัตโนมัติ นอกจากนี้ยังรองรับการติดตั้ง Tactile Sensor Array เป็น Option เสริม ซึ่งจะเพิ่มความสามารถในการรับรู้พื้นผิวและแรงกดได้ละเอียดยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับงานวิจัยด้าน Haptics หรือการจัดการวัตถุที่ต้องการความแม่นยำสูง
การใช้งานและกลุ่มเป้าหมาย
ความแตกต่างระหว่างสองรุ่นสะท้อนกลุ่มผู้ใช้งานที่ชัดเจนมาก G1 มาตรฐานเหมาะสำหรับ
- การสาธิตและ Showcase ในงาน Event, นิทรรศการ หรือโชว์รูม
- งาน Light-duty ที่ไม่ต้องการการจัดการวัตถุที่ซับซ้อน
- ผู้ที่ต้องการทดลอง ใช้งานหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์เป็นครั้งแรก
- บริษัทที่ต้องการ นำหุ่นยนต์ไปใช้เป็น Interface หรือ Mascot
ในทางกลับกัน G1 EDU ออกแบบมาสำหรับกลุ่มที่ต้องการ “เข้าไปแตะ” ระบบจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัยที่ทำวิจัยด้าน Locomotion, ทีม AI ที่ต้องการ Platform สำหรับทดสอบ Model, หรือบริษัท Startup ด้าน Robotics ที่ต้องการ Hardware พร้อมใช้ในราคาที่เข้าถึงได้
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องระวังก่อนซื้อคือประกาศเตือนจาก Unitree เองที่ระบุว่า ควรรักษาระยะห่างที่ปลอดภัยระหว่างหุ่นยนต์กับมนุษย์เสมอ เนื่องจากโครงสร้างที่ซับซ้อนและพลังงานที่สูงมาก นอกจากนี้ยังมีคำเตือนสำหรับผู้ซื้อรายบุคคลว่า อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ยังอยู่ใน “ช่วงต้นของการสำรวจ” และควรศึกษาข้อจำกัดอย่างถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจซื้อ
ราคาและเงื่อนไขการซื้อ
ราคาเป็นหนึ่งในจุดขายที่แข็งแกร่งที่สุดของ G1 แต่มีรายละเอียดที่ต้องทำความเข้าใจก่อน
| รายการ | G1 | G1 EDU |
|---|---|---|
| ราคาเริ่มต้น | $13,500 | ติดต่อทีมขาย |
| ภาษีและค่าขนส่ง | ไม่รวม | ไม่รวม |
| การรับประกัน | 8 เดือน | 18 เดือน |
| Secondary Development | ไม่รองรับ | รองรับเต็มรูปแบบ |
| NVIDIA Jetson Orin | ไม่มี | มี |
| Manual Controller | รวมในชุด | รวมในชุด |
ราคา $13,500 ยังไม่รวมภาษีนำเข้าและค่าขนส่งระหว่างประเทศ ซึ่งสำหรับผู้ซื้อในประเทศไทยหรือภูมิภาค SEA อาจต้องบวกค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอีกพอสมควร ส่วน G1 EDU ไม่มีราคาตั้ง ต้องติดต่อทีมขายโดยตรง ซึ่งบ่งบอกว่าราคาอาจแตกต่างกันตาม Configuration ที่เลือก
สำหรับผู้ซื้อรายบุคคล Unitree แนะนำอย่างชัดเจนให้ศึกษาข้อจำกัดของหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ก่อนตัดสินใจ และห้ามดัดแปลงเพื่อวัตถุประสงค์ที่เป็นอันตรายโดยเด็ดขาด ระยะรับประกัน 8 เดือนของรุ่นมาตรฐานถือว่าค่อนข้างสั้น เมื่อเทียบกับ 18 เดือนของรุ่น EDU ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่ควรนำมาพิจารณาในการตัดสินใจ
ข้อดีและข้อเสีย
| ✅ ข้อดี | ❌ ข้อเสีย |
|---|---|
| ราคาเริ่มต้น $13,500 ถือเป็นจุดเข้าถึงที่ต่ำที่สุดในตลาดหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ระดับนี้ | อายุการใช้งานแบตเตอรี่เพียง ~2 ชั่วโมงต่อการชาร์จ จำกัดการใช้งานต่อเนื่อง |
| Force-Position Hybrid Control ให้การเคลื่อนไหวที่ละเอียดและตอบสนองต่อสภาพแวดล้อมได้ดี | G1 มาตรฐานรับประกันเพียง 8 เดือน ซึ่งค่อนข้างสั้นสำหรับอุปกรณ์ราคานี้ |
| G1 EDU รองรับ Secondary Development เต็มรูปแบบ เหมาะสำหรับงานวิจัยและพัฒนา AI | G1 มาตรฐานไม่รองรับ Secondary Development ทำให้ผู้พัฒนาต้องเลือก EDU เท่านั้น |
| ช่วงการเคลื่อนไหวข้อต่อกว้างมาก (Knee 0–165°, Hip ±154°) ใกล้เคียงมนุษย์จริง | ราคา $13,500 ยังไม่รวมภาษีนำเข้าและค่าขนส่ง ต้นทุนจริงอาจสูงกว่ามาก |
| มี Dual Encoder และ Full Joint Hollow Electrical Routing ที่เป็นมาตรฐานวิศวกรรมระดับสูง | G1 มาตรฐานไม่มีมือ (Hand) มาในชุด ต้องซื้อ Dex3-1 เพิ่มเติมผ่านรุ่น EDU |
| G1 EDU มาพร้อม NVIDIA Jetson Orin รองรับ AI Inference บนตัวหุ่นยนต์ได้โดยตรง | อุตสาหกรรมยังอยู่ในช่วงต้น บาง Feature ยังอยู่ในขั้นพัฒนาและยังไม่เปิดให้ใช้งาน |
| รองรับ Upgraded Intelligent OTA ทั้งสองรุ่น อัปเดตความสามารถได้ต่อเนื่อง | ต้องการความรู้ด้าน Robotics พอสมควรในการใช้งานอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ |
Unitree G1 เป็นก้าวสำคัญที่พิสูจน์ว่าหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ไม่ใช่แค่ความฝันของห้องแล็บวิจัยอีกต่อไป ด้วยราคาเริ่มต้น $13,500 เทคโนโลยี Force-Position Hybrid Control และ UnifoLM รวมถึงสเปคที่ครบครันทั้ง Sensor Suite และ Computing Power มันคือ Platform ที่ให้ทั้งนักวิจัยและผู้ที่สนใจสามารถเริ่มต้นสำรวจโลกของ Humanoid Robotics ได้จริง
สำหรับคำถามว่า “ใครควรซื้อ G1?” — หากคุณเป็นมหาวิทยาลัย ทีมวิจัย หรือ Startup ด้าน Robotics ที่ต้องการ Hardware Platform พร้อม Secondary Development G1 EDU คือคำตอบที่ชัดเจน แม้ราคาจะสูงกว่าแต่ระยะรับประกัน 18 เดือนและ NVIDIA Jetson Orin คุ้มค่ากว่ามาก ส่วนผู้ซื้อรายบุคคลหรือองค์กรที่ต้องการใช้เพื่อสาธิต G1 มาตรฐานอาจเพียงพอ แต่ควรตรวจสอบต้นทุนรวมหลังบวกภาษีและค่าขนส่งก่อนตัดสินใจ
ข้อควรรู้เพิ่มเติม ถ้าเป้าหมายของคุณคือการเรียนรู้และทดลองมากกว่าการใช้งานเต็มรูปแบบ ยังมีหุ่นเดินสองขาที่ราคาต่ำกว่านี้มาก อย่าง หุ่นยนต์เป็ด Microduck ซึ่งราคาตั้งต้นราว 399 ดอลลาร์ และเปิดชุดฝึก AI ทั้งหมดให้ดาวน์โหลดไปศึกษาได้
