
# Unitree G1 หุ่นยนต์ Humanoid รุ่นใหม่ที่คุ้มค่าที่สุดในตลาด
ราคาหุ่นยนต์ Humanoid ระดับ Boston Dynamics Atlas เคยอยู่ที่หลักล้านดอลลาร์ — แต่ Unitree Robotics กำลังพลิกสมการนั้นด้วย G1 หุ่นยนต์มนุษยoid ที่สูงเพียง 132 cm หนัก 35 kg และเข้าถึงได้สำหรับนักวิจัยและสถาบันการศึกษาทั่วโลก ไม่ใช่แค่บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อีกต่อไป
บทความนี้จะพาคุณรู้จัก Unitree G1 อย่างครบถ้วน ตั้งแต่ภาพรวมตัวเครื่อง สเปคเต็ม ไปจนถึงความแตกต่างระหว่างรุ่น G1 และ G1 EDU พร้อมวิเคราะห์ว่าหุ่นยนต์ตัวนี้เหมาะกับใคร และควรเลือกรุ่นไหนถึงจะคุ้มที่สุด
🎯 สรุปสั้นๆ
- Unitree G1 มีขนาดกะทัดรัด (132 cm / 35 kg) เหมาะสำหรับการใช้งานในพื้นที่จำกัดและห้องแล็บ
- มีให้เลือก 2 รุ่น: G1 (23 DOF) สำหรับการใช้งานทั่วไป และ G1 EDU (23–43 DOF) สำหรับงานวิจัยเชิงลึก
- รุ่น EDU รองรับ NVIDIA Jetson Orin และมือ 3 นิ้วพร้อม Touch Sensor เพื่อการพัฒนา AI
- เชื่อมต่อครบด้วย WiFi 6 + Bluetooth 5.2 พร้อมเซ็นเซอร์ Depth Camera และ 3D LiDAR
Unitree G1 คืออะไร?
Unitree Robotics คือบริษัทสัญชาติจีนที่เป็นที่รู้จักจาก Quadruped Robot อย่าง Go1 และ B2 ก่อนจะขยับมาสู่สนาม Humanoid Robot อย่างจริงจัง G1 คือหุ่นยนต์ Humanoid รุ่นล่าสุดที่ออกแบบมาให้มีขนาดกะทัดรัดกว่าคู่แข่งอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับ Figure 01 หรือ Agility Robotics Digit ที่มีขนาดใหญ่และราคาสูงกว่ามาก
ที่น่าสนใจคือ G1 สามารถพับตัวได้เหลือขนาด 690 × 450 × 300 mm ทำให้ขนส่งและจัดเก็บง่ายกว่าหุ่นยนต์ Humanoid ทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ ความสามารถนี้เองที่ทำให้ G1 โดดเด่นในแง่ของความสะดวกใช้งานจริงในห้องแล็บหรือพื้นที่จำกัด
กลุ่มเป้าหมายหลักของ G1 ได้แก่:
- นักวิจัย ด้าน Robotics และ AI ที่ต้องการ platform ทดสอบ Algorithm จริง
- นักพัฒนา ซอฟต์แวร์ที่ต้องการ hardware พร้อมใช้ในราคาเข้าถึงได้
- สถาบันการศึกษา ที่ต้องการหุ่นยนต์สำหรับการเรียนการสอนและสาธิต
G1 vs G1 EDU: เลือกรุ่นไหนดี?

ก่อนตัดสินใจซื้อ สิ่งที่ต้องเข้าใจก่อนคือ G1 และ G1 EDU ไม่ได้ต่างกันแค่ชื่อ แต่ต่างกันในระดับความสามารถที่ส่งผลต่อการใช้งานจริงอย่างชัดเจน
| คุณสมบัติ | G1 | G1 EDU |
|---|---|---|
| Degrees of Freedom (DOF) | 23 DOF | 23–43 DOF |
| มือหุ่นยนต์ | มือพื้นฐาน | มือ 3 นิ้ว + Touch Sensor |
| AI Processor | CPU 8-core | NVIDIA Jetson Orin |
| การจัดการวัตถุ | จำกัด | รองรับงานละเอียด |
| กลุ่มผู้ใช้ | ผู้เริ่มต้น / สาธิต | นักวิจัย / พัฒนา AI |
| ความยืดหยุ่น | ปานกลาง | สูงมาก |
ความแตกต่างที่ชัดเจนที่สุดคือเรื่อง DOF (Degrees of Freedom) ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความคล่องตัวในการเคลื่อนไหว รุ่น G1 EDU ที่มีสูงสุดถึง 43 DOF สามารถจำลองการเคลื่อนไหวของมนุษย์ได้ละเอียดกว่ามาก เหมาะสำหรับงานวิจัยที่ต้องการ precision สูง อย่างไรก็ตาม รุ่น G1 มาตรฐานก็เพียงพอสำหรับการทดสอบ locomotion algorithm และการสาธิตพื้นฐานในห้องเรียน
สิ่งที่ทำให้ G1 EDU โดดเด่นอีกอย่างคือการรองรับ NVIDIA Jetson Orin ซึ่งเป็น AI computing module ที่ทรงพลังพอสำหรับการประมวลผล Computer Vision และ Deep Learning แบบ real-time บนตัวหุ่นยนต์โดยไม่ต้องพึ่งพาเซิร์ฟเวอร์ภายนอก
สเปคเต็ม Unitree G1
จากที่เห็นความแตกต่างระหว่างสองรุ่นแล้ว มาดูสเปคพื้นฐานที่ทั้ง G1 และ G1 EDU ใช้ร่วมกันในส่วนของ hardware หลัก
| หมวดหมู่ | รายละเอียด |
|---|---|
| ขนาด (ยืน) | 1,320 × 450 × 200 mm |
| ขนาด (พับ) | 690 × 450 × 300 mm |
| น้ำหนัก | ~35 kg |
| Degrees of Freedom | 23 DOF (G1) / 23–43 DOF (G1 EDU) |
| ความยาวแขน/ขา | 0.6 m |
| ช่วงแขน | ~0.45 m |
| แบตเตอรี่ | 13S Lithium, 9,000 mAh ต่อเซลล์ |
| เวลาทำงาน | ~2 ชั่วโมง |
| ระบบชาร์จ | 54V 5A |
| CPU | 8-core |
| AI Processor (EDU) | NVIDIA Jetson Orin |
| เซ็นเซอร์ | Depth Camera + 3D LiDAR |
| การเชื่อมต่อ | WiFi 6, Bluetooth 5.2 |
| ระบบเสียง | ไมโครโฟน 4 ตัว + ลำโพง 5W |
ในแง่ของพลังงาน แบตเตอรี่ 13S Lithium 9,000 mAh ให้เวลาทำงานประมาณ 2 ชั่วโมง ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ซึ่งถือว่าเพียงพอสำหรับการทดสอบและสาธิตในห้องแล็บส่วนใหญ่ ระบบชาร์จ 54V 5A ช่วยให้ชาร์จได้รวดเร็ว ลดเวลาหยุดรอระหว่างการทดลอง
ระบบเซ็นเซอร์และการรับรู้สภาพแวดล้อม
ความสามารถของ G1 ไม่ได้อยู่แค่ที่โครงสร้างเชิงกล แต่อยู่ที่ระบบเซ็นเซอร์ที่ครบครันซึ่งทำให้หุ่นยนต์ “รับรู้” สภาพแวดล้อมได้อย่างแม่นยำ รายละเอียดของแต่ละระบบมีดังนี้:
- Depth Camera: ใช้สำหรับสร้างภาพ 3 มิติของสภาพแวดล้อมแบบ real-time ช่วยให้หุ่นยนต์หลีกเลี่ยงสิ่งกีดขวางและระบุตำแหน่งวัตถุสำหรับการหยิบจับได้อย่างแม่นยำ
- 3D LiDAR: ให้ข้อมูล point cloud รอบทิศทาง เหมาะสำหรับการทำ mapping และ localization ในพื้นที่ที่แสงน้อยหรือสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อน
- ไมโครโฟน 4 ตัว: จัดวางแบบ array เพื่อระบุทิศทางเสียงและรองรับการโต้ตอบด้วยคำสั่งเสียงได้แม้ในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงรบกวน
- ลำโพง 5W: รองรับการตอบสนองด้วยเสียงและการแจ้งเตือนสถานะในระหว่างการทำงาน
- WiFi 6: รองรับ bandwidth สูงสำหรับการส่งข้อมูลเซ็นเซอร์และ video stream แบบ low-latency
- Bluetooth 5.2: ใช้เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ควบคุมระยะใกล้หรือ peripheral ต่างๆ ได้อย่างเสถียร
นอกจากนี้ การมี WiFi 6 และ Bluetooth 5.2 พร้อมกันทำให้นักพัฒนาสามารถออกแบบระบบควบคุมแบบ hybrid ได้ เช่น ใช้ WiFi สำหรับส่งข้อมูลขนาดใหญ่และ Bluetooth สำหรับคำสั่ง low-latency ซึ่งเพิ่มความยืดหยุ่นในการพัฒนา application ได้อย่างมีนัยสำคัญ
การประยุกต์ใช้งาน Unitree G1

จากสเปคและระบบเซ็นเซอร์ที่ครบครัน G1 เปิดโอกาสให้ประยุกต์ใช้งานได้หลากหลายกว่าที่หลายคนคิด โดยสามารถแบ่งกลุ่ม use case หลักได้ดังนี้:
งานวิจัยและพัฒนา AI / Robotics
- ทดสอบ Reinforcement Learning algorithm สำหรับการเดินและการทรงตัว
- พัฒนาระบบ Imitation Learning โดยใช้ข้อมูลการเคลื่อนไหวของมนุษย์
- ทดลอง Human-Robot Interaction (HRI) และการโต้ตอบด้วยภาษาธรรมชาติ
การศึกษาและการสาธิตในสถาบัน
- ใช้เป็น teaching platform สำหรับวิชา Robotics และ AI ระดับมหาวิทยาลัย
- สาธิตความสามารถของ Humanoid Robot ในงานแสดงหรือ open house
- ฝึกนักศึกษาด้านการเขียนโปรแกรมควบคุมหุ่นยนต์แบบ real hardware
การทดสอบ Algorithm การเคลื่อนที่และการจัดการวัตถุ
- ทดสอบ motion planning algorithm ในสภาพแวดล้อมจริง
- พัฒนาระบบ grasping และ manipulation สำหรับวัตถุรูปทรงต่างๆ (โดยเฉพาะรุ่น EDU ที่มีมือ 3 นิ้ว)
- ทดสอบ SLAM (Simultaneous Localization and Mapping) ในอาคาร
ข้อดีและข้อเสีย
| ✅ ข้อดี | ❌ ข้อเสีย |
|---|---|
| ขนาดกะทัดรัดและพับเก็บได้ เหมาะกับพื้นที่จำกัดอย่างห้องแล็บ | เวลาทำงานเพียง ~2 ชั่วโมงต่อการชาร์จ อาจไม่เพียงพอสำหรับการทดลองยาวนาน |
| มี 2 รุ่นให้เลือกตามงบประมาณและความต้องการ | รุ่น G1 มาตรฐาน (23 DOF) อาจจำกัดสำหรับงานวิจัยที่ต้องการความละเอียดสูง |
| รุ่น EDU รองรับ NVIDIA Jetson Orin เปิดกว้างสำหรับงาน AI ขั้นสูง | ยังเป็นหุ่นยนต์สำหรับงานวิจัย ไม่ได้ออกแบบมาสำหรับการใช้งานเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบ |
| ระบบเซ็นเซอร์ครบ (Depth Camera + 3D LiDAR + ไมโครโฟน 4 ตัว) | ต้องมีความรู้ด้าน Robotics พอสมควรในการพัฒนาและบำรุงรักษา |
| WiFi 6 + Bluetooth 5.2 รองรับการควบคุมระยะไกลและ data streaming | |
| น้ำหนักเพียง 35 kg ขนย้ายได้สะดวกกว่า Humanoid ทั่วไป |
Unitree G1 คือหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจที่สุดในตลาด Humanoid Robot สำหรับกลุ่มนักวิจัยและสถาบันการศึกษา ด้วยขนาดกะทัดรัด 132 cm / 35 kg ระบบเซ็นเซอร์ที่ครบถ้วน และการรองรับ NVIDIA Jetson Orin ในรุ่น EDU ทำให้ G1 เป็น platform ที่พร้อมรองรับการพัฒนา AI และ Robotics ได้อย่างจริงจัง
สำหรับผู้ที่กำลังพิจารณา หากต้องการใช้งานเพื่อสาธิตหรือทดสอบ locomotion algorithm เบื้องต้น G1 มาตรฐาน ก็เพียงพอและคุ้มค่า แต่หากเป้าหมายคืองานวิจัยเชิงลึก การพัฒนาระบบ manipulation หรือต้องการ AI processing บนตัวหุ่นยนต์ G1 EDU คือตัวเลือกที่ตอบโจทย์กว่าอย่างชัดเจน สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสั่งซื้อได้ที่ Line ID: @droneth
สเปกหลักที่ต้องรู้ก่อนใช้งาน — Unitree G1
ตัวเลขจากการใช้งานจริง ไม่ใช่ค่าสูงสุดบนกระดาษสเปก
| 🔋 | แบตเตอรี่Battery | 13S Lithium · 9,000 mAh (421.2 Wh) ถอดเปลี่ยนเองได้ (Quick Release) สลับก้อนใหม่ได้ทันที |
| ⏱️ | ใช้งานจริงต่อก้อนReal-world runtime | 1.5 – 2 ชั่วโมง วัดจากการใช้งานผสม เดิน วิ่ง ทดสอบโมชัน และสแตนด์บาย |
| ⚡ | ชาร์จ 0–100%Charge time | ประมาณ 1.5 ชั่วโมง (90 นาที) อะแดปเตอร์ 54.6V 5.5A |
| 🌡️ | อุณหภูมิที่เหมาะสมAmbient temperature | 5 – 35°C ห้องแอร์ 20–25°C คือช่วงที่ดีที่สุด |
- 📋วางแผนรอบทำงานที่ 1.5 ชั่วโมง แล้วสลับแบตหรือนำไปชาร์จ — เป็นรอบที่ผู้ใช้งานจริงส่วนใหญ่ใช้กัน
- 🔄งานยาวทั้งวัน ควรเตรียมแบตสำรอง เพราะถอดเปลี่ยนได้ทันที ไม่ต้องรอชาร์จ
- ❄️ใช้ในห้องแอร์จะเสถียรกว่า ความเย็นช่วยลดปัญหาไฟตกและการตัดการทำงานจากความร้อนสะสม (Thermal Throttling) ตอนสั่งงานที่ใช้แรงบิดสูงต่อเนื่อง
หมายเหตุ: ระยะเวลาใช้งานขึ้นกับลักษณะงาน ยิ่งเคลื่อนไหวหนักและใช้แรงบิดมาก แบตยิ่งหมดเร็ว ตัวเลขข้างต้นเป็นช่วงที่พบจากการใช้งานผสมทั่วไป
