โดรนที่จดทะเบียนในไทยกำลังจะได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงกฎหมายครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 6 ปี เมื่อ กสทช. เปิดรับฟังความคิดเห็นร่างประกาศใหม่ 4 ฉบับพร้อมกัน ครอบคลุมตั้งแต่การขึ้นทะเบียน ระบบเรดาร์ ไปจนถึงการบินผ่านดาวเทียม ซึ่งทั้งหมดมีกำหนดส่งความเห็นถึง 3 กรกฎาคม 2569 นี้
บทความนี้แยกแยะว่าแต่ละฉบับส่งผลต่อใครบ้าง ไม่ว่าจะเป็นนักบินสมัครเล่นที่บินโดรนถ่ายภาพในวันหยุด ผู้ประกอบการเกษตรที่ต้องการบิน BVLOS ข้ามพื้นที่ หรือผู้นำเข้าอุปกรณ์ที่ต้องการความชัดเจนทางกฎหมายก่อนสั่งสินค้าล็อตใหม่

🎯 สรุปสั้นๆ
- กฎใหม่เปิดทางให้บิน BVLOS ผ่านมือถือและดาวเทียมได้ถูกกฎหมายเป็นครั้งแรก แต่ยังต้องขออนุญาต กพท. อีกชั้น
- ผู้ที่ยังไม่ขึ้นทะเบียนเครื่องวิทยุคมนาคมบนโดรนมีเวลา 90 วันหลังประกาศมีผล หลังจากนั้นถือว่าผิดกฎหมาย
- ผู้นำเข้าและผู้ขายได้รับผลกระทบมากที่สุด เพราะต้องผ่านการรับรองมาตรฐานใหม่ทั้งด้านเรดาร์และอุปกรณ์ดาวเทียมก่อนวางจำหน่าย
กสทช. กับการกำกับดูแลโดรน: ทำไมต้องมีกฎใหม่?
บทบาท กสทช. vs กพท. — ต่างกันอย่างไร?
โดรนหนึ่งลำอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ สองหน่วยงาน พร้อมกัน ซึ่งมักสร้างความสับสนให้กับผู้ใช้งานทั่วไป หน้าที่ของแต่ละหน่วยงานแบ่งได้ชัดเจนดังนี้
ความซับซ้อนเกิดขึ้นเมื่อทั้งสองมิติทับซ้อนกัน ตัวอย่างที่ชัดเจนคือการบินนอกระยะสายตา หรือ BVLOS (Beyond Visual Line of Sight) แม้คลื่นสัญญาณที่ใช้จะผ่านมาตรฐานของ กสทช. แล้ว ผู้ประกอบการยังต้องขออนุญาตจาก กพท. อีกชั้นหนึ่งก่อนนำโดรนขึ้นบินจริง กล่าวคือผ่านด่านหนึ่งไม่ได้แปลว่าผ่านทุกด่าน
ทำไมกฎปี 2563 ไม่เพียงพออีกต่อไป?
กฎหมายที่ออกมาในปี 2563 ถูกออกแบบมาสำหรับโดรนถ่ายภาพระยะใกล้เป็นหลัก ซึ่งสะท้อนภาพการใช้งานในยุคนั้นได้ดี แต่ภูมิทัศน์ของอุตสาหกรรมโดรนเปลี่ยนไปอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ปัจจุบันโดรนถูกนำไปใช้ในภาคเกษตรกรรมเพื่อพ่นสารและสำรวจพื้นที่เพาะปลูก ใช้ในการสำรวจภูมิประเทศในพื้นที่ห่างไกล และใช้ในภารกิจกู้ภัยเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย
การใช้งานที่ขยายตัวเหล่านี้นำมาซึ่งความต้องการด้านคลื่นสัญญาณที่ซับซ้อนกว่าเดิมอย่างสิ้นเชิง ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมต่อผ่านเครือข่ายมือถือเพื่อควบคุมระยะไกล การใช้สัญญาณดาวเทียมสำหรับภารกิจ BVLOS หรือระบบเรดาร์ขั้นสูงสำหรับการหลบหลีกสิ่งกีดขวางโดยอัตโนมัติ ล้วนเป็นเทคโนโลยีที่ กฎหมายปี 2563 ไม่ได้ครอบคลุมไว้ ทำให้ผู้ประกอบการและผู้นำเข้าต้องเผชิญกับความไม่ชัดเจนทางกฎหมายมาโดยตลอด ร่างประกาศใหม่ทั้ง 4 ฉบับที่ กสทช. เปิดรับฟังความคิดเห็นถึง 3 กรกฎาคม 2569 จึงเป็นความพยายามปิดช่องว่างเหล่านี้โดยตรง
เจาะลึกร่างประกาศ 4 ฉบับ: แต่ละฉบับกระทบใครบ้าง?
ฉบับที่ 1 — คลื่นสัญญาณโดรนทั่วไป (กระทบผู้ใช้ทุกคน)
ฉบับนี้ถือเป็นแกนหลักของการปฏิรูป เพราะครอบคลุมผู้ใช้โดรนทุกกลุ่ม เนื้อหาสำคัญคือการรองรับคลื่นสัญญาณที่โดรนในตลาดใช้อยู่ให้ถูกกฎหมายมากขึ้น และเปิดทางให้บิน BVLOS (Beyond Visual Line of Sight) ผ่านเครือข่ายมือถือและดาวเทียมได้เป็นครั้งแรกในกฎหมายไทย อย่างไรก็ตาม การบิน BVLOS ยังต้องขออนุญาต กพท. อีกชั้นแยกต่างหาก นอกจากนี้ยังมีการปรับกระบวนการขึ้นทะเบียนเครื่องวิทยุคมนาคมบนโดรนครั้งใหญ่ ซึ่งหมายถึงการขึ้นทะเบียนอุปกรณ์รับส่งสัญญาณความถี่ที่ติดอยู่ในตัวโดรนกับ กสทช. โดยเฉพาะ ไม่ใช่การขึ้นทะเบียนตัวโดรนกับ กพท. ที่หลายคนเข้าใจ ดังตารางเปรียบเทียบด้านล่าง
ส่วนระบบ Remote ID ที่ให้โดรนส่งสัญญาณบอกตัวตนขณะบินนั้น ยังไม่บังคับใช้ในขณะนี้ แต่มีแนวโน้มจะบังคับในอนาคต ผู้ที่กำลังจะซื้อโดรนใหม่ควรเลือกรุ่นที่รองรับ Remote ID ไว้ล่วงหน้า
ฉบับที่ 2 — มาตรฐานเรดาร์และระบบหลบหลีกสิ่งกีดขวาง
กฎเดิมออกมาปี 2564 รองรับเทคโนโลยีเรดาร์ได้เพียงประเภทเดียว ทำให้โดรนรุ่นใหม่ที่มีระบบหลบหลีกสิ่งกีดขวางอัตโนมัติ เช่น DJI Mavic 3 หรือโดรนเกษตรรุ่นใหม่ที่มี obstacle avoidance ติดมาด้วย อยู่ในพื้นที่สีเทาทางกฎหมายมาตลอด ฉบับนี้แก้ปัญหาโดยเพิ่มประเภทเรดาร์ให้ครอบคลุมเทคโนโลยีที่ตลาดโลกใช้อยู่ในปัจจุบัน ผู้นำเข้าและผู้ขายโดรนที่มีระบบนี้ต้องผ่านการรับรองมาตรฐานจาก กสทช. ก่อนวางจำหน่าย ถ้านำเข้าและขายโดยไม่ผ่านกระบวนการนี้ถือว่าผิดกฎหมาย
ฉบับที่ 3 — มาตรฐานอุปกรณ์ดาวเทียมบนโดรน (ใหม่ทั้งฉบับ)
ฉบับนี้เป็นประกาศใหม่ทั้งฉบับที่ไม่เคยมีมาก่อนในกฎหมายไทย สร้างขึ้นเพื่อรองรับการบิน BVLOS ผ่านดาวเทียมที่ฉบับที่ 1 เปิดไว้ ก่อนหน้านี้ไทยไม่มีมาตรฐานกลางสำหรับอุปกรณ์ดาวเทียมบนโดรนเลย ทำให้ผู้ประกอบการที่อยากใช้โดรนผ่านดาวเทียมไม่รู้ว่าอุปกรณ์ที่ใช้อยู่ถูกกฎหมายหรือเปล่า ฉบับนี้กำหนดให้อุปกรณ์ดาวเทียมบนโดรนต้องผ่านมาตรฐานสากลที่ยุโรปและสหรัฐอเมริกาใช้กันอยู่ ผู้ประกอบการที่วางแผนบิน BVLOS ผ่านดาวเทียมต้องตรวจสอบว่าอุปกรณ์ที่ใช้อยู่ผ่านมาตรฐานนี้แล้วหรือยัง ถ้ายังไม่ผ่านจะนำเข้าและใช้งานในไทยไม่ได้
ฉบับที่ 4 — อัปเดตรายการคลื่นสัญญาณที่ใช้งานได้ทั่วไป
ฉบับสุดท้ายทำหน้าที่เป็นตัวประสานกฎทั้งชุดให้ทำงานร่วมกันได้สมบูรณ์ โดยเพิ่มโดรนและระบบเรดาร์โดรนเข้าในรายการคลื่นสัญญาณที่ใช้งานได้ทั่วไปอย่างเป็นทางการ ซึ่งช่วยลดความสับสนของผู้นำเข้าและผู้ขายที่เคยต้องตีความกฎเองว่าอุปกรณ์ใดเข้าข่ายได้รับอนุญาตหรือไม่
ผลกระทบจำแนกตามกลุ่มผู้ใช้: คุณต้องทำอะไรบ้าง?
ผู้ใช้โดรนทั่วไป / นักบินสมัครเล่น
สิ่งแรกที่ต้องทำคือตรวจสอบสถานะการขึ้นทะเบียนเครื่องวิทยุคมนาคมบนโดรนของตัวเองกับ กสทช. ซึ่งแตกต่างจากการขึ้นทะเบียนโดรนกับ กพท. หากขึ้นทะเบียนไว้แล้ว ไม่ต้องดำเนินการใดเพิ่มเติม เพราะผ่านอัตโนมัติ แต่หากยังไม่เคยขึ้นทะเบียน มีเวลา 90 วันหลังประกาศมีผล เพื่อดำเนินการให้ถูกต้อง สิ่งที่เปลี่ยนไปจากเดิมคือกรอบเวลา ไม่มี 30 วันผ่อนผันอีกต่อไป ใครที่ซื้อโดรนใหม่ต้องขึ้นทะเบียนทันทีที่ครอบครอง และหากมีการโอนโดรนให้ผู้อื่น ต้องยกเลิกทะเบียนเดิมและขึ้นใหม่ทันทีเช่นกัน นอกจากนี้ หากกำลังจะซื้อโดรนใหม่ ควรพิจารณาเลือกรุ่นที่รองรับ Remote ID ไว้ล่วงหน้า เพราะแม้ยังไม่บังคับในตอนนี้ แต่มีแนวโน้มชัดเจนว่าจะกลายเป็นข้อกำหนดบังคับในอนาคต
ผู้ประกอบการและนักบินพาณิชย์ (BVLOS)
กลุ่มนี้ได้รับผลกระทบและโอกาสพร้อมกัน ร่างประกาศเปิดทางให้บิน BVLOS ผ่านสัญญาณมือถือและดาวเทียมได้เป็นครั้งแรกในกรอบกฎหมายไทย อย่างไรก็ตาม การได้รับอนุญาตจาก กสทช. เรื่องคลื่นสัญญาณยังไม่เพียงพอ ยังต้องขออนุญาตจาก กพท. อีกชั้นสำหรับการบินจริง ผู้ที่วางแผนใช้งานดาวเทียมในการบิน BVLOS ต้องตรวจสอบว่าอุปกรณ์ดาวเทียมบนโดรนเป็นไปตามมาตรฐานสากลที่ฉบับที่ 3 กำหนดไว้
ผู้นำเข้าและผู้ขายโดรน
กลุ่มนี้มีภาระเพิ่มขึ้นชัดเจน แต่ในทางกลับกัน ฉบับที่ 4 ที่อัปเดตรายการคลื่นสัญญาณที่ใช้งานได้ทั่วไปจะช่วยลดความสับสนในการนำเข้าสินค้า และทำให้การตัดสินใจว่าผลิตภัณฑ์ใดถูกกฎหมายในไทยชัดเจนขึ้นกว่าเดิม
| ✅ ข้อดี | ❌ ข้อเสีย |
|---|---|
| เปิดโอกาสทางธุรกิจใหม่ให้ผู้ประกอบการ BVLOS ที่เคยอยู่ในพื้นที่สีเทามานานกว่า 6 ปี | ร้านค้าต้องรับภาระดำเนินการขึ้นทะเบียนแทนลูกค้าก่อนส่งมอบ ซึ่งเพิ่มขั้นตอนและต้นทุนการดำเนินงาน |
| ลดความสับสนของผู้นำเข้าด้วยรายการคลื่นสัญญาณที่ชัดเจนขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ | ค่าธรรมเนียม 200 บาทที่ไม่คืนในทุกกรณีอาจเป็นภาระสะสมสำหรับผู้ที่โอนโดรนบ่อยครั้ง |
| มาตรฐานอุปกรณ์ดาวเทียมใหม่ทำให้ไทยสอดคล้องกับมาตรฐานสากล เพิ่มความน่าเชื่อถือในระดับภูมิภาค |
FAQ – คำถามที่พบบ่อย
❓ โดรนใช้คลื่นสัญญาณความถี่อะไรบ้าง?
โดรนทั่วไปในตลาดใช้คลื่น 2.4 GHz และ 5.8 GHz เป็นหลัก ซึ่งเป็นย่านเดียวกับ Wi-Fi กฎใหม่ของ กสทช. เพิ่มความถี่ 72 MHz สำหรับโดรนรุ่นเก่าและวิทยุบังคับ 433 MHz สำหรับระบบ telemetry และ 920 MHz สำหรับรับส่งข้อมูลและแจ้งตำแหน่ง นอกจากนี้ระบบเรดาร์หลบหลีกสิ่งกีดขวางใช้ความถี่สูงในย่าน 24 GHz 57-64 GHz และ 76-77 GHz
❓ ถ้าซื้อโดรนไปแล้วและขึ้นทะเบียนแล้ว ต้องทำอะไรเพิ่มไหม?
ไม่ต้องดำเนินการใดเพิ่มเติม ทะเบียนเดิมยังคงมีผลต่อไปโดยอัตโนมัติ ควรตรวจสอบเพียงว่าข้อมูลในทะเบียนยังถูกต้องและเป็นปัจจุบัน
❓ Remote ID คืออะไร และตอนนี้บังคับใช้แล้วหรือยัง?
Remote ID คือระบบที่ให้โดรนส่งสัญญาณบอกตัวตนและตำแหน่งขณะบิน คล้ายทะเบียนรถที่มองเห็นได้จากอากาศ ปัจจุบันยังไม่บังคับ แต่มีแนวโน้มจะบังคับในอนาคตอันใกล้ จึงควรเลือกโดรนที่รองรับไว้ล่วงหน้าเมื่อซื้อรุ่นใหม่
❓ ผู้ประกอบการที่ต้องการบิน BVLOS ผ่านดาวเทียมต้องทำอะไรบ้าง?
ต้องดำเนินการสองส่วนควบคู่กัน ได้แก่ ใช้อุปกรณ์ดาวเทียมที่ผ่านมาตรฐานตามฉบับที่ 3 และขออนุญาตบิน BVLOS จาก กพท. แยกต่างหาก การผ่านมาตรฐาน กสทช. เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอสำหรับการบินประเภทนี้
กฎใหม่ทั้ง 4 ฉบับนี้ไม่ใช่แค่การอัปเดตตัวเลขทางเทคนิค แต่เป็นการปรับโครงสร้างพื้นฐานทางกฎหมายที่โดรนในไทยจะต้องอยู่ภายใต้ไปอีกหลายปี สำหรับผู้ใช้ทั่วไป สิ่งที่ต้องทำทันทีคือตรวจสอบสถานะทะเบียนโดรนของตัวเอง สำหรับผู้ประกอบการและผู้นำเข้า ช่วง 90 วันหลังประกาศมีผลคือหน้าต่างเวลาที่ต้องใช้ให้คุ้มเพื่อปรับกระบวนการให้สอดคล้องกับมาตรฐานใหม่
ที่สำคัญกว่านั้น ร่างประกาศทั้ง 4 ฉบับยังเปิดรับความคิดเห็นจนถึง 3 กรกฎาคม 2569 ส่งความคิดเห็นได้ที่ [email protected] สำหรับฉบับที่ 1 และ 4 และ [email protected] สำหรับฉบับที่ 2 และ 3 สอบถามเพิ่มเติมโทร 02-670-8888
