Drone Association Thailand

สมัครสมาชิก☰

CAAT ออกประกาศฉบับที่ 14: ขยายเขตห้ามบินเจาะจงพื้นที่ยุทธศาสตร์พลังงาน มีผลบังคับใช้แล้ว

กพท. ประกาศฉบับที่ 14 (ความมั่นคงด้านพลังงาน)
⚡

ประกาศ กพท. ฉบับที่ 14 (ความมั่นคงด้านพลังงาน)

ห้ามบินโดรนเด็ดขาด 7 จังหวัดชายแดน และ พื้นที่พลังงาน/อุตสาหกรรม (เพิ่มเติม)

มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 27 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป

พื้นที่ห้ามบินเด็ดขาด (No-Fly Zones)

ยกระดับมาตรการควบคุมในพื้นที่ความมั่นคงด้านพลังงานและนิคมอุตสาหกรรม

พื้นที่ที่มีการวางกำลัง/ปฏิบัติการ (ระดับจังหวัด):

  • จ.นครราชสีมา (ทุกอำเภอ)
  • จ.สระแก้ว
  • จ.บุรีรัมย์
  • จ.ศรีสะเกษ
  • จ.สุรินทร์
  • จ.อุบลราชธานี
  • จ.ตราด
  • จ.จันทบุรี

เงื่อนไขการบิน (เข้มงวด)

ขึ้นทะเบียน โดรนและผู้บังคับกับ CAAT
ขออนุญาต 3 วัน ผ่าน UAS Portal
เวลาบิน 06.00 - 18.00 น. (ปกติ) 04.01-05.59 และ 18.01-24.00
(ต้องขออนุญาตพิเศษ)

ห้ามบินเด็ดขาด: 00.01-04.00 น.
แจ้งทุกครั้ง แจ้ง กพท. และ ศบตอ.น.

พบเห็นโดรนผิดกฎหมาย แจ้งเบาะแสทันที

กพท. (CAAT): โทร 02-568-8851 | [email protected]

ศบตอ.น.: โทร 02-126-7846 | [email protected]

อ้างอิงข้อมูล: ประกาศสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 14 (CAAT NEWS 37/2568)

CAAT ออกประกาศฉบับที่ 14 ยกระดับมาตรการคุมเข้มพื้นที่เสี่ยงความมั่นคงด้านพลังงาน ห้ามบินโดรนโดยเด็ดขาดในพื้นที่ 7 จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา และพื้นที่ความมั่นคงเดิม พร้อมขยายเขตห้ามบินเพิ่มเติมให้ครอบคลุมพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมและชายฝั่งทะเลในจังหวัดชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา และจังหวัดใกล้เคียง

สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) หรือ CAAT ออกประกาศ ฉบับที่ 14 เรื่อง “ห้ามบังคับหรือปล่อยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน (Drone) ในพื้นที่ที่อาจกระทบต่อความมั่นคงของประเทศในช่วงสถานการณ์ชายแดนไทย – กัมพูชา”

โดย เป็นการ ยกระดับมาตรการควบคุมพื้นที่เสี่ยงความมั่นคงด้านพลังงานเพิ่มเติม เพื่อคุ้มครองโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ โดยยังคงกำหนดห้ามบินในพื้นที่ 7 จังหวัดชายแดน, จังหวัดนครราชสีมา และพื้นที่ความมั่นคงในอำเภอสัตหีบและอำเภอบ้านฉาง พร้อมทั้ง ขยายพื้นที่ห้ามบินเป็นการเฉพาะเพิ่มเติม ให้ครอบคลุมเขตนิคมอุตสาหกรรมและชายฝั่งทะเลใน จังหวัดชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา เพชรบุรี สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร ทั้งนี้ เป็นไปตามการประสานงานกับหน่วยงานด้านความมั่นคงและพลังงาน เพื่อรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยของประเทศอย่างเคร่งครัด

พื้นที่ห้ามบินตามประกาศฉบับที่ 14 ได้แก่:

1. พื้นที่ที่มีการวางกองกำลัง หรือการปฏิบัติการภาคพื้นระดับจังหวัด ใน 7 จังหวัด:(ห้ามบินในพื้นที่ปฏิบัติการระดับจังหวัดหรือตามที่หน่วยงานความมั่นคงกำหนด)

  • จังหวัดสระแก้ว

  • จังหวัดบุรีรัมย์

  • จังหวัดศรีสะเกษ

  • จังหวัดสุรินทร์

  • จังหวัดอุบลราชธานี

  • จังหวัดตราด

  • จังหวัดจันทบุรี

2. พื้นที่ที่มีการวางกองกำลัง หรือการปฏิบัติการภาคพื้นที่ระดับอำเภอ (พื้นที่ความมั่นคง):

  • จังหวัดชลบุรี: อำเภอสัตหีบ

  • จังหวัดระยอง: อำเภอบ้านฉาง

3. พื้นที่ที่ประกาศห้ามเป็นการเฉพาะเพิ่มเติม (พื้นที่ความมั่นคงด้านพลังงานและอุตสาหกรรม):

  • จังหวัดนครราชสีมา: ทุกอำเภอ

  • จังหวัดชลบุรี: อำเภอบ่อทอง, อำเภอบางละมุง, อำเภอศรีราชา, อำเภอเกาะสีชัง, อำเภอบ้านบึง และอำเภอพานทอง

  • จังหวัดระยอง: อำเภอเมืองระยอง, อำเภอนิคมพัฒนา, อำเภอบ้านค่าย และอำเภอปลวกแดง

  • จังหวัดฉะเชิงเทรา: อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา, อำเภอบางปะกง, อำเภอบางน้ำเปรี้ยว และอำเภอพนมสารคาม

  • จังหวัดเพชรบุรี: อำเภอบ้านแหลม

  • จังหวัดสมุทรสงคราม: อำเภอเมืองสมุทรสงคราม

  • จังหวัดสมุทรสาคร: อำเภอเมืองสมุทรสาคร

4. พื้นที่รัศมี 9 กิโลเมตร (5 ไมล์ทะเล) รอบสนามบินที่กำหนด (13 แห่ง):

  • สนามบินเชียงใหม่

  • สนามบินพิษณุโลก

  • สนามบินอุดรธานี

  • สนามบินน้ำพอง

  • สนามบินตาคลี

  • สนามบินอุบลราชธานี

  • สนามบินโคราช

  • สนามบินวัฒนานคร

  • สนามบินกำแพงแสน

  • สนามบินดอนเมือง

  • สนามบินโคกกะเทียม

  • สนามบินประจวบ

  • สนามบินสุราษฎร์ธานี


เงื่อนไขการบินในพื้นที่อื่น (นอกเหนือจากเขตห้ามบินเด็ดขาดข้างต้น):

  • การลงทะเบียน: ผู้ใช้งานต้องขึ้นทะเบียนโดรนและผู้บังคับโดรนกับ CAAT ให้ถูกต้อง

  • ขออนุญาตล่วงหน้า: ยื่นคำขออนุญาตปฏิบัติการบินล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วัน ผ่านระบบ UAS Portal

  • แจ้งก่อนบิน: เมื่อได้รับอนุญาตแล้ว ต้องแจ้งรายละเอียดการบินไปยังสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (ผ่าน Application) และแจ้งไปยัง ศูนย์ต่อต้านอากาศยานไร้คนขับ (ศบตอ.น.) อีเมล: antidrone.police@gmail.com

ข้อกำหนดการปฏิบัติการบิน (มาตรการเข้มงวด):

  • สามารถบินได้เฉพาะเวลา 06.00 – 18.00 น. เท่านั้น

  • ห้ามบินเด็ดขาด ในช่วงเวลา 00.01 – 04.00 น. ทุกกรณี

  • หากต้องการบินในช่วงเวลา 04.01 – 05.59 น. หรือช่วงเวลา 18.01 – 24.00 น. ต้องยื่นคำขออนุญาตเป็นกรณีพิเศษต่อ CAAT ผ่าน UAS Portal

  • ความสูงในการบินต้องไม่เกิน 90 เมตร (300 ฟุต) เหนือพื้นดิน

  • หากมีความจำเป็นต้องปฏิบัติการบินที่แตกต่างจากเงื่อนไขที่กำหนด ต้องยื่นคำขออนุญาตเป็นกรณีพิเศษต่อ CAAT ผ่าน UAS Portal

Gallery Full Image Modal - CAAT Issue 14

ประกาศสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ฉบับที่ 14

ข้อยกเว้นสำหรับหน่วยงานราชการ: อากาศยานของหน่วยงานราชการ (อาทิ ทหาร, ตำรวจ, กรมศุลกากร, กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และสำนักข่าวกรองแห่งชาติ) ได้รับการยกเว้นให้สามารถปฏิบัติการบินในพื้นที่ห้ามบินได้ โดยต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขดังนี้:

  • แจ้งข้อมูลการบินล่วงหน้าผ่านระบบ UAS Portal

  • แจ้งประสานงานกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ที่รับผิดชอบก่อนเริ่มภารกิจ

ช่องทางแจ้งเบาะแสหากพบการใช้งานผิดกฎหมาย:

1. สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท. / CAAT):

2. ศูนย์ต่อต้านอากาศยานไร้คนขับ (ศบตอ.น.):

3. หน่วยงานในพื้นที่:

  • สถานีตำรวจท้องที่

  • หน่วยทหาร

  • หน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่

ตารางเปรียบเทียบประกาศฉบับที่ 13 และ 14

ตารางสรุปการเปลี่ยนแปลง (ฉบับล่าสุด)

เปรียบเทียบประกาศฉบับที่ 13 vs ฉบับที่ 14
หัวข้อ ประกาศฉบับที่ 13 (ฉบับก่อน) ประกาศฉบับที่ 14 (ล่าสุด)
สถานะภาพรวม ยกระดับสูงสุด
เน้นพื้นที่ชายแดนและ จ.นครราชสีมา
ความมั่นคงด้านพลังงาน
ขยายผลสู่พื้นที่นิคมอุตสาหกรรมและชายฝั่งทะเล
พื้นที่ห้ามบิน (เพิ่มเติม) เพิ่ม จ.นครราชสีมา (ทั้งจังหวัด)
และขยายสนามบินเป็น 13 แห่ง
เพิ่มพื้นที่เศรษฐกิจ/พลังงาน:
- ชลบุรี/ระยอง/ฉะเชิงเทรา (หลายอำเภอ)
- เพชรบุรี/สมุทรสงคราม/สมุทรสาคร (อ.เมือง/ชายฝั่ง)
พื้นที่รอบสนามบิน (รัศมี 9 กม.) ควบคุม 13 แห่ง
(ครอบคลุมสนามบินหลักและทหาร)
คงเดิม 13 แห่ง
แต่กำชับพื้นที่รอยต่อเขตอุตสาหกรรมเข้มงวดขึ้น
เงื่อนไขเวลาบิน เริ่มมาตรการเข้มงวด:
- ห้ามเด็ดขาด 00.01-04.00 น.
- ช่วงค่ำ/เช้ามืด ต้องขออนุญาตพิเศษ
คงมาตรการเข้มงวดเดิม
แต่บังคับใช้ครอบคลุมพื้นที่ใหม่ (EEC และโซนพลังงาน) อย่างเคร่งครัด

ประกาศ กพท. ฉบับที่ 14: ขยายพื้นที่ควบคุมความมั่นคงด้านพลังงานและอุตสาหกรรม

CAAT ได้ออกประกาศฉบับใหม่เพื่อ ยกระดับมาตรการควบคุมการบินโดรนในพื้นที่เสี่ยงความมั่นคงด้านพลังงาน ให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น ให้สอดคล้องกับการประเมินสถานการณ์ล่าสุดที่จำเป็นต้องคุ้มครองโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ โดยมีสาระสำคัญดังนี้:

พื้นที่ห้ามบินเด็ดขาด:

  • พื้นที่ที่มีการปฏิบัติการทางทหารใน 7 จังหวัดชายแดน และ จังหวัดนครราชสีมา

  • ขยายพื้นที่ควบคุมเพิ่มเติม (พื้นที่พลังงาน/อุตสาหกรรม) ในหลายอำเภอของ จังหวัดชลบุรี, ระยอง, ฉะเชิงเทรา รวมถึงพื้นที่ชายฝั่งใน เพชรบุรี, สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร

ความแตกต่างจากฉบับเดิม (ฉบับที่ 13):

  • ฉบับที่ 13 เน้นการยกระดับพื้นที่ชายแดนและพื้นที่มั่นคงทางทหาร (โคราช/สัตหีบ)

  • ฉบับที่ 14 ให้ความสำคัญสูงสุดกับความมั่นคงด้านพลังงานและเขตเศรษฐกิจ (เพิ่มโซนนิคมอุตสาหกรรมและชายฝั่งทะเล)

เงื่อนไขการปฏิบัติ:

  • ห้ามบินเด็ดขาด ในช่วงเวลาหลังเที่ยงคืน (00.01 – 04.00 น.)

  • ผู้บังคับโดรนต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบ ลงทะเบียน และ แจ้งหน่วยงานความมั่นคงก่อนบินอย่างเคร่งครัด

ติดตามข่าวสารและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม: ท่านสามารถติดตามอัปเดตสถานการณ์ความขัดแย้งไทย–กัมพูชา และข้อมูลเกี่ยวกับเทคโนโลยีโดรนได้ที่เว็บไซต์: https://droneth.or.th/drone-border-tension/

หรือติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ LINE Official:  @droneth

Teerachai Lertpanikul นักเขียนและผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีโดรน
เขียนโดย
Teerachai Lertpanikul

นักเขียนและผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีโดรน มีประสบการณ์เกี่ยวกับการใช้งานอากาศยานไร้คนขับ, AI, Robotics มุ่งนำเสนอข้อมูลที่ถูกต้อง เข้าใจง่าย และนำไปใช้งานได้จริง

Scroll to Top