สมาคมอากาศยานไร้คนขับประเทศไทย ยื่นความเห็นถึง กสทช. หนุนเปิดคลื่นความถี่ใหม่ ดันโดรนบินไกลขึ้น ถูกกฎหมายมากขึ้น
สรุปง่าย ๆ ว่าเสียงของสมาคมฯ ต่อร่างกฎเกณฑ์คลื่นความถี่ชุดใหม่ จะเปลี่ยนอะไรสำหรับคนเล่นโดรนและธุรกิจโดรนในไทยบ้าง
เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 สมาคมอากาศยานไร้คนขับประเทศไทยได้ส่งความเห็นอย่างเป็นทางการไปยังสำนักงาน กสทช. (หน่วยงานที่ดูแลเรื่องคลื่นความถี่วิทยุของประเทศ) เกี่ยวกับร่างกฎเกณฑ์ใหม่ 4 ฉบับ ที่จะกำหนดว่าโดรนในไทยใช้คลื่นความถี่อะไรได้บ้าง และต้องมีมาตรฐานอุปกรณ์แบบไหน
พูดง่าย ๆ คือ กฎชุดนี้จะเป็นตัวกำหนดว่าโดรนจะบินไกลได้แค่ไหน ต้องขึ้นทะเบียนอย่างไรและเมื่อไหร่ และอุปกรณ์ที่ซื้อมาจากต่างประเทศจะใช้ในไทยได้เลยหรือต้องส่งทดสอบซ้ำ สมาคมฯ จึงส่งความเห็นเข้าไปช่วยให้กฎที่ออกมาใช้งานได้จริงกับคนเล่นโดรนและธุรกิจโดรนในไทย (ก่อนหน้านี้พยายามส่งทางอีเมลไปแล้วครั้งหนึ่งแต่ระบบขัดข้อง จึงต้องรีบส่งใหม่ให้ทันวันปิดรับความเห็น)
- เห็นด้วยกับการเปิดคลื่นความถี่ใหม่ให้โดรน ทำให้อุปกรณ์ที่ขายทั่วโลก เช่น รีโมทบังคับและกล้อง FPV ใช้งานในไทยได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องดัดแปลง
- สนับสนุนให้บิน ไกลเกินระยะสายตา ผ่านสัญญาณมือถือหรือดาวเทียม ซึ่งจะเปิดทางให้ใช้โดรนในงานเกษตร ป่าไม้ และพื้นที่ห่างไกลได้จริง
- เสนอให้ปรับกติกาการขึ้นทะเบียนโดรนให้ทำได้จริงในทางปฏิบัติ เช่น ให้เวลา 15–30 วัน แทนคำว่า “ทันที” ที่ทำตามไม่ทัน
เปิดคลื่นความถี่ใหม่ ให้โดรนบินได้มากขึ้น
ร่างกฎฉบับแรกครอบคลุมกว้างที่สุด พูดถึง 6 เรื่องหลัก ได้แก่ คลื่นความถี่ที่ใช้ได้แบบไม่ต้องขอใบอนุญาต การใช้งานผ่านเครือข่ายมือถือ คลื่นสำหรับระบบนำทาง/เรดาร์กันชน มาตรฐานอุปกรณ์วิทยุ การขึ้นทะเบียนเจ้าของโดรน และบทลงโทษเมื่อทำผิด
คลื่นความถี่ใหม่ที่จะได้ใช้
สมาคมฯ เห็นด้วยที่จะเปิดคลื่นความถี่ใหม่สองย่านคือ 72 MHz และ 920 MHz ซึ่งเป็นย่านที่อุปกรณ์ราคาประหยัดจากโรงงานทั่วโลกใช้อยู่แล้ว การเปิดย่านนี้จะทำให้นำเข้าอุปกรณ์มาใช้ได้เลยโดยไม่ต้องดัดแปลง แต่สมาคมฯ ก็ขอให้กำหนดกติกาการแบ่งช่องสัญญาณให้ชัดเจน เพื่อไม่ให้อุปกรณ์โดรนไปรบกวนอุปกรณ์อื่นที่ใช้คลื่นย่านเดียวกันอยู่ก่อน เช่น ระบบสแกนสินค้าในโรงงาน
นอกจากนี้ยังเสนอให้ทบทวนกำลังส่งสัญญาณของย่าน 2.4 GHz และ 5.8 GHz (ย่านที่กล้อง FPV ใช้ส่งภาพสด) ให้ตรงกับมาตรฐานที่ใช้กันทั่วโลก เพื่อให้นักบินโดรนใช้อุปกรณ์ FPV ได้เต็มประสิทธิภาพจริง
บินไกลเกินสายตา ผ่านมือถือและดาวเทียม
ปกติกฎหมายกำหนดให้ผู้บังคับโดรนต้องมองเห็นโดรนตลอดเวลา แต่ร่างกฎนี้เปิดทางให้บิน “ไกลเกินระยะสายตา” ได้ โดยอาศัยสัญญาณเครือข่ายมือถือหรือดาวเทียมควบคุมแทน สมาคมฯ เห็นด้วย และเสนอเพิ่มเติมว่าในพื้นที่ที่ไม่มีสัญญาณมือถือ เช่น พื้นที่เกษตร ป่าไม้ หรือพื้นที่วิจัยห่างไกล ควรอนุญาตให้ใช้สัญญาณวิทยุเฉพาะกิจของตัวเองได้ พร้อมเสนอให้เปิด “พื้นที่ทดลองพิเศษ” ร่วมกับสำนักงานการบินพลเรือน (CAAT) เพื่อทดสอบการบินไกลแบบนี้ก่อนบังคับใช้จริงทั่วประเทศ
สมาคมฯ สนับสนุนแนวคิดเรื่อง “ป้ายทะเบียนอิเล็กทรอนิกส์” ของโดรน (Remote ID) และเรดาร์กันชนติดโดรน เพื่อความปลอดภัยและความมั่นคง โดยเสนอให้ใช้มาตรฐานเดียวกับที่ทั่วโลกใช้ เพื่อให้ผู้ผลิตทำอุปกรณ์ชุดเดียวขายได้ทุกประเทศ ไม่ต้องทำรุ่นพิเศษเฉพาะไทย
ขึ้นทะเบียนโดรนต้องทำได้จริง ไม่ใช่แค่ในกระดาษ
ประเด็นที่สมาคมฯ กังวลที่สุดคือร่างกฎกำหนดให้ต้อง “ขึ้นทะเบียนทันที” หลังซื้อโดรน ซึ่งในทางปฏิบัติแทบเป็นไปไม่ได้ และอาจทำให้คนที่ตั้งใจทำถูกต้องกลายเป็นผู้กระทำผิดโดยไม่รู้ตัวในช่วงรอดำเนินการ สมาคมฯ จึงเสนอให้ปรับเป็นกรอบเวลาที่ทำได้จริง เช่น ภายใน 15–30 วัน หรือ “ก่อนบินครั้งแรก” พร้อมข้อเสนอเพิ่มเติมดังนี้
- ให้ขึ้นทะเบียนโดรนหลายลำพร้อมกันได้ในครั้งเดียว เหมาะกับธุรกิจที่มีโดรนจำนวนมาก
- เปลี่ยนหน้าที่ร้านค้าจาก “ต้องให้ลูกค้าขึ้นทะเบียนก่อนถึงจะขายได้” เป็น “แจ้งเตือนลูกค้าและส่งข้อมูลเครื่องให้ระบบ” เพื่อไม่ให้กระทบการซื้อขายออนไลน์
- ลดหรือยกเว้นค่าธรรมเนียม 200 บาทต่อลำ สำหรับโรงเรียน มหาวิทยาลัย และหน่วยงานไม่แสวงกำไร
- เวลาโอนขายโดรนมือสอง ให้แค่แก้ไขชื่อเจ้าของในระบบ ไม่ต้องยกเลิกทะเบียนแล้วจ่ายค่าธรรมเนียมใหม่ทั้งหมด
- ใช้บทลงโทษแบบ “เตือนก่อน” เช่น เตือนวาจา แล้วค่อยเป็นลายลักษณ์อักษร ก่อนถึงขั้นเพิกถอนหรือดำเนินคดี พร้อมช่วงเวลาผ่อนผันให้ปรับตัวก่อนเริ่มจับจริง
เรดาร์กันชนกับสัญญาณดาวเทียมบนโดรน
อีกสองฉบับพูดถึงมาตรฐานอุปกรณ์เฉพาะทาง ฉบับหนึ่งว่าด้วย “เรดาร์กันชน” ที่ติดบนโดรนเพื่อตรวจจับสิ่งกีดขวางและหลบเลี่ยงการชนอัตโนมัติ (คล้ายเซนเซอร์กันชนหน้ารถยนต์) ซึ่งร่างกฎเปิดคลื่นความถี่ใหม่ให้เรดาร์ประเภทนี้ใช้งานได้มากขึ้น สมาคมฯ เห็นด้วย และเสนอให้ยอมรับผลทดสอบจากต่างประเทศที่ผ่านมาตรฐานสากลอยู่แล้ว จะได้ไม่ต้องส่งอุปกรณ์ไปทดสอบซ้ำในไทยให้เสียเวลาและค่าใช้จ่าย
อีกฉบับพูดถึงอุปกรณ์ควบคุมโดรนผ่านดาวเทียม สำหรับกรณีที่บินในพื้นที่ไม่มีสัญญาณมือถือเลย สมาคมฯ เห็นด้วยเช่นกัน และขอให้เปิดกว้างยอมรับได้ทั้งมาตรฐานยุโรปและอเมริกา เพื่อให้อุปกรณ์จากทั้งสองฝั่งเข้าตลาดไทยได้ ทั้งสองฉบับเสนอให้มีเวลาเตรียมตัว 180 วัน ก่อนเริ่มบังคับใช้จริง เพื่อให้ผู้นำเข้าเตรียมเอกสารและห้องแล็บทดสอบในไทยพร้อมทัน
ปรับปรุงตารางคลื่นความถี่ให้ตรงกัน
ฉบับสุดท้ายเป็นแค่การแก้ไขตารางคลื่นความถี่เดิมให้สอดคล้องกับสองฉบับแรก คือเพิ่มย่านความถี่ใหม่ที่เพิ่งเปิดเข้าไปในตารางกลาง และปรับถ้อยคำให้ใช้งานได้จริง เช่น ระบุชัดว่าใช้กับงานเกษตร งานสำรวจ งานขนส่ง หรืองานวิจัยได้ สมาคมฯ เห็นด้วยกับทุกจุดในฉบับนี้ เพราะเป็นเรื่องความเรียบร้อยของเอกสารมากกว่าการเปลี่ยนกฎใหม่
สรุปเทียบทั้ง 4 ฉบับ อ่านจบในตารางเดียว
ภาพรวมของร่างกฎทั้ง 4 ฉบับ และท่าทีของสมาคมฯ สรุปได้ดังตาราง
| ประเด็น | ฉบับที่ 1 คลื่นความถี่ทั่วไป |
ฉบับที่ 2 เรดาร์ |
ฉบับที่ 3 ดาวเทียม |
ฉบับที่ 4 ปรับตาราง |
|---|---|---|---|---|
| พูดถึงเรื่องอะไร | คลื่นความถี่และกติกาทั่วไปสำหรับโดรน | เรดาร์กันชนบนโดรน | ควบคุมโดรนผ่านดาวเทียม | ปรับตารางคลื่นความถี่ให้ตรงกัน |
| เกี่ยวอะไรกับคุณ | กำหนดว่าบินไกลได้แค่ไหน ขึ้นทะเบียนอย่างไร | โดรนหลบสิ่งกีดขวางได้ปลอดภัยขึ้น | บินในพื้นที่ไม่มีสัญญาณมือถือได้ | ไม่กระทบผู้ใช้ทั่วไปโดยตรง |
| เวลาเตรียมตัวก่อนบังคับใช้ | เสนอ 15–30 วัน (จากเดิม “ทันที”) | 180 วัน | 180 วัน | ไม่ระบุเฉพาะ |
| ท่าทีของสมาคมฯ | เห็นด้วย มีข้อเสนอเพิ่มเติม | เห็นด้วย | เห็นด้วย | เห็นด้วย |
จุดยืนหลักของสมาคมฯ
ประเด็นที่เห็นด้วย
- เปิดคลื่นความถี่ใหม่ ทำให้อุปกรณ์ราคาประหยัดจากทั่วโลกใช้ในไทยได้ทันทีโดยไม่ต้องดัดแปลง
- เปิดทางบินไกลเกินสายตาผ่านมือถือ/ดาวเทียม ต่อยอดสู่งานเกษตร ป่าไม้ และพื้นที่ห่างไกล
- ยอมรับผลทดสอบจากต่างประเทศ ลดเวลาและค่าใช้จ่ายในการนำเข้าอุปกรณ์
- ใช้บทลงโทษแบบเตือนก่อน ให้โอกาสปรับตัวก่อนเริ่มจับจริง
ข้อกังวลที่เสนอให้ทบทวน
- กำหนดให้ขึ้นทะเบียน “ทันที” ซึ่งทำตามไม่ทันในทางปฏิบัติ
- ยังไม่มีคำนิยามชัดเจนว่า “สัญญาณรบกวนรุนแรง” คือแค่ไหน
- ร้านค้าต้องรับผิดชอบให้ลูกค้าขึ้นทะเบียนก่อนขาย อาจกระทบร้านออนไลน์
- ให้เวลาผู้ที่ซื้อโดรนไปแล้วก่อนหน้านี้ปรับตัวแค่ 90 วัน สมาคมฯ ขอเพิ่มเป็นอย่างน้อย 180 วัน
▪ บทสรุป
โดยรวมแล้ว สมาคมอากาศยานไร้คนขับประเทศไทยเห็นด้วยกับทิศทางของกฎใหม่ทั้ง 4 ฉบับ เพราะจะทำให้ซื้ออุปกรณ์ได้ง่ายขึ้น บินได้ไกลขึ้น และไม่ต้องเสียเวลาทดสอบซ้ำ สิ่งที่สมาคมฯ ขอให้ กสทช. ทบทวนเพิ่มเติมคือรายละเอียดที่กระทบการใช้งานจริง เช่น เวลาที่ให้ขึ้นทะเบียน คำนิยามที่ยังคลุมเครือ และภาระของร้านค้า เพื่อให้กฎที่ออกมาใช้ได้จริง ไม่ใช่แค่ทำตามได้ยากจนทุกคนกลายเป็นผู้ทำผิดโดยไม่ตั้งใจ
ถ้าคุณเป็นคนเล่นโดรนหรือทำธุรกิจเกี่ยวกับโดรนในไทย ความเห็นชุดนี้เป็นสัญญาณว่ากฎกำลังจะเปลี่ยนไปในทางที่เอื้อต่อการใช้งานมากขึ้น แต่ก็ควรติดตามประกาศฉบับจริงเมื่อออกมา เพื่อเตรียมขึ้นทะเบียนให้ทันตามกรอบเวลาที่กำหนด
