Drone Association Thailand

สมัครสมาชิก☰

สมาคมอากาศยานไร้คนขับประเทศไทย ยื่นความเห็นถึง กสทช. หนุนเปิดคลื่นความถี่ใหม่ ดันโดรนบินไกลขึ้น ถูกกฎหมายมากขึ้น

สมาคมอากาศยานไร้คนขับประเทศไทย ยื่นความเห็นถึง กสทช. หนุนเปิดคลื่นความถี่ใหม่ ดันโดรนบินไกลขึ้น ถูกกฎหมายมากขึ้น
ผู้บังคับโดรนถือรีโมทควบคุม โดรนบินอยู่เหนือศีรษะพร้อมสัญญาณคลื่นความถี่
กสทช. · กฎเกณฑ์โดรน ฉบับอ่านง่าย

สมาคมอากาศยานไร้คนขับประเทศไทย ยื่นความเห็นถึง กสทช. หนุนเปิดคลื่นความถี่ใหม่ ดันโดรนบินไกลขึ้น ถูกกฎหมายมากขึ้น

สรุปง่าย ๆ ว่าเสียงของสมาคมฯ ต่อร่างกฎเกณฑ์คลื่นความถี่ชุดใหม่ จะเปลี่ยนอะไรสำหรับคนเล่นโดรนและธุรกิจโดรนในไทยบ้าง

9 กรกฎาคม 2569 อ่าน 6 นาที สรุปจากหนังสือความเห็นที่สมาคมฯ ยื่นต่อ กสทช.

เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 สมาคมอากาศยานไร้คนขับประเทศไทยได้ส่งความเห็นอย่างเป็นทางการไปยังสำนักงาน กสทช. (หน่วยงานที่ดูแลเรื่องคลื่นความถี่วิทยุของประเทศ) เกี่ยวกับร่างกฎเกณฑ์ใหม่ 4 ฉบับ ที่จะกำหนดว่าโดรนในไทยใช้คลื่นความถี่อะไรได้บ้าง และต้องมีมาตรฐานอุปกรณ์แบบไหน

พูดง่าย ๆ คือ กฎชุดนี้จะเป็นตัวกำหนดว่าโดรนจะบินไกลได้แค่ไหน ต้องขึ้นทะเบียนอย่างไรและเมื่อไหร่ และอุปกรณ์ที่ซื้อมาจากต่างประเทศจะใช้ในไทยได้เลยหรือต้องส่งทดสอบซ้ำ สมาคมฯ จึงส่งความเห็นเข้าไปช่วยให้กฎที่ออกมาใช้งานได้จริงกับคนเล่นโดรนและธุรกิจโดรนในไทย (ก่อนหน้านี้พยายามส่งทางอีเมลไปแล้วครั้งหนึ่งแต่ระบบขัดข้อง จึงต้องรีบส่งใหม่ให้ทันวันปิดรับความเห็น)

▪ สรุปสั้น ๆ
  • เห็นด้วยกับการเปิดคลื่นความถี่ใหม่ให้โดรน ทำให้อุปกรณ์ที่ขายทั่วโลก เช่น รีโมทบังคับและกล้อง FPV ใช้งานในไทยได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องดัดแปลง
  • สนับสนุนให้บิน ไกลเกินระยะสายตา ผ่านสัญญาณมือถือหรือดาวเทียม ซึ่งจะเปิดทางให้ใช้โดรนในงานเกษตร ป่าไม้ และพื้นที่ห่างไกลได้จริง
  • เสนอให้ปรับกติกาการขึ้นทะเบียนโดรนให้ทำได้จริงในทางปฏิบัติ เช่น ให้เวลา 15–30 วัน แทนคำว่า “ทันที” ที่ทำตามไม่ทัน
01

เปิดคลื่นความถี่ใหม่ ให้โดรนบินได้มากขึ้น

ร่างประกาศฉบับที่ 1

ร่างกฎฉบับแรกครอบคลุมกว้างที่สุด พูดถึง 6 เรื่องหลัก ได้แก่ คลื่นความถี่ที่ใช้ได้แบบไม่ต้องขอใบอนุญาต การใช้งานผ่านเครือข่ายมือถือ คลื่นสำหรับระบบนำทาง/เรดาร์กันชน มาตรฐานอุปกรณ์วิทยุ การขึ้นทะเบียนเจ้าของโดรน และบทลงโทษเมื่อทำผิด

6
เรื่องหลักที่ครอบคลุมในกฎฉบับแรก
4
ฉบับร่างกฎที่สมาคมฯ ให้ความเห็น
250g
น้ำหนักที่เสนอให้ไม่นับเป็น “โดรนของเล่น”
180
วัน ที่เสนอให้เตรียมตัวก่อนบังคับใช้กฎ

คลื่นความถี่ใหม่ที่จะได้ใช้

สมาคมฯ เห็นด้วยที่จะเปิดคลื่นความถี่ใหม่สองย่านคือ 72 MHz และ 920 MHz ซึ่งเป็นย่านที่อุปกรณ์ราคาประหยัดจากโรงงานทั่วโลกใช้อยู่แล้ว การเปิดย่านนี้จะทำให้นำเข้าอุปกรณ์มาใช้ได้เลยโดยไม่ต้องดัดแปลง แต่สมาคมฯ ก็ขอให้กำหนดกติกาการแบ่งช่องสัญญาณให้ชัดเจน เพื่อไม่ให้อุปกรณ์โดรนไปรบกวนอุปกรณ์อื่นที่ใช้คลื่นย่านเดียวกันอยู่ก่อน เช่น ระบบสแกนสินค้าในโรงงาน

นอกจากนี้ยังเสนอให้ทบทวนกำลังส่งสัญญาณของย่าน 2.4 GHz และ 5.8 GHz (ย่านที่กล้อง FPV ใช้ส่งภาพสด) ให้ตรงกับมาตรฐานที่ใช้กันทั่วโลก เพื่อให้นักบินโดรนใช้อุปกรณ์ FPV ได้เต็มประสิทธิภาพจริง

คลื่นความถี่ 4 ย่านที่โดรนใช้งาน พร้อมประเภทการใช้งานของแต่ละย่าน
4 ย่านความถี่ที่เกี่ยวข้องกับโดรน และอุปกรณ์ที่ใช้ย่านนั้น ๆ

บินไกลเกินสายตา ผ่านมือถือและดาวเทียม

ปกติกฎหมายกำหนดให้ผู้บังคับโดรนต้องมองเห็นโดรนตลอดเวลา แต่ร่างกฎนี้เปิดทางให้บิน “ไกลเกินระยะสายตา” ได้ โดยอาศัยสัญญาณเครือข่ายมือถือหรือดาวเทียมควบคุมแทน สมาคมฯ เห็นด้วย และเสนอเพิ่มเติมว่าในพื้นที่ที่ไม่มีสัญญาณมือถือ เช่น พื้นที่เกษตร ป่าไม้ หรือพื้นที่วิจัยห่างไกล ควรอนุญาตให้ใช้สัญญาณวิทยุเฉพาะกิจของตัวเองได้ พร้อมเสนอให้เปิด “พื้นที่ทดลองพิเศษ” ร่วมกับสำนักงานการบินพลเรือน (CAAT) เพื่อทดสอบการบินไกลแบบนี้ก่อนบังคับใช้จริงทั่วประเทศ

สมาคมฯ สนับสนุนแนวคิดเรื่อง “ป้ายทะเบียนอิเล็กทรอนิกส์” ของโดรน (Remote ID) และเรดาร์กันชนติดโดรน เพื่อความปลอดภัยและความมั่นคง โดยเสนอให้ใช้มาตรฐานเดียวกับที่ทั่วโลกใช้ เพื่อให้ผู้ผลิตทำอุปกรณ์ชุดเดียวขายได้ทุกประเทศ ไม่ต้องทำรุ่นพิเศษเฉพาะไทย

ขึ้นทะเบียนโดรนต้องทำได้จริง ไม่ใช่แค่ในกระดาษ

ประเด็นที่สมาคมฯ กังวลที่สุดคือร่างกฎกำหนดให้ต้อง “ขึ้นทะเบียนทันที” หลังซื้อโดรน ซึ่งในทางปฏิบัติแทบเป็นไปไม่ได้ และอาจทำให้คนที่ตั้งใจทำถูกต้องกลายเป็นผู้กระทำผิดโดยไม่รู้ตัวในช่วงรอดำเนินการ สมาคมฯ จึงเสนอให้ปรับเป็นกรอบเวลาที่ทำได้จริง เช่น ภายใน 15–30 วัน หรือ “ก่อนบินครั้งแรก” พร้อมข้อเสนอเพิ่มเติมดังนี้

  • ให้ขึ้นทะเบียนโดรนหลายลำพร้อมกันได้ในครั้งเดียว เหมาะกับธุรกิจที่มีโดรนจำนวนมาก
  • เปลี่ยนหน้าที่ร้านค้าจาก “ต้องให้ลูกค้าขึ้นทะเบียนก่อนถึงจะขายได้” เป็น “แจ้งเตือนลูกค้าและส่งข้อมูลเครื่องให้ระบบ” เพื่อไม่ให้กระทบการซื้อขายออนไลน์
  • ลดหรือยกเว้นค่าธรรมเนียม 200 บาทต่อลำ สำหรับโรงเรียน มหาวิทยาลัย และหน่วยงานไม่แสวงกำไร
  • เวลาโอนขายโดรนมือสอง ให้แค่แก้ไขชื่อเจ้าของในระบบ ไม่ต้องยกเลิกทะเบียนแล้วจ่ายค่าธรรมเนียมใหม่ทั้งหมด
  • ใช้บทลงโทษแบบ “เตือนก่อน” เช่น เตือนวาจา แล้วค่อยเป็นลายลักษณ์อักษร ก่อนถึงขั้นเพิกถอนหรือดำเนินคดี พร้อมช่วงเวลาผ่อนผันให้ปรับตัวก่อนเริ่มจับจริง
02

เรดาร์กันชนกับสัญญาณดาวเทียมบนโดรน

ร่างประกาศฉบับที่ 2 และ 3

อีกสองฉบับพูดถึงมาตรฐานอุปกรณ์เฉพาะทาง ฉบับหนึ่งว่าด้วย “เรดาร์กันชน” ที่ติดบนโดรนเพื่อตรวจจับสิ่งกีดขวางและหลบเลี่ยงการชนอัตโนมัติ (คล้ายเซนเซอร์กันชนหน้ารถยนต์) ซึ่งร่างกฎเปิดคลื่นความถี่ใหม่ให้เรดาร์ประเภทนี้ใช้งานได้มากขึ้น สมาคมฯ เห็นด้วย และเสนอให้ยอมรับผลทดสอบจากต่างประเทศที่ผ่านมาตรฐานสากลอยู่แล้ว จะได้ไม่ต้องส่งอุปกรณ์ไปทดสอบซ้ำในไทยให้เสียเวลาและค่าใช้จ่าย

อีกฉบับพูดถึงอุปกรณ์ควบคุมโดรนผ่านดาวเทียม สำหรับกรณีที่บินในพื้นที่ไม่มีสัญญาณมือถือเลย สมาคมฯ เห็นด้วยเช่นกัน และขอให้เปิดกว้างยอมรับได้ทั้งมาตรฐานยุโรปและอเมริกา เพื่อให้อุปกรณ์จากทั้งสองฝั่งเข้าตลาดไทยได้ ทั้งสองฉบับเสนอให้มีเวลาเตรียมตัว 180 วัน ก่อนเริ่มบังคับใช้จริง เพื่อให้ผู้นำเข้าเตรียมเอกสารและห้องแล็บทดสอบในไทยพร้อมทัน

เปรียบเทียบเรดาร์กันชนที่ตรวจจับสิ่งกีดขวางด้านหน้า กับสัญญาณดาวเทียมที่ควบคุมโดรนเมื่อไม่มีสัญญาณมือถือ
เรดาร์กันชนมองไปข้างหน้าเพื่อหลบสิ่งกีดขวาง ส่วนดาวเทียมทำหน้าที่ควบคุมเมื่อไม่มีสัญญาณมือถือ — คนละหน้าที่กัน
03

ปรับปรุงตารางคลื่นความถี่ให้ตรงกัน

ร่างประกาศฉบับที่ 4

ฉบับสุดท้ายเป็นแค่การแก้ไขตารางคลื่นความถี่เดิมให้สอดคล้องกับสองฉบับแรก คือเพิ่มย่านความถี่ใหม่ที่เพิ่งเปิดเข้าไปในตารางกลาง และปรับถ้อยคำให้ใช้งานได้จริง เช่น ระบุชัดว่าใช้กับงานเกษตร งานสำรวจ งานขนส่ง หรืองานวิจัยได้ สมาคมฯ เห็นด้วยกับทุกจุดในฉบับนี้ เพราะเป็นเรื่องความเรียบร้อยของเอกสารมากกว่าการเปลี่ยนกฎใหม่

04

สรุปเทียบทั้ง 4 ฉบับ อ่านจบในตารางเดียว

Summary Comparison

ภาพรวมของร่างกฎทั้ง 4 ฉบับ และท่าทีของสมาคมฯ สรุปได้ดังตาราง

ประเด็น ฉบับที่ 1
คลื่นความถี่ทั่วไป
ฉบับที่ 2
เรดาร์
ฉบับที่ 3
ดาวเทียม
ฉบับที่ 4
ปรับตาราง
พูดถึงเรื่องอะไรคลื่นความถี่และกติกาทั่วไปสำหรับโดรนเรดาร์กันชนบนโดรนควบคุมโดรนผ่านดาวเทียมปรับตารางคลื่นความถี่ให้ตรงกัน
เกี่ยวอะไรกับคุณกำหนดว่าบินไกลได้แค่ไหน ขึ้นทะเบียนอย่างไรโดรนหลบสิ่งกีดขวางได้ปลอดภัยขึ้นบินในพื้นที่ไม่มีสัญญาณมือถือได้ไม่กระทบผู้ใช้ทั่วไปโดยตรง
เวลาเตรียมตัวก่อนบังคับใช้เสนอ 15–30 วัน (จากเดิม “ทันที”)180 วัน180 วันไม่ระบุเฉพาะ
ท่าทีของสมาคมฯเห็นด้วย มีข้อเสนอเพิ่มเติมเห็นด้วยเห็นด้วยเห็นด้วย
05

จุดยืนหลักของสมาคมฯ

Overall Position

ประเด็นที่เห็นด้วย

  • เปิดคลื่นความถี่ใหม่ ทำให้อุปกรณ์ราคาประหยัดจากทั่วโลกใช้ในไทยได้ทันทีโดยไม่ต้องดัดแปลง
  • เปิดทางบินไกลเกินสายตาผ่านมือถือ/ดาวเทียม ต่อยอดสู่งานเกษตร ป่าไม้ และพื้นที่ห่างไกล
  • ยอมรับผลทดสอบจากต่างประเทศ ลดเวลาและค่าใช้จ่ายในการนำเข้าอุปกรณ์
  • ใช้บทลงโทษแบบเตือนก่อน ให้โอกาสปรับตัวก่อนเริ่มจับจริง

ข้อกังวลที่เสนอให้ทบทวน

  • กำหนดให้ขึ้นทะเบียน “ทันที” ซึ่งทำตามไม่ทันในทางปฏิบัติ
  • ยังไม่มีคำนิยามชัดเจนว่า “สัญญาณรบกวนรุนแรง” คือแค่ไหน
  • ร้านค้าต้องรับผิดชอบให้ลูกค้าขึ้นทะเบียนก่อนขาย อาจกระทบร้านออนไลน์
  • ให้เวลาผู้ที่ซื้อโดรนไปแล้วก่อนหน้านี้ปรับตัวแค่ 90 วัน สมาคมฯ ขอเพิ่มเป็นอย่างน้อย 180 วัน

▪ บทสรุป

โดยรวมแล้ว สมาคมอากาศยานไร้คนขับประเทศไทยเห็นด้วยกับทิศทางของกฎใหม่ทั้ง 4 ฉบับ เพราะจะทำให้ซื้ออุปกรณ์ได้ง่ายขึ้น บินได้ไกลขึ้น และไม่ต้องเสียเวลาทดสอบซ้ำ สิ่งที่สมาคมฯ ขอให้ กสทช. ทบทวนเพิ่มเติมคือรายละเอียดที่กระทบการใช้งานจริง เช่น เวลาที่ให้ขึ้นทะเบียน คำนิยามที่ยังคลุมเครือ และภาระของร้านค้า เพื่อให้กฎที่ออกมาใช้ได้จริง ไม่ใช่แค่ทำตามได้ยากจนทุกคนกลายเป็นผู้ทำผิดโดยไม่ตั้งใจ

ถ้าคุณเป็นคนเล่นโดรนหรือทำธุรกิจเกี่ยวกับโดรนในไทย ความเห็นชุดนี้เป็นสัญญาณว่ากฎกำลังจะเปลี่ยนไปในทางที่เอื้อต่อการใช้งานมากขึ้น แต่ก็ควรติดตามประกาศฉบับจริงเมื่อออกมา เพื่อเตรียมขึ้นทะเบียนให้ทันตามกรอบเวลาที่กำหนด

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ต้นทางแบบแสดงความคิดเห็นที่สมาคมอากาศยานไร้คนขับประเทศไทยยื่นต่อสำนักงาน กสทช. (สำนักบริหารคลื่นความถี่) วันที่ 3 กรกฎาคม 2569 ต่อร่างประกาศ 4 ฉบับ
บทความที่เกี่ยวข้องกฎคลื่นสัญญาณโดรนใหม่ 4 ฉบับจาก กสทช.: คุณต้องรู้อะไรบ้าง
กสทช. คลื่นความถี่ โดรน บินไกลเกินสายตา ขึ้นทะเบียนโดรน กฎหมายโดรน

สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

Teerachai Lertpanikul นักเขียนและผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีโดรน
เขียนโดย
Teerachai Lertpanikul

นักเขียนและผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีโดรน มีประสบการณ์เกี่ยวกับการใช้งานอากาศยานไร้คนขับ, AI, Robotics มุ่งนำเสนอข้อมูลที่ถูกต้อง เข้าใจง่าย และนำไปใช้งานได้จริง

Scroll to Top