Drone Association Thailand

สมัครสมาชิก☰

ขึ้นทะเบียนโดรนประกอบเอง (DIY/FPV): ครบทุกขั้นตอน กสทช. และ กพท.

คำถามที่สมาคมได้รับบ่อยที่สุดจากนักบิน FPV และผู้เล่น Drone Soccer คือ “โดรนที่ผมประกอบเอง จะขึ้นทะเบียนยังไง” ซึ่งคำตอบที่แชร์กันในกลุ่มมักเป็นลำดับขั้นตอน 5 ข้อ ตั้งแต่ขอใบอนุญาตทำ ส่งทดสอบมาตรฐาน ยื่น SDoC ไปจนถึงลงบัญชีเครื่อง

 

บทความนี้เรียบเรียงจากตัวบทประกาศที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาโดยตรง ได้แก่ ประกาศ กสทช. ปี 2563 เรื่องหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน มาตรฐานทางเทคนิค กสทช. มท. 1038 – 2564 และเอกสารแนวทางปฏิบัติของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย

🎯 สรุปสั้นๆ

  • โดรน 1 ลำ ต้องขึ้นทะเบียน 2 หน่วยงาน — กสทช. (ตัวเครื่องวิทยุ) และ กพท. (ผู้บังคับ/อากาศยาน) เกณฑ์คนละแบบ
  • กสทช. ไม่มีขั้นต่ำน้ำหนัก โดรนทุกลำต้องขึ้น ส่วน กพท. นับที่ “มีกล้อง” หรือเกิน 2 กก. — โดรน FPV 250 กรัมที่ติดกล้องจึงต้องขึ้นทั้งคู่
  • เพดานกำลังส่งเข้มกว่าที่หลายคนคิด 433 MHz ได้แค่ 10 mW และ 2.4 GHz แค่ 100 mW ซึ่งโมดูล ELRS/Crossfire ทั่วไปตั้งค่าเกินได้ง่ายมาก
  • การบังคับโดรนด้วยภาพจากกล้องอย่างเดียวเป็นสิ่งต้องห้าม ตามเงื่อนไขประกาศกระทรวงคมนาคม พ.ศ. 2558 — ทางออกที่ถูกกฎหมายคือบินในพื้นที่ปิด
  • ผู้ประกอบโดรนเองมีสถานะเป็น “ผู้ทำ” เครื่องวิทยุคมนาคม จึงต้องมีใบอนุญาตทำตามข้อ ๖ และใช้ SDoC ตามข้อ ๑๑ (๑) ซึ่งต่างจากผู้ซื้อโดรนสำเร็จรูปมาใช้

ทำไมโดรนถึงเกี่ยวกับกฎหมายวิทยุคมนาคม

โดรนทุกลำมีตัวรับส่งสัญญาณที่แพร่คลื่นวิทยุ ไม่ว่าจะเป็นลิงก์ควบคุมจากรีโมท ตัวส่งภาพ (VTX) หรือ telemetry ในสายตากฎหมายไทยจึงถือเป็น “เครื่องวิทยุคมนาคม” และตกอยู่ใต้ พระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498

มาตรา 6 ของ พ.ร.บ. ฉบับนี้ระบุว่า “ห้ามมิให้ผู้ใด ทำ มี ใช้ นำเข้า นำออก หรือค้า ซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคม เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาต” จะเห็นว่าคำว่า “ทำ” อยู่ในมาตราเดียวกับ “มี” และ “ใช้” ซึ่งเป็นที่มาของความเข้าใจว่าการประกอบโดรนเองเท่ากับการสร้างเครื่องวิทยุคมนาคมขึ้นใหม่

บทลงโทษอยู่ที่ มาตรา 23 คือ ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ และศาลอาจสั่งริบเครื่องได้ตามมาตรา 22

โดรน 1 ลำ ต้องขึ้นทะเบียน 2 หน่วยงาน

คำถามที่พบบ่อยในระบบ AnyRegis ของสำนักงาน กสทช. ระบุไว้ว่าโดรนต้องขึ้นทะเบียน ทั้ง 2 หน่วยงาน โดยเปรียบเทียบว่า กสทช. เสมือนการทำ “ทะเบียนรถ” ส่วน กพท. เสมือน “ใบขับขี่”

เปรียบเทียบการขึ้นทะเบียนโดรนกับ กสทช. และ กพท.
เกณฑ์ของสองหน่วยงานต่างกัน — ผ่านที่หนึ่งไม่ได้แปลว่าผ่านอีกที่

ฝั่งสำนักงาน กสทช.

ต้องขึ้นทะเบียนผู้ครอบครองเครื่องวิทยุคมนาคม ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ครอบครองโดรน ผ่านระบบ AnyRegis ที่ anyregis.nbtc.go.th โดยใช้ แบบ คท.30 จุดสำคัญคือ ฝั่ง กสทช. ไม่มีเกณฑ์ขั้นต่ำเรื่องน้ำหนัก โดรนทุกลำต้องขึ้นทะเบียน

แบบฟอร์มยังเตือนว่าการแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงานมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137 และหากอุปกรณ์ไม่ผ่านเกณฑ์ จะต้องทำลายหรือส่งออกภายใน 30 วัน แล้วแจ้งสำนักงานภายใน 15 วัน

ฝั่งสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.)

เกณฑ์ต่างออกไปโดยสิ้นเชิง — โดรนที่ติดกล้องบันทึกภาพต้องขึ้นทะเบียนทุกกรณีไม่ว่าน้ำหนักเท่าใด ส่วนโดรนที่ไม่มีกล้องจะเริ่มบังคับเมื่อเกิน 2 กิโลกรัม (เกิน 25 กิโลกรัมต้องได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม)

ขั้นตอนดำเนินการผ่าน UAS Portal ที่ uasportal.caat.or.th ประกอบด้วยการสอบ E-Exam (สอบใหม่ได้หลังผ่านไป 24 ชั่วโมง ไม่จำกัดจำนวนครั้ง) เอกสารกรรมสิทธิ์ ภาพถ่ายอากาศยานที่เห็นหมายเลขเครื่องชัดเจน และ ประกันภัยบุคคลที่สามไม่น้อยกว่า 1,000,000 บาทต่อครั้ง ผู้ขอต้องมีอายุ 20 ปี แต่ลดเหลือ 18 ปีสำหรับโดรนไม่เกิน 2 กิโลกรัมที่ใช้เพื่องานอดิเรก นันทนาการ หรือการกีฬา หนังสือขึ้นทะเบียนผู้บังคับมีอายุ 2 ปี ใช้เวลาพิจารณาราว 15 วันทำการ และปัจจุบันยังไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียม

บทลงโทษฝั่ง กพท. ตาม พ.ร.บ.การเดินอากาศ พ.ศ. 2497 คือบินโดยไม่ได้รับอนุญาตมีความผิดตามมาตรา 78(1) จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท ส่วนการฝ่าฝืนเงื่อนไขปรับไม่เกิน 50,000 บาท

ข้อควรระวังเรื่องลิงก์: เอกสารและเว็บไซต์ราชการหลายแห่งยังอ้างอิงที่อยู่เดิม uav.caat.or.th ซึ่งปัจจุบันใช้งานไม่ได้แล้ว (โดเมนไม่ตอบสนอง) ให้ใช้ uasportal.caat.or.th แทน

เพดานกำลังส่งตามประกาศ กสทช. และจุดที่มักตั้งค่าเกิน

ข้อ ๕ (๑) ของประกาศ กสทช. ปี 2563 กำหนดย่านความถี่และเพดานกำลังส่งไว้ชัดเจน ข้อกำหนดนี้มีผลต่อโดรนประกอบเองมากกว่าโดรนสำเร็จรูป เนื่องจากผู้ประกอบเป็นผู้เลือกโมดูลและตั้งค่ากำลังส่งเอง

ข้อความในประกาศระบุหัวตารางว่าเป็นคลื่นสำหรับ “การส่งสัญญาณควบคุม (Control) และการรับ – ส่งข้อมูล (Payload)” — คำว่า Payload นี้ครอบคลุมการส่งภาพ FPV ด้วย ไม่ใช่เฉพาะสัญญาณบังคับ

ตารางเพดานกำลังส่งโดรนในไทย 433 MHz 2.4 GHz 5.8 GHz ตามแบบ คท.30
เพดานกำลังส่งตามข้อ ๕ ของประกาศ กสทช. (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 137 ตอนพิเศษ 150 ง · 25 มิ.ย. 2563)

สิ่งที่ต้องเน้นคือเพดานเหล่านี้เป็นค่า e.i.r.p. ซึ่งรวมอัตราขยายของเสาอากาศแล้ว ไม่ใช่กำลังขาออกที่ตั้งในเมนู VTX และแบบฟอร์มยังระบุห้ามนำอุปกรณ์ใดมาต่อหรือปรับเพื่อเพิ่มกำลังส่งเกินกว่าที่กำหนด

ประเด็นที่กระทบนักบิน FPV โดยตรง คือ 915 MHz และ 1.2/1.3 GHz ไม่ปรากฏในตารางเลย จึงไม่อยู่ในข่ายที่ใช้กับโดรนได้ ขณะที่โมดูล ELRS ย่าน 433 MHz ที่ตั้ง 100 mW หรือ 2.4 GHz ที่ตั้ง 250 mW ขึ้นไป ล้วนเกินเพดานทั้งสิ้น

ย่านที่สี่ที่มักไม่ถูกพูดถึง: ข้อ ๕ (๒) กำหนดคลื่นสำหรับ ระบบเรดาร์ที่ติดตั้งบนโดรน ที่ 24.05 – 24.25 GHz กำลังส่งไม่เกิน 100 mW e.i.r.p. ซึ่งเป็นคนละเงื่อนไขกับสามย่านข้างต้น (ดูหัวข้อถัดไป)

อนึ่ง ข้อ ๕ วรรคท้ายเปิดช่องไว้ว่า “กสทช. อาจพิจารณาอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่และกำลังส่งที่ไม่เป็นไปตามขีดจำกัดที่กล่าวไว้ โดยจะพิจารณาตามความเหมาะสมเป็นรายกรณี” จึงมีช่องทางขออนุญาตเกินเพดานได้ แต่ต้องยื่นขอเป็นรายกรณี ไม่ใช่ใช้ได้เอง

และข้อ ๑๕ ระบุว่าการใช้คลื่นตามประกาศนี้ ไม่ได้รับสิทธิคุ้มครองการรบกวน หากก่อให้เกิดการรบกวนระดับรุนแรงต่อข่ายสื่อสารอื่น ผู้ใช้ต้องระงับการใช้งานทันที

หมายเหตุเชิงเทคนิค: ย่าน 5725–5850 MHz ครอบคลุมช่องสัญญาณ FPV อนาล็อกมาตรฐานเพียงบางส่วน ช่องที่อยู่นอกช่วงนี้ เช่นกลุ่ม Band E และช่องปลายแบนด์บางช่อง จะอยู่นอกย่านที่อนุญาต ส่วนนี้เป็นการคำนวณเชิงวิศวกรรมจากตารางข้างต้น ไม่ใช่คำวินิจฉัยทางกฎหมาย

ข้อห้ามการบังคับอากาศยานโดยอาศัยชุดกล้อง

นี่คือประโยคที่สำคัญที่สุดสำหรับผู้อ่านกลุ่ม FPV และมักไม่ถูกพูดถึง เงื่อนไขข้อ 3.4 ของประกาศกระทรวงคมนาคม พ.ศ. 2558 ระบุว่า

“ผู้บังคับหรือปล่อยอากาศยานต้องสามารถมองเห็นอากาศยานได้ตลอดเวลาที่ทำการบิน และห้ามทำการบังคับอากาศยานโดยอาศัยชุดกล้องบนอากาศยานหรืออุปกรณ์อื่นที่มีลักษณะใกล้เคียง”

หมายความว่าการบิน FPV ผ่านแว่นเพียงอย่างเดียวไม่เข้าเงื่อนไขการบินทั่วไป ทางปฏิบัติที่ยอมรับกันคือต้องมี spotter ที่มองเห็นตัวอากาศยานตลอดเวลา หรือบินในพื้นที่ปิด

ทางออกสำหรับ Drone Soccer และสนามฝึก FPV

แนวทางปฏิบัติ CAAT-GM-UAS-008 เปิดช่องสำหรับอากาศยานน้ำหนักไม่เกิน 7 กิโลกรัมที่บินในพื้นที่ปิด โดยระบุตัวอย่างไว้ชัดว่า “การปฏิบัติการบินในตาข่ายปิดที่ตั้งอยู่ในพื้นที่กลางแจ้ง ยังถือได้ว่าเป็นการบินในพื้นที่ปิด” ซึ่งตรงกับลักษณะสนาม Drone Soccer พอดี

ในกรณีนี้เพียงแจ้งข้อมูลการบิน ได้แก่ ชื่อนักบิน สถานที่และเวลาที่ทำการบิน หมายเลขเครื่อง (Serial Number) รุ่นและยี่ห้อ ไปที่อีเมล [email protected] แล้ว กพท. สามารถอนุญาตให้ทำการบินได้ทันที ไม่ต้องยื่นขออนุญาตล่วงหน้า 30 วัน และไม่มีค่าใช้จ่าย

แต่การอยู่ในพื้นที่ปิดยกเว้นให้เฉพาะ “เงื่อนไขการบิน” เท่านั้น ไม่ได้ยกเว้นการขึ้นทะเบียน ลูกบอลโดรนที่ไม่มีกล้องและหนักไม่ถึง 2 กิโลกรัมไม่ต้องขึ้นทะเบียนกับ กพท. แต่หากติดกล้องเมื่อใดต้องขึ้นทะเบียนทันที และไม่ว่ากรณีใดก็ยังต้องขึ้นทะเบียนกับ กสทช. อยู่ดี

อีกประเด็นที่ควรทราบคือ ไม่มีข้อยกเว้นสำหรับกีฬา สถานศึกษา หรือเยาวชน ในกฎหมายโดรนไทย หน่วยงานที่ได้รับยกเว้นมีเพียงทหาร ตำรวจ ศุลกากร กระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ เท่านั้น อ่านแนวทางเริ่มต้นเล่นได้ที่ อยากแข่งและเรียนรู้ Drone Soccer คนไทยควรเริ่มยังไง

หน้าที่ของผู้ประกอบโดรนเองตามประกาศ กสทช.

หัวข้อนี้อ้างอิงข้อความในประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน สำหรับใช้งานเป็นการทั่วไป และมาตรฐานทางเทคนิค กสทช. มท. 1038 – 2564 เป็นหลัก

1. ใบอนุญาตทำเครื่องวิทยุคมนาคม

การประกอบโดรนขึ้นใช้เองเข้าข่ายการ “ทำ” เครื่องวิทยุคมนาคม ซึ่ง ข้อ ๖ ของประกาศกำหนดไว้ว่า

“ผู้ที่ประสงค์จะทำ นำเข้า หรือค้า ซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคมสำหรับอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน ต้องได้รับใบอนุญาตตามกฎหมายและประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติที่เกี่ยวข้อง”

และจุดสำคัญคือ ข้อ ๗ วรรคสอง ระบุว่าผู้ที่ขึ้นทะเบียนแล้ว “ได้รับยกเว้นไม่ต้องได้รับใบอนุญาตให้ มี ใช้ และนำออกซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคม และใบอนุญาตให้ตั้งสถานีวิทยุคมนาคม” — สังเกตว่าไม่มีคำว่า “ทำ” อยู่ในรายการยกเว้น การขึ้นทะเบียนจึงไม่ได้ทำให้พ้นหน้าที่ตามข้อ ๖

2. เอกสารแสดงความสอดคล้อง: ผู้ประกอบเองใช้ SDoC

ข้อ ๑๑ แบ่งประเภทเอกสารแสดงความสอดคล้องตามข้อกำหนดทางเทคนิคไว้ตามสถานะของผู้ยื่น ดังนี้

ข้อใครใช้เอกสาร
๑๑ (๑)ผู้ทำ หรือผู้นำเข้า ที่ใช้คลื่นตามข้อ ๕ (๑)SDoC (Supplier’s Declaration of Conformity)
๑๑ (๒)ผู้นำเข้าเป็นของใช้ส่วนตัวชั่วคราว (Personal effect)ODoC
๑๑ (๓)ผู้นำเข้าเพื่อปฏิบัติภารกิจชั่วคราวODoC

คำว่า “ผู้ทำ” ในข้อ ๑๑ (๑) ครอบคลุมผู้ที่ประกอบโดรนขึ้นเอง เส้นทางที่ใช้จึงเป็น SDoC ส่วน ODoC ใช้เฉพาะกรณีนำเข้าชั่วคราวตามข้อ ๑๑ (๒) และ (๓)

3. โดรนที่ติดตั้งเรดาร์: เส้นทางจดทะเบียน

ข้อ ๑๒ กำหนดว่าโดรนที่ใช้คลื่นความถี่ตามข้อ ๕ (๒) คือย่านเรดาร์ 24.05 – 24.25 GHz ต้องมีมาตรฐานทางเทคนิคตามที่ กสทช. ประกาศกำหนด และต้องผ่านการตรวจสอบและรับรองมาตรฐาน ตามประกาศ กสทช. เรื่อง การตรวจสอบและรับรองมาตรฐานของเครื่องโทรคมนาคมและอุปกรณ์ ลงวันที่ 2 กรกฎาคม 2559

มาตรฐานที่ว่าคือ กสทช. มท. 1038 – 2564 ซึ่งระบุขอบข่ายไว้เฉพาะระบบเรดาร์ 24.05 – 24.25 GHz และข้อ 3 ของมาตรฐานกำหนดให้อุปกรณ์กลุ่มนี้เป็น “เครื่องโทรคมนาคมและอุปกรณ์ ประเภท ก” ซึ่งเป็นกลุ่มที่ต้องผ่านการทดสอบแล้วจดทะเบียนกับสำนักงาน ต่างจากอุปกรณ์ทั่วไปที่ใช้ SDoC ได้

ในทางปฏิบัติ โดรน FPV ทั่วไปไม่มีระบบเรดาร์ จึงใช้เส้นทาง SDoC ตามข้อ ๑๑ (๑) แต่หากติดตั้งเรดาร์หลบสิ่งกีดขวางเมื่อใด จะเข้าเงื่อนไขข้อ ๑๒ ทันที

ค่าธรรมเนียมและหน้าที่อื่นตามประกาศ

  • ข้อ ๑๓ — ค่าธรรมเนียมพิจารณาคำขอขึ้นทะเบียน 200 บาทต่อหนึ่งเครื่อง ยื่นได้ที่สำนักงาน กสทช. หรือผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ และเรียกคืนไม่ได้ไม่ว่ากรณีใด
  • ข้อ ๗ — ขึ้นทะเบียนภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ครอบครอง
  • ข้อ ๑๔ — หากเครื่องสูญหาย ชำรุดจนใช้ไม่ได้ หรือเปลี่ยนผู้ครอบครอง ต้องแจ้งขอยกเลิกการขึ้นทะเบียน
  • ข้อ ๑๖ — เงื่อนไขการบินอื่นให้เป็นไปตามประกาศกระทรวงคมนาคม (ซึ่งรวมข้อห้ามบินด้วยแว่น FPV ข้างต้น)

สรุปขั้นตอนและฐานอ้างอิงตามประกาศ

ขั้นตอนสถานะตามประกาศข้ออ้างอิง
1. ขอใบอนุญาตทำมีฐานตามประกาศข้อ ๖ + ข้อ ๗ วรรคสอง
2. ส่งทดสอบ / ระบุความถี่และกำลังส่งมีฐานตามประกาศ เฉพาะข้อกำหนดความถี่และกำลังส่ง ส่วนการทดสอบในห้องปฏิบัติการบังคับเฉพาะกลุ่มเรดาร์ข้อ ๕, ข้อ ๑๒
3. ยื่น SDoC หรือจดทะเบียน (กรณีมีเรดาร์)มีฐานตามประกาศข้อ ๑๑ (๑), ข้อ ๑๒, มท. 1038-2564
4. ลงบัญชีเครื่องในฐานข้อมูลสำรองจำหน่ายไม่ปรากฏในประกาศฉบับนี้ เมนูดังกล่าวในระบบ AnyRegis ผูกกับใบอนุญาตค้า อย่างไรก็ดี ข้อ ๖ กำหนดให้ผู้ทำต้องมีใบอนุญาต จึงอาจมีหน้าที่รายงานตามเงื่อนไขของใบอนุญาตนั้น—
5. ขึ้นทะเบียนผู้ครอบครองมีฐานตามประกาศข้อ ๗, ข้อ ๑๓

สำหรับขั้นตอนที่ 4 ซึ่งไม่ปรากฏข้อความรองรับในประกาศฉบับนี้โดยตรง ผู้ที่จะดำเนินการควรสอบถามส่วนงานที่รับขึ้นทะเบียนโดรนของสำนักงาน กสทช. เพื่อความชัดเจน

⚠️ ทั้งสองประกาศกำลังอยู่ระหว่างการแก้ไข ตามข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ กสทช. ผู้ให้ข้อมูล ประกาศทั้ง 2 ฉบับข้างต้นกำลังจะถูกปรับปรุง ซึ่งสอดคล้องกับร่างประกาศ 4 ฉบับที่เปิดรับฟังความเห็นเมื่อกลางปี 2569 ผู้อ่านจึงควรตรวจสอบฉบับล่าสุดก่อนดำเนินการ

ประกาศ กพท. ที่มีผลบังคับใช้ 17 พฤษภาคม 2569

กพท. ออกหลักเกณฑ์ใหม่สำหรับโดรนน้ำหนักไม่เกิน 25 กิโลกรัมที่ขอปฏิบัติการบินแตกต่างไปจากเงื่อนไขเดิมในประกาศกระทรวงคมนาคม พ.ศ. 2558 มีผลตั้งแต่ 17 พฤษภาคม 2569 การบินลักษณะนี้ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม Specific Category ซึ่งต้องผ่านการประเมินความเสี่ยงและได้รับอนุญาตก่อนบิน

  • ผู้บังคับต้องผ่านหลักสูตรที่ กพท. รับรอง (เดิมไม่บังคับ)
  • ขึ้นทะเบียนตัวโดรนและติดหมายเลขทะเบียนบนลำตัว รูปแบบ XX-NN-NN-NNNN สูงกว่า 0.3 ซม. สีตัดกับพื้น
  • ยื่นแผนการบินออนไลน์ทุกครั้ง ระบุวัตถุประสงค์ วัน-เวลา พิกัด ผู้ควบคุม และเอกสารประกันภัย
  • อายุใบอนุญาตเดิม 2 ปี ปรับเป็น 5 ปี ต่ออายุล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน
  • ผู้ได้รับอนุญาตเดิมภายใต้กฎปี 2558 ยังใช้สิทธิเดิมได้จนกว่าจะสิ้นอายุ

ประเด็นที่ยังไม่ชัดและกระทบนักบิน FPV โดยตรง: กลุ่ม Specific Category ครอบคลุมถึง “การบินที่แตกต่างจากข้อกำหนดทั่วไป” ด้วย ซึ่งการบินด้วยแว่น FPV เข้าข่ายเบี่ยงเบนจากเงื่อนไขการมองเห็นอากาศยานโดยธรรมชาติ แต่ กพท. ไม่ได้ระบุคำว่า FPV ไว้โดยตรง สมาคมจึงยังไม่สรุปแทน และแนะนำให้สอบถาม กพท. ก่อนวางแผนจัดกิจกรรม FPV กลางแจ้ง

เช็กลิสต์สำหรับผู้ประกอบโดรนเอง

  1. ตรวจย่านความถี่และตั้งกำลังส่งไม่เกินเพดาน — จุดที่พลาดบ่อยที่สุดคือ ELRS 433 MHz และ 2.4 GHz
  2. เลี่ยงอุปกรณ์ย่าน 915 MHz และ 1.2/1.3 GHz ซึ่งไม่อยู่ในย่านที่อนุญาตให้ใช้กับโดรน
  3. กำหนด Serial Number ให้ตัวเครื่องและติดไว้บนโครงให้อ่านได้ชัด พร้อมถ่ายรูปเก็บไว้
  4. ยื่น คท.30 ผ่าน AnyRegis ภายใน 30 วันนับแต่ครอบครอง
  5. หากมีกล้อง หรือหนักเกิน 2 กก. ให้ขึ้นทะเบียนกับ กพท. ผ่าน UAS Portal พร้อมทำประกันภัย 1 ล้านบาท
  6. วางแผนการบิน — หากเป็น FPV ให้บินในพื้นที่ปิด หรือจัดให้มีผู้มองเห็นอากาศยานตลอดเวลา
  7. เตรียม ค่าธรรมเนียมพิจารณาคำขอ 200 บาทต่อเครื่อง (เรียกคืนไม่ได้) และสอบถามส่วนงานที่รับขึ้นทะเบียนโดรนของ กสทช. เรื่องขั้นตอนใบอนุญาตทำ ก่อนดำเนินการ

FAQ – คำถามที่พบบ่อย

❓ โดรนประกอบเองต้องขอใบอนุญาตทำเครื่องวิทยุคมนาคมไหม

ต้องขอ ข้อ ๖ ของประกาศ กสทช. เรื่องหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน สำหรับใช้งานเป็นการทั่วไป ระบุว่าผู้ที่ประสงค์จะทำ นำเข้า หรือค้า เครื่องวิทยุคมนาคมสำหรับโดรน ต้องได้รับใบอนุญาต และข้อ ๗ วรรคสองระบุว่าการขึ้นทะเบียนยกเว้นให้เฉพาะใบอนุญาต มี ใช้ นำออก และตั้งสถานีวิทยุคมนาคม โดยไม่รวมคำว่าทำ การขึ้นทะเบียนจึงไม่ทำให้พ้นหน้าที่ตามข้อ ๖

❓ โดรน FPV 250 กรัม ต้องขึ้นทะเบียนไหม

ต้องขึ้นทั้งสองหน่วยงานหากติดกล้อง เพราะฝั่ง กสทช. ไม่มีขั้นต่ำเรื่องน้ำหนัก โดรนทุกลำต้องขึ้นทะเบียน ส่วนฝั่ง กพท. กำหนดว่าโดรนที่ติดกล้องบันทึกภาพต้องขึ้นทะเบียนทุกกรณีไม่ว่าน้ำหนักเท่าใด

❓ บิน FPV ด้วยแว่นในไทยผิดกฎหมายหรือไม่

เงื่อนไขข้อ 3.4 ของประกาศกระทรวงคมนาคม พ.ศ. 2558 กำหนดให้ผู้บังคับต้องมองเห็นอากาศยานได้ตลอดเวลา และห้ามบังคับโดยอาศัยชุดกล้องบนอากาศยาน การบินด้วยแว่นเพียงอย่างเดียวจึงไม่เข้าเงื่อนไขการบินทั่วไป ทางออกคือบินในพื้นที่ปิดตามแนวทาง CAAT-GM-UAS-008 หรือจัดให้มีผู้มองเห็นอากาศยานตลอดเวลา

❓ สนาม Drone Soccer ต้องขออนุญาตอย่างไร

อากาศยานน้ำหนักไม่เกิน 7 กิโลกรัมที่บินในพื้นที่ปิด ซึ่งรวมถึงตาข่ายปิดที่ตั้งกลางแจ้ง สามารถแจ้งข้อมูลการบิน ได้แก่ ชื่อนักบิน สถานที่และเวลา หมายเลขเครื่อง รุ่นและยี่ห้อ ไปที่ [email protected] แล้ว กพท. อนุญาตให้ทำการบินได้ทันที แต่การยกเว้นนี้ครอบคลุมเฉพาะเงื่อนไขการบิน ไม่ได้ยกเว้นการขึ้นทะเบียน

❓ ใช้โมดูล ELRS 915 MHz กับโดรนในไทยได้ไหม

ย่าน 915 MHz ไม่ปรากฏในตารางความถี่สำหรับโดรนตามข้อ ๕ ของประกาศ กสทช. ซึ่งระบุเพียง 433.05-434.79 MHz, 2400-2500 MHz, 5725-5850 MHz และย่านเรดาร์ 24.05-24.25 GHz จึงไม่อยู่ในข่ายที่ใช้กับโดรนได้ เช่นเดียวกับย่าน 1.2 และ 1.3 GHz

❓ โดรนที่ติดเรดาร์ต้องทำอะไรเพิ่ม

ข้อ ๑๒ ของประกาศ กสทช. ปี 2563 กำหนดว่าโดรนที่ใช้คลื่นย่านเรดาร์ 24.05 ถึง 24.25 กิกะเฮิรตซ์ ต้องมีมาตรฐานทางเทคนิคตามที่ กสทช. กำหนด และต้องผ่านการตรวจสอบและรับรองมาตรฐาน โดยมาตรฐานที่ใช้คือ กสทช. มท. 1038-2564 ซึ่งจัดให้อุปกรณ์กลุ่มนี้เป็นเครื่องโทรคมนาคมและอุปกรณ์ประเภท ก จึงเป็นเส้นทางจดทะเบียน ไม่ใช่ SDoC แบบอุปกรณ์ทั่วไป

❓ ขึ้นทะเบียนโดรนกับ กสทช. เสียค่าธรรมเนียมเท่าไร

ข้อ ๑๓ ของประกาศ กสทช. ปี 2563 กำหนดค่าธรรมเนียมในการพิจารณาคำขอขึ้นทะเบียน 200 บาทต่อหนึ่งเครื่อง ยื่นได้ที่สำนักงาน กสทช. หรือผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ และค่าธรรมเนียมนี้เรียกคืนไม่ได้ไม่ว่ากรณีใด

แหล่งอ้างอิง

  • ประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน สำหรับใช้งานเป็นการทั่วไป — ประกาศ ณ วันที่ 10 มิถุนายน 2563 · ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 137 ตอนพิเศษ 150 ง หน้า 14-18 วันที่ 25 มิถุนายน 2563 · มีผลใช้บังคับเมื่อพ้น 90 วันนับแต่วันประกาศ (ข้อ ๑) และยกเลิกประกาศฉบับ 12 มกราคม 2561 (ข้อ ๒)
  • ประกาศ กสทช. เรื่อง มาตรฐานทางเทคนิคของเครื่องโทรคมนาคมและอุปกรณ์ สำหรับอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน สำหรับใช้งานเป็นการทั่วไป (กสทช. มท. 1038 – 2564) — ประกาศ ณ วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2564 · ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 138 ตอนพิเศษ 54 ง หน้า 19 วันที่ 11 มีนาคม 2564 · ใช้บังคับถัดจากวันประกาศ
  • พระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 มาตรา 6, 11, 22, 23 (แก้ไขเพิ่มเติมโดยฉบับที่ 3 พ.ศ. 2535)
  • แบบ คท.30 สำนักงาน กสทช. (แบบคำขอขึ้นทะเบียนเครื่องวิทยุคมนาคมสำหรับโดรน)
  • คำถามที่พบบ่อย ระบบ AnyRegis สำนักงาน กสทช. — anyregis.nbtc.go.th
  • แนวทางการปฏิบัติสำหรับผู้ขอรับบริการ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย — uasportal.caat.or.th
  • ประกาศกระทรวงคมนาคม พ.ศ. 2558 เงื่อนไขข้อ 3.4 (ข้อห้ามบังคับอากาศยานโดยอาศัยชุดกล้อง)
  • แนวทางปฏิบัติ CAAT-GM-UAS-008 การปฏิบัติการบินในพื้นที่ปิด
  • ประกาศ กพท. มีผล 17 พฤษภาคม 2569 (รายงานโดย Thai PBS อ้างคำแถลงรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี)

ข้อสงวน: บทความนี้จัดทำเพื่อเผยแพร่ความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำวินิจฉัยทางกฎหมาย ก่อนดำเนินการจริงโปรดตรวจสอบกับสำนักงาน กสทช. (โทร. 1200) และสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยโดยตรง เนื่องจากกฎเกณฑ์มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง

Scroll to Top