Drone Association Thailand

สมัครสมาชิก☰

TH-AI Passport 1,621 ล้าน: จะคุ้มค่าจริง ต้องแก้ 3 จุดนี้

TH-AI Passport 1,621 ล้าน: จะคุ้มค่าจริง ต้องแก้ 3 จุดนี้
คนไทยหลากหลายกลุ่มใช้ AI ในบริบทไทย
TH-AI Passport Series · บทสรุป
TH-AI Passport 1,621 ล้าน:
จะคุ้มค่าจริง ต้องแก้ 3 จุดนี้

ไม่ใช่แค่ "ดีหรือไม่ดี" แต่ถ้าจะให้เงินภาษี 1,621 ล้านบาทมีมูลค่าจริง ต้องแก้อะไรใน Phase 1 และ Phase 2

📅 4 มิถุนายน 2568 ⏱ อ่าน 7 นาที ✍️ Drone Association Thailand

โครงการ TH-AI Passport กำลังเดินหน้าแม้จะอยู่ระหว่างการทบทวน ขณะเดียวกัน กระทรวงดีอีก็วางแผน Phase 2 งบ 900 ล้านบาทแล้ว คำถามจึงไม่ใช่ "ควรทำหรือไม่" แต่คือ "ทำอย่างไรให้คุ้มค่า"

สถานะปัจจุบัน
รัฐบาลประกาศทบทวน Phase 1 ก่อนเดินหน้า
ที่มา: Bangkok Post, 29 พ.ค. 2569
แผนที่จะมา
Phase 2 งบ 900 ล้านบาท ยังอยู่ในแผน
ที่มา: Bangkok Post, 29 พ.ค. 2569

บทความนี้รวบรวม 3 จุดหลัก ที่นักวิเคราะห์และผู้เชี่ยวชาญระบุว่าหากแก้ได้ จะเปลี่ยน TH-AI Passport จากโครงการที่ "น่าจับตา" เป็นโครงการที่ "คุ้มค่าจริง"

01

จุดที่ 1: โครงสร้างสัญญาที่รายรับล็อก ต้นทุนลอย

Contract Structure

ปัญจมพงศ์ เสริมสวัสดิ์ศรี นักวิเคราะห์อิสระ ตั้งข้อสังเกตว่า โครงสร้างสัญญาในรูปแบบเหมาจ่ายทำให้รายรับของผู้รับงานถูกล็อกแน่นอน ขณะที่ต้นทุนจริงขึ้นอยู่กับปริมาณการใช้งาน ซึ่งในมุมมองของเขาอาจสร้างแรงจูงใจที่ไม่ตรงกับเป้าหมายโครงการ

⚠️ ปัญหา

รายรับผู้รับงานถูกล็อกตั้งแต่ต้น แต่ต้นทุนจริงขึ้นอยู่กับการใช้งาน หากประชาชนใช้น้อย ผู้รับงานได้ส่วนต่างมากขึ้น และยังมีกลไกปรับลดปริมาณ-คุณภาพบริการได้โดยไม่แจ้งผู้ใช้ ขณะที่เกณฑ์วัดคุณภาพกำหนดเพียงว่าระบบต้องไม่ล่มเกิน 216 นาทีต่อเดือน

ที่มา: ปัญจมพงศ์ เสริมสวัสดิ์ศรี — (ความเห็นส่วนตัว)
✅ วิธีแก้ที่เสนอ
  • เปลี่ยนเป็นโมเดล จ่ายตามที่ประชาชนใช้จริง ไม่ใช่เหมาจ่าย
  • กำหนด ปริมาณขั้นต่ำ ที่แต่ละคนต้องได้รับในสัญญา
  • เพิ่มเกณฑ์วัดคุณภาพ ความเร็วในการตอบ และประสบการณ์ผู้ใช้จริง
  • กำหนดให้ผู้รับงานต้อง แจ้งล่วงหน้า หากจะปรับลดระดับบริการ
02

จุดที่ 2: แค่แจกสิทธิ์ใช้งาน AI ไม่พอ ต้องสร้างทักษะจริง

Skills, Not Just Access

รายงานจาก McKinsey, EDB และ Tech in Asia พบว่า 3 ใน 5 บริษัทในอาเซียน ยังไม่เห็นผลตอบแทนทางการเงินที่มีนัยสำคัญจาก AI โดยระบุว่าการขาดทักษะและอัตราการใช้งานในหมู่พนักงานที่ต่ำเป็นสาเหตุหลัก

สิงคโปร์กำลังแก้ปัญหานี้ด้วยแนวทางที่น่าสนใจ โดยประกาศให้ free premium AI subscriptions แก่คนที่เข้าร่วมคอร์ส SkillsFuture AI ตั้งแต่ครึ่งหลังปี 2569

Manpower Minister Tan See Leng — สิงคโปร์

"Like learning a language, developing true fluency in AI comes from consistent use and building confidence through experimentation"

ที่มา: Straits Times / Yahoo News Singapore, 3 มี.ค. 2569
เปรียบเทียบแนวทาง TH-AI Passport Singapore SkillsFuture
ลำดับขั้นตอน ลงทะเบียน → quiz → ได้ AI เรียนคอร์สก่อน → ได้ AI เป็นรางวัล
เชื่อมกับหลักสูตร Learn to Earn ยังไม่ชัดเจน AI tool ต้องตรงกับเนื้อหาคอร์สที่เรียน
เป้าหมาย เพิ่มจำนวนผู้ใช้ AI สร้างกำลังคนที่ใช้ AI ได้จริง
วัดผล ยังไม่มีตัวชี้วัดผลชัดเจน ผ่านคอร์ส = มีทักษะวัดได้
⚠️ ปัญหา

ระบบ Learn to Earn ของ TH-AI Passport ยังไม่มีรายละเอียดว่าหลักสูตรคืออะไร วัดผลยังไง หากเป็นแค่ quiz ผ่านง่าย โครงการจะเพิ่มจำนวนผู้ลงทะเบียน แต่ไม่ได้เพิ่ม การใช้ AI ในชีวิตจริง

ที่มา: McKinsey/EDB/Tech in Asia report อ้างใน Straits Times, มี.ค. 2569
✅ วิธีแก้ที่เสนอ
  • กำหนดหลักสูตร Learn to Earn ให้ชัดเจน วัดผลได้จริง ไม่ใช่แค่ quiz
  • เชื่อมการเข้าถึง AI Pro กับทักษะที่เรียน ให้ตรงกัน
  • ตั้ง ตัวชี้วัดผล ชัดเจนว่า อัตราการใช้งาน AI จริงเพิ่มขึ้นแค่ไหน ใน 6 เดือน และ 12 เดือน
03

จุดที่ 3: ข้อมูลคนไทย 5 ล้านคนจะไปอยู่ที่ไหน?

Data Sovereignty
Data flow map: ข้อมูลจากไทยไหลออกสู่ OpenAI, Google, Anthropic ในสหรัฐฯ

ภาพจำลอง — เส้นทางข้อมูลจากไทยสู่เซิร์ฟเวอร์ต่างชาติ

นี่คือประเด็นที่ถูกพูดถึงน้อยที่สุดในดราม่า TH-AI Passport แต่อาจมีผลระยะยาวมากที่สุด

📌 เมื่อคนไทย 5 ล้านคนใช้ ChatGPT / Gemini / Claude ผ่านโครงการรัฐบาล การสนทนา ข้อมูล และ รูปแบบการใช้งานของคนไทย จะถูกส่งไปยังเซิร์ฟเวอร์ของ OpenAI, Google, Anthropic ซึ่งทั้งหมดเป็นบริษัทต่างชาติ

⚠️ ปัญหา

ผู้ร่วมก่อตั้ง startup ไทยเตือนว่าโครงการนี้อาจส่งผู้ใช้ 5 ล้านคนให้กับบริษัทเทคโนโลยีต่างชาติ และอาจทำให้พวกเขากลายเป็นลูกค้าที่ต้องจ่ายเงินในอนาคต ขณะที่ AI สัญชาติไทยอย่าง Typhoon ได้รับสัดส่วนน้อยมากในโครงการนี้ และไม่มีข้อกำหนด data locality ใน TOR

ที่มา: Bangkok Post, 29 พ.ค. 2569
✅ วิธีแก้ที่เสนอ
  • กำหนด ข้อกำหนดให้เก็บข้อมูลในประเทศ ไว้ใน TOR Phase 2
  • เพิ่มสัดส่วน AI สัญชาติไทย เช่น Typhoon ให้ครบ 30% ขึ้นไป
  • กำหนดให้ผู้ให้บริการต้องแจ้งนโยบาย ข้อมูลผู้ใช้ภาษาไทย อย่างชัดเจน
04

Phase 2: โอกาสที่ต้องไม่พลาด

What Phase 2 Should Look Like

กระทรวงดีอีวางแผน Phase 2 งบ 900 ล้านบาท แม้ Phase 1 ยังอยู่ระหว่างทบทวน นั่นหมายความว่ายังมีโอกาสแก้ไขในระดับนโยบายได้

📋 Phase 2 ควรเป็นอย่างไร
ประเมินผล Phase 1 อย่างเป็นทางการก่อน ก่อนผูกพันงบ 900 ล้าน
ปรับโครงสร้างสัญญาตาม 3 จุดที่ระบุ ก่อนเซ็นสัญญาใหม่
เพิ่มสัดส่วน AI ไทย (Typhoon) อย่างน้อย 30%
กำหนด ตัวชี้วัดการใช้งาน AI จริงในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่แค่จำนวนลงทะเบียน

บทสรุป

TH-AI Passport มีเจตนาที่ดีและเป็นก้าวที่กล้าหาญของนโยบาย AI ไทย แต่ความดีของเจตนาจะไม่ถูกวัดด้วยงบประมาณที่ใช้ แต่ด้วยผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง

ถ้าแก้ได้ทั้ง 3 จุด — สัญญาโปร่งใส ทักษะจริง และข้อมูลปลอดภัย — 1,621 ล้านบาทนี้จะเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า และ Phase 2 อีก 900 ล้านจะมีรากฐานที่แข็งแกร่งพอจะเดินต่อได้

ถ้าไม่แก้ ก็จะได้แค่ตัวเลขผู้ลงทะเบียนสวยงาม แต่ AI diffusion ของไทยอาจยังอยู่ที่ 10.7% เหมือนเดิม

📚 แหล่งข้อมูลอ้างอิง

สัญญา วิเคราะห์โครงสร้างสัญญา — ปัญจมพงศ์ เสริมสวัสดิ์ศรี (ความเห็นส่วนตัว) (https://th-ai-passport.panjs.com)
สิงคโปร์ Free premium AI subscriptions for SkillsFuture courses — Straits Times / Yahoo News SG, 3 มี.ค. 2569 (https://sg.news.yahoo.com/singaporeans-receive-free-premium-ai-082532491.html)
ข้อมูล AI Passport project to be reviewed — Bangkok Post, 29 พ.ค. 2569 (https://www.bangkokpost.com/thailand/general/3264863/ai-passport-project-to-be-reviewed)
โครงการ รมว.ดีอี แจง TH-AI Passport — prd.go.th, 28 พ.ค. 2569 (https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/507369)
TH-AI Passport AI Policy Data Sovereignty SkillsFuture Phase 2 AI ไทย
Teerachai Lertpanikul นักเขียนและผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีโดรน
เขียนโดย
Teerachai Lertpanikul

นักเขียนและผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีโดรน มีประสบการณ์เกี่ยวกับการใช้งานอากาศยานไร้คนขับ, AI, Robotics มุ่งนำเสนอข้อมูลที่ถูกต้อง เข้าใจง่าย และนำไปใช้งานได้จริง

Scroll to Top