
# เฉิน ลี่ ผู้ร่วมก่อตั้ง Unitree — ใช้ประโยชน์จากกว่างซีเสริมศักยภาพอาเซียน
ตลาดหุ่นยนต์ในภูมิภาคอาเซียนมีมูลค่าเติบโตอย่างต่อเนื่อง และในงาน “AI for All: China-ASEAN” ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2568 ณ มหาวิทยาลัยกว่างซี เมืองหนานหนิง เฉิน ลี่ ผู้ร่วมก่อตั้ง Unitree Robotics ได้ประกาศวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนว่า อาเซียนคือเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ลำดับต้นๆ ของบริษัท โดยจะใช้เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงเป็นฐานปฏิบัติการก่อนรุกเข้าสู่ตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างเต็มรูปแบบ
บทความนี้จะพาไปเจาะลึกกลยุทธ์การขยายตลาดของ Unitree ตั้งแต่เทคโนโลยีหลัก 3 แกนที่เป็นหัวใจของบริษัท ได้แก่ หุ่นยนต์สี่ขา หุ่นยนต์ฮิวมานอยด์ และปัญญาประดิษฐ์แบบฝังตัว (Embodied AI) ไปจนถึงเหตุผลที่กว่างซีถูกเลือกให้เป็นประตูสู่อาเซียน รวมถึงแนวโน้มที่น่าจับตาของหุ่นยนต์ฮิวมานอยด์ในปี 2569 ที่คาดว่าจะเปลี่ยนภูมิทัศน์อุตสาหกรรมหลายสาขาอย่างมีนัยสำคัญ
🎯 สรุปสั้นๆ
- อาเซียนกำลังกลายเป็นตลาดศักยภาพสูงสำหรับปัญญาประดิษฐ์แบบฝังตัว (Embodied Intelligence) ตามมุมมองของผู้ร่วมก่อตั้ง Unitree
- Unitree ใช้กว่างซีเป็นฐานยุทธศาสตร์ทางภูมิศาสตร์ในการฝึกอบรมและทดสอบก่อนขยายสู่อาเซียน
- เทคโนโลยีหลัก 3 แกนของ Unitree ได้แก่ หุ่นยนต์สี่ขา หุ่นยนต์ฮิวมานอยด์ และ Embodied AI
- ปี 2569 คาดว่าหุ่นยนต์ฮิวมานอยด์จะมีขีดความสามารถตัดสินใจด้วยตนเองและใช้งานได้หลากหลายอุตสาหกรรม
งาน “AI for All: China-ASEAN” กับวิสัยทัศน์ของ Unitree
งานกาล่าการแข่งขัน “AI for All: China-ASEAN” จัดขึ้นที่มหาวิทยาลัยกว่างซี เมืองหนานหนิง เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ทางตอนใต้ของประเทศจีน งานนี้เป็นเวทีสำคัญที่เชื่อมโยงผู้เล่นด้าน AI จากจีนเข้ากับตลาดอาเซียน ทั้งในแง่ของการนำเสนอเทคโนโลยี การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษากับภาคอุตสาหกรรม
เฉิน ลี่ ผู้ร่วมก่อตั้ง Unitree Robotics ขึ้นกล่าวบนเวทีพร้อมสารที่ชัดเจน — อาเซียนไม่ใช่แค่ตลาดส่งออกปลายทาง แต่คือ เป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ ที่บริษัทต้องการเข้าไปมีบทบาทตั้งแต่ขั้นตอนการฝึกอบรม การทดสอบภาคสนาม ไปจนถึงการใช้งานจริงในระดับอุตสาหกรรม
ที่น่าสนใจคือ การเลือกจัดงานที่หนานหนิงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เมืองนี้เป็นเจ้าภาพงาน China-ASEAN Expo มาอย่างยาวนาน และเป็นศูนย์กลางการค้าจีน-อาเซียนโดยธรรมชาติ การที่ Unitree เลือกใช้เวทีนี้ประกาศวิสัยทัศน์ สะท้อนให้เห็นว่าบริษัทมองกว่างซีเป็นมากกว่าสถานที่จัดงาน แต่เป็น จุดเริ่มต้นของแผนขยายอิทธิพลด้านหุ่นยนต์สู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เทคโนโลยีหลักของ Unitree Robotics
หุ่นยนต์สี่ขา (Quadruped Robots)
หุ่นยนต์สี่ขาของ Unitree ถือเป็นผลิตภัณฑ์ที่สร้างชื่อให้บริษัทมากที่สุด ด้วยความสามารถในการเคลื่อนที่บนภูมิประเทศที่ซับซ้อน ทั้งพื้นที่ขรุขระ ทางลาดชัน และสภาพแวดล้อมที่หุ่นยนต์ล้อไม่สามารถเข้าถึงได้ จุดเด่นคือ ราคาที่เข้าถึงได้ง่ายกว่าคู่แข่ง อย่าง Boston Dynamics อย่างมาก ทำให้เปิดโอกาสการใช้งานในวงกว้าง
สำหรับภูมิภาคอาเซียนที่มีภูมิประเทศหลากหลาย หุ่นยนต์สี่ขามีกรณีใช้งานที่น่าสนใจหลายด้าน:
- สำรวจภูมิประเทศ ในพื้นที่ป่าเขาหรือเกาะที่เข้าถึงยาก เช่น ในอินโดนีเซียหรือฟิลิปปินส์
- เกษตรกรรมอัจฉริยะ ตรวจสอบพื้นที่เพาะปลูกขนาดใหญ่ในเวียดนามหรือไทย
- ตรวจสอบโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ท่อส่งน้ำมัน สะพาน หรือโรงงานในมาเลเซียและสิงคโปร์
- งานกู้ภัย ในพื้นที่ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในภูมิภาคนี้
หุ่นยนต์ฮิวมานอยด์ (Humanoid Robots)
หุ่นยนต์ฮิวมานอยด์ของ Unitree กำลังอยู่ในช่วงพัฒนาที่น่าจับตา ปัจจุบันหุ่นยนต์เหล่านี้สามารถเดิน วิ่ง และทำท่าทางที่ซับซ้อนได้อย่างราบรื่น ซึ่งสร้างความฮือฮาในวงการหุ่นยนต์ระดับโลก
เมื่อมองไปข้างหน้าถึง ปี 2569 เฉิน ลี่ คาดการณ์ว่าหุ่นยนต์ฮิวมานอยด์จะก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีพัฒนาการที่สำคัญ ได้แก่:
| ด้าน | สถานะปัจจุบัน (2568) | แนวโน้มปี 2569 |
|---|---|---|
| การตัดสินใจ | ต้องอาศัยคำสั่งจากผู้ควบคุม | สามารถ ตัดสินใจด้วยตนเอง ในสถานการณ์จริง |
| ขอบเขตงาน | จำกัดอยู่ในงานสาธิตและทดสอบ | ใช้งานได้ หลากหลายอุตสาหกรรม ทั้งโรงงาน โลจิสติกส์ และบริการ |
| การปรับตัว | ทำงานในสภาพแวดล้อมที่ควบคุม | รับมือกับสภาพแวดล้อมที่ เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา |
แนวคิด Embodied AI คือหัวใจที่เชื่อมเทคโนโลยีทั้งสองข้างต้นเข้าด้วยกัน ต่างจาก AI ทั่วไปที่ทำงานอยู่ในโลกดิจิทัล เช่น ChatGPT หรือระบบแนะนำสินค้า Embodied AI คือปัญญาประดิษฐ์ที่มี “ร่างกาย” — มันรับรู้โลกจริงผ่านเซ็นเซอร์ ประมวลผลข้อมูลจากสภาพแวดล้อมรอบตัว และตอบสนองด้วยการเคลื่อนไหวทางกายภาพ
บทบาทของ Embodied AI ในระบบนิเวศของ Unitree คือการทำให้ทั้งหุ่นยนต์สี่ขาและหุ่นยนต์ฮิวมานอยด์ไม่ใช่แค่ “เครื่องจักรที่รับคำสั่ง” แต่กลายเป็น ตัวแทนอัจฉริยะที่เรียนรู้และปรับตัว ได้ตามบริบทของงาน ยิ่งเก็บข้อมูลจากสภาพแวดล้อมจริงมากเท่าไหร่ ระบบก็ยิ่งฉลาดขึ้นเท่านั้น ซึ่งนี่คือเหตุผลที่การสร้างฐานฝึกอบรมในกว่างซีก่อนขยายสู่อาเซียนจึงเป็นกลยุทธ์ที่สมเหตุสมผล
กลยุทธ์กว่างซี: ประตูสู่อาเซียน
การเลือกกว่างซีเป็นฐานยุทธศาสตร์ไม่ได้เกิดจากความบังเอิญ แต่มาจากข้อได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ที่ชัดเจน กว่างซีมีชายแดนติดกับ เวียดนาม โดยตรง มีท่าเรือที่เชื่อมต่อกับทะเลจีนใต้ และอยู่บนเส้นทาง ระเบียงการค้าทางบก-ทางทะเลสากลแห่งใหม่ (New International Land-Sea Trade Corridor) ที่เชื่อมจีนตะวันตกเฉียงใต้กับอาเซียน
Unitree วางแผนการขยายตลาดเป็น 2 ขั้นตอน ที่ชัดเจน:
- ขั้นตอนที่ 1 — สร้างฐานในกว่างซี: สร้างสถานการณ์การฝึกอบรมและทดสอบการใช้งานในพื้นที่จริง เพื่อสะสมข้อมูลสภาพแวดล้อมที่ใกล้เคียงกับอาเซียน ทั้งสภาพอากาศร้อนชื้น ภูมิประเทศที่หลากหลาย และบริบทการใช้งานเฉพาะภูมิภาค
- ขั้นตอนที่ 2 — ขยายสู่อาเซียน: นำโซลูชันที่ผ่านการทดสอบแล้วไปปรับใช้ในประเทศอาเซียน โดยเริ่มจากเวียดนามที่อยู่ใกล้ที่สุด แล้วขยายไปยังประเทศอื่นๆ
นอกจากนี้ ความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจระหว่างจีนกับอาเซียนก็หนุนกลยุทธ์นี้อย่างแข็งแกร่ง จีนเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของอาเซียนมาหลายปีติดต่อกัน กรอบความตกลง RCEP ช่วยลดอุปสรรคทางการค้า และความต้องการระบบอัตโนมัติในภาคการผลิตของอาเซียนกำลังเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งหมดนี้สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการขยายตลาดหุ่นยนต์อย่างมาก
โอกาสและศักยภาพของ Unitree ในตลาดอาเซียน
จากเทคโนโลยีและกลยุทธ์ที่วิเคราะห์มาข้างต้น สิ่งที่ต้องพิจารณาคือโอกาสและความท้าทายที่ Unitree จะเผชิญในการรุกตลาดอาเซียน
ข้อดีและข้อเสีย
| ✅ ข้อดี | ❌ ข้อเสีย |
|---|---|
| ข้อได้เปรียบด้านราคาของ Unitree ทำให้หุ่นยนต์เข้าถึงได้ง่ายกว่าคู่แข่งตะวันตก เหมาะกับงบประมาณของประเทศกำลังพัฒนาในอาเซียน | ความหลากหลายของกฎระเบียบและมาตรฐานในแต่ละประเทศอาเซียนอาจทำให้การขยายตลาดล่าช้า |
| กว่างซีเป็นฐานทดสอบที่มีสภาพแวดล้อมใกล้เคียงอาเซียน ลดความเสี่ยงในการปรับตัวเมื่อขยายตลาด | ความกังวลด้านความมั่นคงทางข้อมูลและเทคโนโลยีจากจีนยังเป็นประเด็นอ่อนไหวในบางประเทศ |
| ความต้องการระบบอัตโนมัติในอาเซียนเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะในภาคการผลิต โลจิสติกส์ และเกษตรกรรม | โครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลในบางพื้นที่ของอาเซียนยังไม่พร้อมรองรับเทคโนโลยีหุ่นยนต์ขั้นสูง |
| กรอบ RCEP และความสัมพันธ์ทางการค้าจีน-อาเซียนที่แน่นแฟ้นช่วยลดอุปสรรคทางภาษีและกฎระเบียบ | การแข่งขันจากผู้เล่นรายอื่นทั้งจากญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และสตาร์ทอัพท้องถิ่นที่เริ่มเติบโต |
การประกาศวิสัยทัศน์ของ เฉิน ลี่ บนเวที “AI for All: China-ASEAN” สะท้อนให้เห็นว่า Unitree Robotics ไม่ได้มองอาเซียนเป็นเพียงตลาดส่งออก แต่เป็น ระบบนิเวศที่ต้องเข้าไปสร้างตั้งแต่ฐานราก ผ่านกลยุทธ์ 2 ขั้นตอนที่ใช้กว่างซีเป็นประตู เทคโนโลยีหลัก 3 แกนทั้งหุ่นยนต์สี่ขา หุ่นยนต์ฮิวมานอยด์ และ Embodied AI ล้วนมีศักยภาพตอบโจทย์ความต้องการของภูมิภาคนี้ได้อย่างตรงจุด โดยเฉพาะเมื่อหุ่นยนต์ฮิวมานอยด์พัฒนาไปสู่ขั้นตัดสินใจด้วยตนเองในปี 2569
สำหรับผู้ประกอบการและผู้กำหนดนโยบายในอาเซียน นี่คือช่วงเวลาที่ควร ติดตามพัฒนาการของ Unitree อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมการผลิต โลจิสติกส์ และเกษตรกรรม ที่มีแนวโน้มจะได้รับประโยชน์จากเทคโนโลยีเหล่านี้เป็นกลุ่มแรกๆ อย่างไรก็ตาม ควรรอดูผลลัพธ์จากฐานทดสอบในกว่างซีก่อน เพื่อประเมินว่าเทคโนโลยีเหล่านี้พร้อมใช้งานจริงในบริบทของแต่ละประเทศมากน้อยเพียงใด
