ข้อบังคับการบินโดรนในไทย
สรุปประเด็นสำคัญจากประกาศ CAAT ที่ผู้ใช้งานทุกคนต้องรู้
ประกาศสำคัญ: พื้นที่ห้ามบิน!
เพื่อความมั่นคง CAAT ได้ประกาศห้ามทำการบินโดรนในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา
สระแก้ว
บุรีรัมย์
สุรินทร์
ศรีสะเกษ
อุบลราชธานี
2. เช็คให้ชัวร์! โดรนของคุณต้องขึ้นทะเบียนไหม?
การขึ้นทะเบียนขึ้นอยู่กับ 'น้ำหนัก' และ 'การมีกล้อง'
โดรนของคุณมีคุณสมบัติอย่างไร?
ไม่มีกล้อง & น้ำหนัก ≤ 2 กก.
✅ ไม่ต้องขึ้นทะเบียน
มีกล้อง & น้ำหนัก ≤ 2 กก.
ขึ้นทะเบียน กสทช.
น้ำหนัก > 2 กก. แต่ ≤ 25 กก.
ขึ้นทะเบียน กพท. (CAAT)
น้ำหนัก > 25 กก.
ขึ้นทะเบียน กพท. + ขออนุญาต
3. กฎเหล็กที่ต้องจำ (ข้อบังคับทั่วไป)
สิ่งที่ต้องทำ (DOs)
- บินในระยะสายตา (VLOS) เสมอ
- บินเฉพาะเวลากลางวันเท่านั้น
- ตรวจสอบสภาพโดรนก่อนบินทุกครั้ง
สิ่งต้องห้าม (DON'Ts)
- ห้ามบินสูงเกิน 90 เมตร (300 ฟุต)
- ห้ามบินเหนือชุมชน หรือเขตเมือง
- ห้ามบินใกล้สนามบิน, สถานที่ราชการ
- ห้ามละเมิดสิทธิส่วนบุคคลผู้อื่น
4. คุณสมบัติและบทลงโทษ
คุณสมบัติผู้บังคับโดรน
- อายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป
- ไม่เป็นภัยต่อความมั่นคง
- มีประกันภัยบุคคลที่สาม (วงเงิน > 1 ล้านบาท)
บทลงโทษหากฝ่าฝืน
ผู้ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
บินโดรนอย่างรับผิดชอบ
ศึกษาข้อมูล ปฏิบัติตามกฎ เพื่อความปลอดภัยของทุกคน
ประกาศ CAAT ห้ามบินโดรน (ฉบับที่ 5)
สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ได้ออกประกาศ ฉบับที่ 4 เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2568 และต่อมาออก ฉบับที่ 5 เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2568 เพื่อยกเลิกและแทนที่ฉบับเดิม โดยกำหนดพื้นที่ ระยะเวลา และเงื่อนไขการบินโดรนใหม่อย่างละเอียด
ภาพรวมของประกาศ
ทั้งสองฉบับออกมาเพื่อควบคุมการใช้ อากาศยานที่ไม่มีนักบิน (Drone) ในช่วงสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา และภารกิจทางทหาร โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อ:
- รักษาความมั่นคงของประเทศ
- ป้องกันผลกระทบต่อการปฏิบัติภารกิจของกองทัพและหน่วยงานความมั่นคง
- สร้างความปลอดภัยแก่ประชาชน
ระยะเวลาบังคับใช้
| ฉบับที่ 4 | ประกาศเมื่อ 28 สิงหาคม 2568 มีผลใช้ตั้งแต่ 31 สิงหาคม 2568 เป็นต้นไป |
|---|---|
| ฉบับที่ 5 | ประกาศเมื่อ 1 กันยายน 2568 ใช้แทนฉบับที่ 4 กำหนดช่วงเวลา 1–15 กันยายน 2568 หรือจนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง |
รายละเอียดประกาศฉบับที่ 4 (28 สิงหาคม 2568)
ฉบับที่ 4 กำหนดห้ามบินโดรนในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา และพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางทหาร โดยเปิดช่องให้สามารถขออนุญาตได้เป็นกรณีพิเศษ เน้นป้องกันผลกระทบต่อความมั่นคงและความสงบเรียบร้อย
สรุปสาระสำคัญของประกาศฉบับที่ 5 (1 กันยายน 2568)
- ยกเลิกประกาศฉบับที่ 4 และใช้บังคับแทนทันที ครอบคลุมช่วง 1–15 กันยายน 2568 (หรือจนกว่าจะประกาศเปลี่ยนแปลง)
- กำหนดพื้นที่ห้ามบินชัดเจน ได้แก่ 5 จังหวัดตามแนวไทย–กัมพูชา (บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี รวมทั้งพื้นที่เกี่ยวข้อง) พื้นที่ควบคุมพิเศษ (อ.สัตหีบ อ.เมืองระยอง อ.พยุหคีรี อ.เมืองราชบุรี) และแนวชายแดนตะวันตกตั้งแต่แม่น้ำสาละวินถึงอ่าวไทย รวมถึงพื้นที่อื่น ๆ ที่ราชการกำหนด
- เงื่อนไขการบินเมื่อได้รับอนุญาต บินได้เฉพาะเวลา 06.00–18.00 น. สูงไม่เกิน 90 เมตร (300 ฟุต) และต้องแจ้งวัน เวลา สถานที่ และวัตถุประสงค์ล่วงหน้า ผ่าน UAS Portal พร้อมอีเมลถึง [email protected]
- ข้อกำหนดผู้บังคับ/ผู้ครอบครอง ต้องขึ้นทะเบียนกับ CAAT มีใบอนุญาตที่ยังไม่หมดอายุ และไม่มีคำสั่งเพิกถอน
- บทลงโทษผู้ฝ่าฝืน จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- ข้อยกเว้น หน่วยงานรัฐ เช่น กองทัพ ตำรวจ กระทรวงเกษตรฯ และทรัพยากรฯ สามารถปฏิบัติได้ภายใต้มาตรการความปลอดภัยเข้มงวด
เปรียบเทียบฉบับที่ 4 และฉบับที่ 5
| ประเด็น | ฉบับที่ 4 (28 ส.ค. 2568) | ฉบับที่ 5 (1 ก.ย. 2568) |
|---|---|---|
| สถานะ | ใช้ตั้งแต่ 31 ส.ค. 2568 | ยกเลิกฉบับที่ 4 และใช้แทน |
| ระยะเวลา | เริ่ม 31 ส.ค. 2568 (ไม่ระบุสิ้นสุดชัดเจน) | ชัดเจน: 1–15 ก.ย. 2568 |
| 비행금지구역 | ชายแดนไทย–กัมพูชา และพื้นที่ทหาร | ระบุจังหวัด/อำเภอชัดเจน + ชายแดนตะวันตก + พื้นที่ที่ราชการกำหนดเพิ่มเติม |
| เงื่อนไขการบิน | ต้องขึ้นทะเบียน/มีใบอนุญาต | เพิ่มข้อจำกัดเวลา/ความสูง + ต้องแจ้งล่วงหน้าผ่าน UAS Portal และอีเมลตำรวจ |
| การประสานงาน | กับ CAAT | CAAT + ศูนย์ต่อต้านโดรน (บช.น.) + ศูนย์แจ้งเหตุท้องถิ่น |
| บทลงโทษ | อ้างกฎหมายการเดินอากาศ | ชัดเจน: จำคุกไม่เกิน 1 ปี/ปรับไม่เกิน 40,000 บาท |
แผนที่และรายชื่อสนามบิน/พื้นที่เกี่ยวข้อง
พื้นที่ที่ห้ามบินโดรน
พื้นที่ห้ามบินตามประกาศฉบับที่ 5 ได้แก่:
- จังหวัดตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา
สระแก้ว, บุรีรัมย์, ศรีสะเกษ, สุรินทร์, อุบลราชธานี - พื้นที่ควบคุมพิเศษ
อำเภอสัตหีบ (ชลบุรี), อำเภอเมืองระยอง (ระยอง), อำเภอพยุหคีรี (นครสวรรค์), อำเภอเมืองราชบุรี (ราชบุรี) - พื้นที่ชายแดนด้านตะวันตก
ตั้งแต่แม่น้ำสาละวินจนถึงอ่าวไทย - พื้นที่อื่น ๆ ที่ทางราชการกำหนดเพิ่มเติม
คุณสมบัติและการขออนุญาต
ผู้ที่จะบินโดรนในช่วงเวลาดังกล่าว (นอกเขตห้ามบิน) ต้อง:
- ขึ้นทะเบียนผู้บังคับ/ผู้ครอบครองอากาศยานไร้นักบินกับ CAAT
- มีใบอนุญาตบังคับหรือปล่อยอากาศยานไร้นักบิน ที่ยังไม่หมดอายุ
- ยื่นขออนุญาตผ่าน UAS Portal
- ไม่มีคำสั่งเพิกถอนทะเบียนหรือใบอนุญาตถึงที่สุด
เงื่อนไขการบินเมื่อได้รับอนุญาต
- บินได้เฉพาะเวลา 06.00–18.00 น.
- บินไม่เกินความสูง 90 เมตร (300 ฟุต)
- แจ้งวัน เวลา สถานที่ และวัตถุประสงค์การบินล่วงหน้าทุกครั้ง ผ่าน UAS Portal และอีเมล [email protected]
위반자에 대한 처벌
ผู้ที่ฝ่าฝืนประกาศนี้ ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 24 แห่งพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. 2497 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
ข้อยกเว้น
การปฏิบัติการบินของหน่วยงานราชการ เช่น กองทัพ ตำรวจ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สามารถดำเนินการได้ แต่ต้องมีมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด
ประวัติและการเปลี่ยนแปลง
ประกาศฉบับที่ 4 (28 สิงหาคม 2568) เป็นมาตรการเบื้องต้นห้ามบินโดรนในพื้นที่ชายแดนและทางทหาร โดยเริ่มมีผลตั้งแต่ 31 สิงหาคม 2568
ต่อมา ประกาศฉบับที่ 5 (1 กันยายน 2568) ได้ออกมาแทน ยกเลิกฉบับเดิม และเพิ่มรายละเอียดด้านระยะเวลา พื้นที่ห้ามบิน เงื่อนไข และบทลงโทษ เพื่อให้ประชาชนเข้าใจและปฏิบัติตามได้ชัดเจนขึ้น




태국-캄보디아 갈등과 다양한 드론 기술에 관한 뉴스를 여기에서 확인하세요 https://droneth.or.th/drone-border-tension/
또는 추가 문의는 다음으로 연락하세요: LINE @droneth
