หลักสูตรโดรน Specific Category (ระดับความเสี่ยงปานกลาง) ตามมาตรฐาน CAAT พ.ศ. 2569
หลักสูตรฝึกอบรมผู้บังคับอากาศยานไร้คนขับ ระดับ Specific Category ที่พัฒนาให้สอดคล้องกับมาตรฐาน CAAT พ.ศ. 2569 (ปัจจุบันสมาคมอยู่ระหว่างเตรียมยื่นขอรับรองเป็นองค์กรฝึกอบรม Approved Training Organisation – ATO จาก CAAT)
⏱️ ระยะเวลาอบรม 4 วัน
🎓 วุฒิบัตรผ่านการอบรม (ออกโดยสมาคม)
📋 CAAT 2569 / EASA EU 2019/947 / JARUS SORA 2.5
👤 อายุ 18 ปีขึ้นไป + มีใบอนุญาต Open Cat.
⚠️ หมายเหตุสำคัญ: ข้อมูลหลักสูตรดังกล่าวเป็นข้อมูลเบื้องต้นเพื่อประชาสัมพันธ์และสำรวจความสนใจเท่านั้น รายละเอียดวันเวลา ระยะเวลาอบรม ค่าอบรม ชั่วโมงเรียน และการรับรองหลักสูตร อาจมีการปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม และจะยึดตามประกาศอย่างเป็นทางการอีกครั้ง ทั้งนี้ ปัจจุบันสมาคมอยู่ระหว่างกระบวนการยื่นขอรับรองเป็นองค์กรฝึกอบรม (ATO) จาก CAAT — วุฒิบัตร/ใบรับรองจะมีผลตามกฎหมายเมื่อได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการแล้ว
หลักสูตรโดรน Specific Category เป็นหลักสูตรฝึกอบรมผู้บังคับอากาศยานไร้คนขับสำหรับการปฏิบัติการที่มีความเสี่ยงปานกลาง เช่น การบินสูงเกิน 90 เมตร การบินกลางคืน การบินในเขตชุมชน และการบินนอกระยะสายตา (BVLOS) จัดอบรมตามประกาศสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) พ.ศ. 2569 ซึ่งมีผลบังคับใช้ 17 พฤษภาคม 2569 โดยอ้างอิงมาตรฐานสากล EASA Regulation (EU) 2019/947 และระเบียบวิธีประเมินความเสี่ยง JARUS SORA v2.5 ผู้สำเร็จหลักสูตรจะได้รับใบรับรองผู้บังคับ UAS Specific Category ที่มีอายุ 5 ปี และพร้อมปฏิบัติการบินเชิงพาณิชย์ที่ซับซ้อนได้อย่างถูกกฎหมายและปลอดภัย
ข้อมูลทั่วไปของหลักสูตรโดรน Specific Category
| 項目 | 詳細 |
|---|---|
| ชื่อหลักสูตร | หลักสูตรฝึกอบรมผู้บังคับอากาศยานไร้คนขับ ระดับความเสี่ยงปานกลาง (Specific Category) |
| รหัสหลักสูตร (ภายในของสมาคม) | 102 |
| หน่วยงานกำกับ | สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) — ประกาศ พ.ศ. 2569 |
| มาตรฐานสากล | EASA Regulation (EU) 2019/947 │ JARUS SORA v2.5 │ STS-01/STS-02 Framework |
| ระยะเวลารวม | 32 ชั่วโมง (ทฤษฎี 20 ชม. + ปฏิบัติ 12 ชม.) แบ่งเป็น 4 วัน |
| อายุใบรับรอง | 5 ปี ตามที่ประกาศ CAAT พ.ศ. 2569 กำหนด (มีผลเมื่อหลักสูตรได้รับการรับรองจาก CAAT) |
วัตถุประสงค์ของหลักสูตร
เมื่อสำเร็จหลักสูตรนี้แล้ว ผู้เข้ารับการอบรมจะสามารถ:- อธิบายและปฏิบัติตามกฎหมายการบินพลเรือนของไทยและมาตรฐานสากลที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติการในกลุ่ม Specific Category ได้อย่างถูกต้อง
- ดำเนินการประเมินความเสี่ยงเบื้องต้นตามหลักการ SORA และกำหนดมาตรการบรรเทาความเสี่ยงทั้งภาคพื้นดินและทางอากาศได้
- จัดทำแผนปฏิบัติการบิน คู่มือปฏิบัติการ (Operations Manual) และแผนตอบสนองเหตุฉุกเฉิน (ERP) ได้อย่างครบถ้วน
- บังคับอากาศยานไร้คนขับในสภาวะปกติ ผิดปกติ และฉุกเฉินได้อย่างปลอดภัยและเป็นระบบ
- ตัดสินใจและสั่งการระบบยุติการบิน (FTS) ได้อย่างทันการณ์เมื่อเผชิญสถานการณ์วิกฤต
- ปฏิบัติตามมาตรฐานการจัดทำสมุดปูมการบินและรายงานเหตุการณ์ผิดปกติตามที่ CAAT กำหนด
คุณสมบัติผู้เข้ารับการฝึกอบรม
| ข้อกำหนด | 詳細 |
|---|---|
| อายุขั้นต่ำ | 18 ปีบริบูรณ์ (บางหลักสูตรอาจกำหนด 16 ปี — ขึ้นอยู่กับระดับหลักสูตร) |
| ใบอนุญาตเดิม | ต้องถือใบอนุญาตผู้บังคับโดรน Open Category (หมวด A1/A3 หรือ A2) ที่ยังไม่หมดอายุ |
| ชั่วโมงบิน | มีชั่วโมงบินบันทึกใน Logbook ไม่น้อยกว่า 10 ชั่วโมง |
| สุขภาพ | สุขภาพร่างกายและจิตใจสมบูรณ์ ไม่ติดสารเสพติด หรือโรคที่กระทบการตัดสินใจ |
| 登録 | ขึ้นทะเบียนโดรนกับ CAAT (UAS Portal) และ กสทช. (AnyRegis) แล้ว |
| ประกันภัย | มีกรมธรรม์ประกันภัยบุคคลที่สาม วงเงินไม่ต่ำกว่า 1,000,000 บาท/ครั้ง |
โมดูล 1 — สถาปัตยกรรมกฎหมายและการกำกับดูแลน่านฟ้า
Aviation Law, Regulations & Airspace Structure | ทฤษฎี 4 ชั่วโมง
1.1 กรอบกฎหมายการบินพลเรือนของไทย
- พระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. 2497 และที่แก้ไขเพิ่มเติม — โครงสร้างองค์กรการบินพลเรือนไทย
- ประกาศ CAAT ว่าด้วยหลักเกณฑ์การอนุญาตผู้บังคับอากาศยานไร้คนขับ พ.ศ. 2569 (มีผลบังคับ 17 พ.ค. 2569)
- การเปรียบเทียบประกาศ พ.ศ. 2558 (เดิม) กับ พ.ศ. 2569 (ใหม่) — สาระสำคัญที่เปลี่ยนแปลง
- ประกาศ กสทช. ว่าด้วยการใช้คลื่นความถี่วิทยุสำหรับโดรน — ระบบ AnyRegis
- บทกำหนดโทษ: CAAT (จำคุก 1 ปี / ปรับ 40,000 บาท) และ กสทช. (จำคุก 5 ปี / ปรับ 100,000 บาท)
1.2 การจำแนกประเภทและกลุ่มความเสี่ยงของโดรนในไทย
ระบบ Risk-based Classification ตามน้ำหนักและลักษณะการใช้งาน:| กลุ่ม / น้ำหนัก | ระดับความเสี่ยง | ข้อกำหนดหลัก |
|---|---|---|
| 0–2 กิโลกรัม | ต่ำ | ขึ้นทะเบียนหากมีกล้อง, ชั่วโมงบินปกติ |
| 2–10 กิโลกรัม | ปานกลาง (ต้องเฝ้าระวัง) | ขึ้นทะเบียนบังคับ, ประกันภัยบุคคลที่สาม |
| 10–25 กิโลกรัม | ปานกลาง-สูง | Specific Category, ฝึกอบรมจาก ATO |
| >25 กิโลกรัม | สูง (Certified) | ขออนุญาตพิเศษเป็นกรณีไป |
1.3 นิยามการปฏิบัติการใน Specific Category
การปฏิบัติการต่อไปนี้ถือว่าอยู่ในกลุ่มที่ต้องผ่านหลักสูตรโดรน Specific Categoryจาก ATO:- การบินสูงกว่า 90 เมตรจากพื้นดิน
- การบินในเวลากลางคืน (Night Operations)
- การบินในเขตชุมชน / พื้นที่ที่มีประชากรหนาแน่น
- การบินนอกระยะสายตา (Beyond Visual Line of Sight — BVLOS)
- การบินด้วยอากาศยานน้ำหนัก 10–25 กิโลกรัม
- การบินเหนือโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ (โรงไฟฟ้า สนามบิน ศาสนสถาน ฯลฯ)
1.4 โครงสร้างน่านฟ้าและพื้นที่ห้ามบิน
- น่านฟ้าประเภท A, B, C, D, E, G — ความสำคัญและข้อจำกัดสำหรับโดรน
- พื้นที่ห้ามบินรัศมี 9 กิโลเมตร (5 ไมล์ทะเล) จากสนามบินพาณิชย์ทุกแห่ง
- เขตพระราชฐาน — รัศมีห้ามบิน 19 กิโลเมตร
- พื้นที่ทางทหาร สถานที่ราชการ สถานพยาบาล — ต้องขออนุญาตก่อนบิน
- การตรวจสอบพื้นที่บินผ่านระบบ UAS Portal ของ CAAT ก่อนทำการบินทุกครั้ง
1.5 กระบวนการขออนุญาตก่อนบิน (Per-flight Permission)
- ตรวจสอบสถานะการขึ้นทะเบียนโดรน (UAS Portal) และใบอนุญาตนักบิน
- ยืนยันกรมธรรม์ประกันภัยยังมีผลบังคับอยู่
- ยื่น Flight Plan ผ่านระบบออนไลน์ของ CAAT ระบุ: วัน/เวลา, พิกัด GPS, ความสูงสูงสุด, ประเภทภารกิจ
- รอการยืนยันรับแจ้ง (Acknowledgement) หรือใบอนุญาตบินรายครั้ง
- บินเฉพาะในช่วงเวลาและพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น
ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง: ผู้เรียนสามารถตอบคำถามกฎหมาย CAAT ได้ถูกต้องไม่น้อยกว่า 75% ในการทดสอบย่อยท้ายโมดูล
โมดูล 2 — ปัจจัยมนุษย์และข้อจำกัดเชิงสมรรถนะ
Human Factors & Performance Limitations | ทฤษฎี 3 ชั่วโมง
2.1 สรีรวิทยาและจิตวิทยาการบิน
- กลไกการมองเห็นและการรับรู้ระยะในการบังคับโดรน — ข้อจำกัดของ VLOS
- ผลกระทบของความเหนื่อยล้า (Fatigue) ต่อความแม่นยำและเวลาตอบสนอง
- อิทธิพลของความเครียด ความกังวล และการรับรู้ความเสี่ยงที่ผิดพลาด
- ผลของยา สารเสพติด และแอลกอฮอล์ต่อการตัดสินใจ — ข้อกำหนด CAAT
2.2 การจัดสรรปริมาณงานและการตัดสินใจ
- ทฤษฎี Workload Management — Dual-task Performance ในการบังคับ BVLOS
- โมเดลการตัดสินใจ FORDEC ในสถานการณ์ฉุกเฉิน
- Situational Awareness (SA) — การรับรู้สถานการณ์ระดับ 1, 2, 3
- Automation Complacency — ความเสี่ยงจากการพึ่งพาระบบอัตโนมัติมากเกินไป
2.3 การสื่อสารในทีม (Crew Resource Management)
- Closed-loop Communication ระหว่างนักบิน (Remote Pilot) และผู้สังเกตการณ์น่านฟ้า
- มาตรฐานการสื่อสารทางวิทยุ — Readback/Hearback Protocol
- การแจ้งเตือนและยืนยันคำสั่งในสถานการณ์กดดัน
- บทบาทและความรับผิดชอบของแต่ละตำแหน่งในทีมปฏิบัติการ
2.4 ข้อกำหนดสุขภาพตามมาตรฐาน CAAT
- สุขภาพจิตสมบูรณ์ — ไม่ปรากฏอาการโรคจิต ฟั่นเฟือน หรือปัญญาอ่อน
- ปลอดสารเสพติดและไม่เป็นโรคพิษสุราเรื้อรัง
- ไม่มีโรคหรืออาการที่กระทบการรับรู้และการตัดสินใจ
- ผู้บังคับต้องประเมินสภาพตนเองก่อนบินทุกครั้ง — หากมีอาการผิดปกติต้องงดบิน
ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง: ผู้เรียนสามารถระบุปัจจัย Human Error และวิธีบรรเทาได้ถูกต้อง รวมถึงจำลองการสื่อสาร Closed-loop ในสถานการณ์จำลองได้ผ่านเกณฑ์
โมดูล 3 — กระบวนการและมาตรฐานการปฏิบัติการบิน
Standard Operational Procedures (SOPs) | ทฤษฎี 4 ชั่วโมง
3.1 เฟส Pre-flight — การเตรียมความพร้อมก่อนการบิน
3.1.1 การประเมินพื้นที่ปฏิบัติการ (Site Survey)
- การสำรวจสภาพพื้นที่ภาคพื้นดินและบันทึกพิกัด GPS
- การระบุสิ่งกีดขวางและอุปสรรค: สายไฟฟ้าแรงสูง อาคาร ต้นไม้
- การประเมินทัศนวิสัย (Visibility) และเพดานเมฆ
- การระบุโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในรัศมีปฏิบัติการ (Critical Infrastructure)
- การกำหนดจุด Take-off / Landing Zone ที่ปลอดภัย
3.1.2 การตรวจสอบระบบอากาศยาน (Pre-flight Inspection Checklist)
- ตรวจสอบความสมบูรณ์ของโครงสร้างตัวเครื่อง: ใบพัด มอเตอร์ แขนเครื่อง
- ตรวจสอบและปรับเทียบระดับแบตเตอรี่ — ไม่ต่ำกว่าระดับที่กำหนดในคู่มือเครื่อง
- ตรวจสอบการทำงานของระบบ Remote ID — ต้องส่งสัญญาณ Broadcast ได้ก่อนบิน
- ทดสอบระบบ C2 Link (Command & Control): ความแรงสัญญาณ การตอบสนองของ Transmitter
- ทดสอบระบบ GNSS: ตรวจสอบจำนวนดาวเทียมและระดับ HDOP ก่อน Arm เครื่อง
- ทดสอบ Failsafe: RTH (Return to Home), Low Battery Failsafe, Signal Loss Failsafe
- ทดสอบระบบยุติการบินฉุกเฉิน (Flight Termination System / Kill Switch)
- อัปเดตข้อมูล No-fly Zone ใน Geo-awareness ของโดรน
3.1.3 การจัดการพื้นที่ควบคุมภาคพื้นดิน (Ground Control Zone)
- กำหนดและทำเครื่องหมาย Operational Volume, Flight Geography, Ground Risk Buffer
- ติดตั้งสิ่งกีดขวางชั่วคราว (Cones / Barriers) เพื่อป้องกันบุคคลทั่วไปเข้าพื้นที่
- แจ้ง Safety Briefing แก่บุคลากรในพื้นที่ทุกคนก่อนเริ่มบิน
- ประสานงานกับผู้สังเกตการณ์น่านฟ้า (Airspace Observers) กรณี STS-02
3.2 เฟส In-flight — การบริหารจัดการระหว่างทำการบิน
- รักษา VLOS ตลอดเที่ยวบิน — ห้ามใช้แว่น FPV เพื่อทดแทนการมองตรง
- ปฏิบัติตาม Right of Way: โดรนต้องหลีกทางให้อากาศยานนำร่องและเฮลิคอปเตอร์เสมอ
- ห้ามบังคับโดรนจากยานพาหนะที่กำลังเคลื่อนที่ในทุกกรณี
- ห้ามควบคุมโดรนหลายลำพร้อมกัน — 1 ผู้บังคับ ต่อ 1 อากาศยาน
- ห้ามโอนการควบคุมไปยังสถานีควบคุมอื่นระหว่างเที่ยวบิน
- ตรวจสอบระดับแบตเตอรี่อย่างสม่ำเสมอ — เริ่ม Return to Home เมื่อถึงระดับที่กำหนด
- บันทึกเหตุการณ์ผิดปกติที่เกิดขึ้นระหว่างบินในแบบฟอร์มรายงาน
3.3 เฟส Post-flight — การจัดการภายหลังการบิน
- จัดทำ Logbook บันทึก: วันที่, เวลาบิน, จำนวนรอบบิน, ความผิดปกติ, ตำแหน่งบิน
- ตรวจสอบสภาพเครื่องหลังบิน: ใบพัด มอเตอร์ โครงสร้าง
- ถอดและจัดเก็บแบตเตอรี่ตามขั้นตอน — ไม่ชาร์จแบตร้อนทันทีหลังบิน
- รายงานเหตุการณ์ผิดปกติ (Occurrence Reporting) ต่อหัวหน้าทีมและบันทึกในระบบ
- ถอดบทเรียน (Debriefing) ร่วมกับทีม — ระบุสิ่งที่ดีและสิ่งที่ต้องปรับปรุง
ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง: ผู้เรียนสาธิตการใช้ Checklist ก่อน-ระหว่าง-หลังบินได้ครบทุกข้อ และผ่านการทดสอบปากเปล่าจากครูผู้สอน
โมดูล 4 — ความรู้ทางวิศวกรรมอากาศยานและอุตุนิยมวิทยาการบิน
UAS General Knowledge, Flight Performance & Meteorology | ทฤษฎี 4 ชั่วโมง
4.1 ระบบและโครงสร้างอากาศยานไร้คนขับ
- ประเภทของ UAS: Multi-rotor, Fixed-wing, VTOL — ข้อดีข้อเสียและข้อจำกัดแต่ละแบบ
- ระบบขับเคลื่อน: มอเตอร์ไฟฟ้า BLDC, ESC (Electronic Speed Controller), ใบพัดขนาดต่างๆ
- ระบบไฟฟ้า: แบตเตอรี่ LiPo/LiHV — ค่า C-rating, การดูแลรักษา, สัญญาณเตือนอันตราย
- ระบบเซ็นเซอร์: IMU, Barometer, Magnetometer, Optical Flow, Ultrasonic
- ระบบนำทาง GNSS: GPS, GLONASS, Galileo, BeiDou — ความแม่นยำและจุดอ่อน
- ระบบ C2 Link: ความถี่วิทยุ 2.4GHz / 5.8GHz, การรบกวนสัญญาณ, ระยะปฏิบัติการ
- ระบบระบุตัวตนทางไกล (Remote ID): การออกอากาศ (Broadcast) และ Network-based
- ระบบยุติการบิน (FTS): Parachute Recovery, Kill Switch, Fly-home Protocol
4.2 สมรรถนะการบินและผลกระทบของน้ำหนักบรรทุก
- ผลของน้ำหนักรวมต่อเวลาบิน กำลังมอเตอร์ และอัตราการสิ้นเปลืองพลังงาน
- จุดศูนย์ถ่วง (Center of Gravity) กับความเสถียรของการบิน
- การคำนวณ Payload Weight ที่อนุญาต — ต้องไม่เกินน้ำหนักบรรทุกสูงสุดของผู้ผลิต
- พลังงานจลน์ที่คาดหวังเมื่อเกิดการตก — ตารางประเมินตาม SORA (ขนาด 1m / 3m / 8m)
- ผลกระทบของอุณหภูมิสูง (สภาพอากาศไทย) ต่อประสิทธิภาพแบตเตอรี่และมอเตอร์
4.3 อุตุนิยมวิทยาสำหรับการบินโดรนในประเทศไทย
4.3.1 การอ่านและตีความข้อมูลสภาพอากาศ
- การอ่าน METAR, TAF และข้อมูลลมจากกรมอุตุนิยมวิทยาแห่งประเทศไทย
- ค่าลมสูงสุดที่อนุญาตในการบิน (Max Wind Speed Limitation)
- ผลกระทบของความชื้นสูงและฝนต่อระบบอิเล็กทรอนิกส์
4.3.2 สภาวะอากาศแบบจุลภาค (Microclimate) ในเมืองไทย
- กระแสลมหมุนวน (Wind Shear / Turbulence) รอบอาคารสูงในกรุงเทพมหานคร
- อิทธิพลของลมมรสุม ช่วงฤดูฝนของไทย และการเปลี่ยนแปลงกะทันหัน
- เงื่อนไขทัศนวิสัยต่ำ: หมอก ควันไฟป่า PM2.5 — การตัดสินใจงดบิน
- การรบกวนสัญญาณแม่เหล็กไฟฟ้า (EMI) จากสายไฟฟ้าแรงสูง โทรศัพท์ 5G
ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง: ผู้เรียนสามารถอ่านข้อมูล METAR ได้ถูกต้อง คำนวณ Payload สูงสุดได้ และตอบคำถามเรื่องความปลอดภัยทางวิศวกรรมได้ไม่น้อยกว่า 75%
โมดูล 5 — ระเบียบวิธีประเมินความเสี่ยงและมาตรการบรรเทาภัย
SORA-based Risk Assessment & Mitigations | ทฤษฎี 5 ชั่วโมง
มาตรการบรรเทาความเสี่ยงภาคพื้นดิน (ตาม SORA Annex B):
OSO ที่สำคัญ 18 ข้อ (ตาม SORA v2.5 Annex E) ครอบคลุม: ความสามารถของนักบิน ความน่าเชื่อถือของระบบ การจัดการฉุกเฉิน ฯลฯ
5.1 ปรัชญาและกรอบแนวคิด SORA
SORA (Specific Operations Risk Assessment) พัฒนาโดย JARUS (Joint Authorities for Rulemaking on Unmanned Systems) และ EASA รับรองเป็น Acceptable Means of Compliance ภายใต้ EU 2019/947 หลักการพื้นฐาน: ความเสี่ยงจากการปฏิบัติการโดรนต้องไม่เกินระดับที่ยอมรับได้ในการบินมีนักบิน5.2 การประเมินความเสี่ยงภาคพื้นดิน (Ground Risk Class — GRC)
ปัจจัยหลักในการกำหนด iGRC (Initial Ground Risk Class):| ขนาดสูงสุดของอากาศยาน | พลังงานจลน์สูงสุดเมื่อตก | ระดับ GRC เริ่มต้น |
|---|---|---|
| ≤ 1 เมตร | < 700 จูล | GRC 1-3 (ขึ้นกับพื้นที่) |
| ≤ 3 เมตร | < 34 กิโลจูล | GRC 3-5 |
| ≤ 8 เมตร | < 1,084 กิโลจูล | GRC 5-7 |
| > 8 เมตร | > 1,084 กิโลจูล | GRC 7+ |
- ระบบร่มชูชีพฉุกเฉิน (Parachute Recovery System) — ลด GRC ได้ 1–2 ระดับ
- การจัดการพื้นที่บิน (Controlled Ground Area) — ลดความหนาแน่นประชากรในพื้นที่เสี่ยง
- Ground Risk Buffer: ความสูง 120 ม. + โดรน < 10 กก. = บัฟเฟอร์ ≥ 25 เมตร
- Ground Risk Buffer: ความสูง 120 ม. + โดรน > 10 กก. = บัฟเฟอร์ ≥ 60 เมตร
5.3 การประเมินความเสี่ยงทางอากาศ (Air Risk Class — ARC)
- ARC-a: น่านฟ้าที่มีการจราจรทางอากาศน้อยมาก — โดรนสำหรับเกษตรกรรม
- ARC-b: น่านฟ้าทั่วไปที่มีเครื่องบินพาณิชย์ผ่านเป็นประจำ
- ARC-c: น่านฟ้าที่มีความหนาแน่นสูง — ต้องใช้ Tactical Mitigation
- มาตรการเชิงกลยุทธ์ (Strategic Mitigation): จำกัดเวลาบิน, ประสานงาน ATC
- มาตรการเชิงยุทธวิธี (Tactical Mitigation): ระบบ Detect and Avoid, Remote ID
5.4 ค่า SAIL และ Operational Safety Objectives (OSOs)
SAIL (Specific Assurance and Integrity Level) กำหนดระดับความเข้มข้นของมาตรการความปลอดภัยที่ต้องปฏิบัติตาม:| ระดับ SAIL | ความหมาย | ตัวอย่างภารกิจ |
|---|---|---|
| SAIL I | ความเสี่ยงต่ำมาก | บินเหนือทุ่งนา ห่างชุมชน VLOS |
| SAIL II | ความเสี่ยงต่ำ | ถ่ายภาพอุตสาหกรรม VLOS ชุมชนเบาบาง |
| SAIL III | ความเสี่ยงปานกลาง | ถ่ายภาพเมือง BVLOS บางส่วน |
| SAIL IV | ความเสี่ยงสูง | ส่งพัสดุ BVLOS เหนือเมือง |
| SAIL V-VI | ความเสี่ยงสูงมาก | Certified Category เท่านั้น |
5.5 สถานการณ์มาตรฐาน (Standard Scenarios — STS) ในบริบทไทย
| เกณฑ์เปรียบเทียบ | STS-01 (VLOS) | STS-02 (BVLOS) |
|---|---|---|
| การมองเห็น | ต้องเห็นโดรนตลอดเวลา | บินนอกสายตา มีผู้สังเกตการณ์ช่วย |
| สภาพแวดล้อม | พื้นที่ชุมชน (Populated) | พื้นที่เบาบาง (Sparsely Populated) |
| มาตรฐาน EU | C5 หรือ C3+Kit | C6 |
| ระดับมาตรฐานไทย | Specific Cat. VLOS Populated | Specific Cat. BVLOS |
| 最大高度 | 120 เมตร AGL | 120 เมตร AGL |
ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง: ผู้เรียนสามารถคำนวณ GRC เบื้องต้นและ Ground Risk Buffer ได้ถูกต้อง และอธิบายความแตกต่างระหว่าง SORA/STS/PDRA ได้
โมดูล 6 — การจำลองสถานการณ์และการประเมินทักษะภาคปฏิบัติ
Intensive Practical Skill Assessment | ปฏิบัติ 12 ชั่วโมง
6.1 โครงสร้างการประเมินภาคปฏิบัติ
การประเมินภาคปฏิบัติใช้หลักการ Continuous Evaluation ประกอบด้วย 5 เฟสหลัก ดำเนินการโดยผู้ประเมินที่ได้รับการอนุมัติจาก CAAT โดยตรง ผู้เรียนต้องบันทึกในแบบฟอร์ม Progress Booklet ตลอดกระบวนการ6.2 เฟส A — การเตรียมความพร้อมภาคพื้นดิน
เวลา: 2 ชั่วโมง | เกณฑ์ผ่าน: ครบถ้วน 100% ของ Checklist- Site Survey: วิเคราะห์พื้นที่จริง ระบุสิ่งกีดขวาง กำหนด Take-off Zone
- กำหนดและทำเครื่องหมาย Operational Volume และ Ground Risk Buffer
- Pre-flight Inspection ตาม Checklist อย่างครบถ้วน
- ตรวจสอบและสาธิตการทำงานของ Remote ID ต่อผู้ประเมิน
- ทดสอบ Failsafe ทุกรายการ: RTH, Low Battery, Signal Loss
- สาธิตการทดสอบ FTS / Kill Switch ว่าพร้อมใช้งาน
- แจ้ง Safety Briefing แก่บุคคลสมมติใน Ground Control Zone
6.3 เฟส B — การบินในสภาวะปกติ (Normal Operations)
เวลา: 4 ชั่วโมง | เกณฑ์ผ่าน: คะแนนรวม ≥ 70%- การ Arm เครื่องและ Takeoff อย่างนุ่มนวลจากจุดที่กำหนด
- การลอยตัวอยู่กับที่ (Hovering) ในพิกัดที่กำหนดเป็นเวลา 60 วินาที ± 1 เมตร
- การบินเป็นเส้นตรงไปข้างหน้า-ถอยหลัง รักษาความสูงคงที่
- การบินเป็นวงกลม (Orbital Flight) รัศมี 10 เมตร รอบจุดที่กำหนด
- การบินรูป Figure-8 เพื่อทดสอบการประสานงานมือ-ตา
- การรักษา VLOS ตลอดการบิน — สแกนน่านฟ้ารอบด้านทุก 10 วินาที
- การบินหลบหลีกสิ่งกีดขวาง (Evasive Action) จากเหตุที่ครูฝึกกำหนด
- การลงจอดอย่างแม่นยำใน Landing Zone ขนาด 1×1 เมตร
6.4 เฟส C — การจำลองสภาวะผิดปกติ (Contingency Drills)
เวลา: 2 ชั่วโมง | เกณฑ์ผ่าน: ตอบสนองถูกต้อง ≥ 80% ของสถานการณ์- ครูฝึกจำลอง GNSS Degradation — นักเรียนต้องสับเปลี่ยนเป็น ATTI Mode / Manual
- จำลองลมกระโชกแรงผลักโดรนออกนอก Flight Geography — ใช้ Contingency Procedure
- จำลองสัญญาณ C2 Link อ่อน — ดำเนินการ Manual Return to Home
- จำลองมอเตอร์ทำงานผิดปกติ (ผ่านเสียงแจ้งเตือน) — ลงจอดฉุกเฉิน (Emergency Landing)
- ฝึกการนำโดรนเข้า Contingency Volume อย่างปลอดภัยและลงจอดด้วยมือ
6.5 เฟส D — การทดสอบสภาวะฉุกเฉินวิกฤต (Emergency & FTS Drills)
เวลา: 2 ชั่วโมง | เกณฑ์ผ่าน: ตัดสินใจได้ถูกต้องและทันเวลาทุกสถานการณ์- จำลอง Fly-away: โดรนพุ่งออกนอก Operational Volume เข้าหาพื้นที่ประชาชน
- ทดสอบการตัดสินใจกดปุ่ม FTS / Kill Switch ใน 3 วินาที
- ฝึกเปิดใช้งาน Parachute Recovery System ในสถานการณ์จำลอง
- ซ้อม Emergency Response Plan (ERP) ร่วมกับทีมภาคพื้นดิน — บทบาท ขั้นตอน การแจ้งเจ้าหน้าที่
- รายงาน Occurrence Report ฉบับสมบูรณ์ภายหลังเหตุการณ์จำลอง
6.6 เฟส E — การประมวลผลหลังปฏิบัติการ (Post-flight Actions)
เวลา: 2 ชั่วโมง | เกณฑ์ผ่าน: เอกสารครบถ้วนและถูกต้อง 100%- จัดทำ Logbook บันทึก: วันที่-เวลา, พิกัด, ชั่วโมงบิน, จำนวนรอบ, ผู้บังคับ
- บันทึกเหตุการณ์ผิดปกติทั้งหมดที่เกิดขึ้นระหว่างการบินในแบบฟอร์ม CAAT
- ตรวจสอบสภาพเครื่องหลังบิน — แจ้งส่งซ่อมหากพบความผิดปกติ
- การถอดบทเรียน (Debrief) ร่วมกับผู้ประเมิน
โครงสร้างการประเมินผลและเกณฑ์การตัดสิน
| ส่วนการประเมิน | รูปแบบ | น้ำหนักคะแนน | เกณฑ์ผ่าน |
|---|---|---|---|
| ทดสอบย่อยท้ายโมดูล 1-5 | ปรนัย 40 ข้อ / 40 นาที | 20% | ≥ 75% |
| การสอบภาคทฤษฎีสุดท้าย | ปรนัย 40 ข้อ / 40 นาที (หรือ 30 ข้อ หากมี A2) | 30% | ≥ 75% |
| ทักษะภาคปฏิบัติ (เฟส A-E) | Continuous Evaluation โดยผู้ประเมินของสมาคม ตามเกณฑ์ผู้ประเมินมาตรฐาน ATO | 40% | ≥ 70% |
| แฟ้มสะสมงาน Progress Booklet | ตรวจสอบโดยครูผู้สอน | 10% | ครบถ้วน 100% |
注意: ผู้เรียนที่ไม่ผ่านเกณฑ์ส่วนใดส่วนหนึ่งสามารถสอบซ่อมได้ 1 ครั้ง ภายใน 30 วัน หากไม่ผ่านในครั้งที่สอง ต้องลงทะเบียนเรียนหลักสูตรใหม่ทั้งหมด
คุณสมบัติครูผู้สอนและผู้ประเมิน
ตามประกาศ CAAT พ.ศ. 2569 ภาคผนวกที่ 1 ว่าด้วยคุณสมบัติและประสบการณ์ของบุคลากรผู้สอน (Instruction Personnel) กำหนดมาตรฐานดังนี้:| ด้านคุณสมบัติ | ข้อกำหนดตาม CAAT 2569 |
|---|---|
| อายุขั้นต่ำ | 20 ปีบริบูรณ์ |
| สุขภาพ | สุขภาพกายและจิตสมบูรณ์ ไม่ติดสารเสพติด ไม่มีอาการโรคจิต |
| ใบอนุญาต | ถือใบอนุญาตผู้บังคับโดรนที่ตรงกับประเภทหลักสูตรที่สอน |
| ประสบการณ์ | มีประสบการณ์บังคับโดรนต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 1 ปี |
| วิชาชีพครู | ผ่านหลักสูตรการเป็นครูผู้สอน หรือมีหลักฐานรับรองความสามารถประเมินผล |
| การรับรอง (ตามข้อกำหนด CAAT) | ต้องผ่านการประเมินการปฏิบัติการบินจริงโดยเจ้าหน้าที่ CAAT (ข้อกำหนดตามประกาศ พ.ศ. 2569) |
คำศัพท์และนิยามสำคัญ
| คำศัพท์ / ย่อ | 定義 |
|---|---|
| BVLOS | Beyond Visual Line of Sight — การบินนอกระยะสายตาของผู้บังคับ |
| CAAT | Civil Aviation Authority of Thailand — สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย |
| C2 Link | Command & Control Link — ระบบสั่งการและควบคุมระหว่างผู้บังคับกับอากาศยาน |
| EASA | European Union Aviation Safety Agency — องค์การความปลอดภัยด้านการบินแห่งสหภาพยุโรป |
| ERP | Emergency Response Plan — แผนตอบสนองเหตุฉุกเฉิน |
| FTS | Flight Termination System — ระบบยุติการบินฉุกเฉิน |
| GRC | Ground Risk Class — ระดับความเสี่ยงภาคพื้นดิน |
| GNSS | Global Navigation Satellite System — ระบบดาวเทียมนำทาง |
| iGRC | Initial Ground Risk Class — ระดับความเสี่ยงภาคพื้นดินขั้นต้น |
| LUC | Light UAS Operator Certificate — ใบรับรองผู้ดำเนินการ UAS ขนาดเบา |
| OSO | Operational Safety Objectives — เป้าหมายความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน |
| PDRA | Predefined Risk Assessment — การประเมินความเสี่ยงที่กำหนดไว้ล่วงหน้า |
| Remote ID | Remote Identification — ระบบระบุตัวตนอากาศยานไร้คนขับทางไกล |
| SAIL | Specific Assurance and Integrity Level — ระดับการประกันความสมบูรณ์และเฉพาะเจาะจง |
| SORA | Specific Operations Risk Assessment — ระเบียบวิธีประเมินความเสี่ยงการปฏิบัติการเฉพาะกิจ |
| STS | Standard Scenarios — สถานการณ์มาตรฐาน |
| UAS | Unmanned Aircraft System — ระบบอากาศยานไร้คนขับ |
| VLOS | Visual Line of Sight — การบินภายในระยะการมองเห็น |
สนใจสมัครหลักสูตรโดรน Specific Category?
หลักสูตรนี้พัฒนาโดย Drone Association Thailand ให้สอดคล้องกับมาตรฐาน CAAT พ.ศ. 2569 โดยสมาคมอยู่ระหว่างกระบวนการยื่นขอรับรองเป็นองค์กรฝึกอบรม (Approved Training Organisation – ATO) จาก CAAT 📞 ติดต่อสอบถามและลงทะเบียนเอกสารนี้จัดทำตามกรอบมาตรฐาน CAAT พ.ศ. 2569 และมาตรฐาน EASA Regulation (EU) 2019/947 Drone Association Thailand (สมาคมอากาศยานไร้คนขับประเทศไทย) | อ้างอิง: JARUS SORA v2.5
