泰国无人机协会

加入会员☰

CAAT ออกประกาศควบคุมการใช้งานอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน (โดรน) ฉบับที่ 15 ผ่อนคลายมาตรการบางส่วน แต่ยังคงพื้นที่ห้ามบินเพื่อความมั่นคง

กพท. ประกาศฉบับที่ 15 (ผ่อนคลายบางส่วน แต่ยังคงพื้นที่ห้ามบินเพื่อความมั่นคง)
🛰️

ประกาศ กพท. ฉบับที่ 15 (พ.ศ. 2569)

CAAT ผ่อนคลายมาตรการบางส่วน แต่ยังคง พื้นที่ห้ามบินเพื่อความมั่นคง

✅ ผ่อนคลาย: พื้นที่ทั่วไปกลับสู่กฎพื้นฐาน ⛔ ยังคุมเข้ม: บางอำเภอชายแดน + พื้นที่เฉพาะ + รอบสนามบิน

มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง

พื้นที่ห้ามบิน (No-Fly Zones) ตามประกาศฉบับที่ 15

ห้ามบังคับหรือปล่อยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน (โดรน) ในพื้นที่ที่อาจกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ

พื้นที่ที่มีการวางกำลัง/ปฏิบัติการภาคพื้น (ระดับอำเภอ) ใน 7 จังหวัด:

乌汶叻差他尼府 อ.เขมราฐ, อ.นาตาล, อ.โพธิ์ไทร, อ.ศรีเมืองใหม่, อ.โขงเจียม, อ.สิรินธร, อ.บุณฑริก, อ.นาจะหลวย, อ.น้ำยืน
四色菊府 อ.ภูสิงห์, อ.ขุนหาญ, อ.กันทรลักษ์
素林府 อ.พนมดงรัก, อ.กาบเชิง, อ.สังขะ, อ.บัวเชด
武里南府 อ.ละหานทราย, อ.บ้านกรวด
沙缴府 อ.คลองหาด, อ.อรัญประเทศ, อ.โคกสูง, อ.ตาพระยา
尖竹汶府 อ.เมืองจันทบุรี, อ.สอยดาว, อ.โป่งน้ำร้อน
达叻府 อ.เมืองตราด, อ.คลองใหญ่, อ.บ่อไร่

หมายเหตุ: ประกาศฉบับที่ 15 เป็นการผ่อนคลายจากฉบับก่อนหน้า โดยยังคงพื้นที่ความมั่นคงเฉพาะที่กำหนดไว้

ข้อยกเว้น: อนุญาตให้บินได้ “เฉพาะบางกรณีจำเป็น”

กรณีจำเป็นที่อาจอนุญาต

  • งานด้านการเกษตร
  • การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
  • ภารกิจเร่งด่วนที่หากไม่บินจะเกิดความเสียหายต่อบุคคล/ทรัพย์สิน/ประชาชน
  • การปฏิบัติงานของหน่วยงานรัฐเพื่อให้ได้มาซึ่งพยานหลักฐานตามกฎหมาย

ทั้งนี้ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของพื้นที่หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และปฏิบัติตามเงื่อนไขอย่างเคร่งครัด

เงื่อนไขหลัก (สรุป)

  • ขึ้นทะเบียน “ผู้บังคับโดรน” และ “ตัวโดรน” กับ CAAT ให้ถูกต้องครบถ้วน
  • ยื่นคำขออนุญาตล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วัน ผ่าน UAS Portal (uasportal.caat.or.th)
  • ความสูงไม่เกิน 90 เมตร (300 ฟุต)
  • เวลาบินปกติ 06.00–18.00 น.
    04.01–05.59 และ 18.01–24.00 ต้องขออนุญาตปฏิบัติแตกต่าง
    ห้ามบินเด็ดขาด: 00.01–04.00 น. ทุกกรณี
  • เมื่อได้รับอนุญาตแล้ว ก่อนบินทุกครั้งต้องแจ้งข้อมูลพื้นที่/วันเวลา/วัตถุประสงค์ ผ่าน UAS Portal
  • ให้แจ้งต่อ ศบตอ.น. ทางอีเมล: [email protected]
  • หากบินแตกต่างจากเงื่อนไข ต้องยื่นคำขอและเอกสารเพิ่มเติมผ่าน UAS Portal

บทลงโทษและมาตรการ

ผู้ฝ่าฝืนประกาศนี้มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และในกรณีจำเป็น หน่วยงานความมั่นคงอาจดำเนินการตอบโต้ รวมถึงการใช้ระบบต่อต้านโดรน (Anti-Drone System)

พบเห็นโดรนเข้าข่ายผิดกฎหมาย/เสี่ยงกระทบความมั่นคง แจ้งเบาะแสทันที

ควรแนบข้อมูล วัน-เวลา-สถานที่ ลักษณะโดรน และภาพ/วิดีโอ (ถ้ามี)

CAAT: โทร 02-568-8851 | [email protected]

反无人机行动中心: 电话 02-126-7846 | [email protected]

อ้างอิง: CAAT NEWS 4/2569 (6 กุมภาพันธ์ 2569) | ประกาศฉบับที่ 15: https://www.caat.or.th/laws-regulations/196872/

CAAT ออกประกาศฉบับที่ 15 ผ่อนคลายมาตรการบางส่วน หลังประเมินสถานการณ์ร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงอย่างต่อเนื่อง แต่ยังคงกำหนด “พื้นที่ห้ามบินโดรน” ในพื้นที่ที่อาจกระทบต่อความมั่นคง ได้แก่ บางอำเภอใน 7 จังหวัดชายแดนไทย–กัมพูชา พื้นที่ภายในรัศมี 9 กิโลเมตรรอบสนามบินที่กำหนด และพื้นที่เฉพาะเพิ่มเติมตามประกาศของหน่วยงานพลังงาน/ความมั่นคง โดยมีผลตั้งแต่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง

สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) หรือ CAAT ออกประกาศฉบับที่ 15 เรื่อง “ห้ามบังคับหรือปล่อยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน (Drone) ในพื้นที่ที่อาจกระทบต่อความมั่นคงของประเทศในช่วงสถานการณ์ชายแดนไทย – กัมพูชา” ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง

โดยประกาศฉบับที่ 15 เป็นการ ปรับมาตรการควบคุมการใช้งานโดรนให้ผ่อนคลายลงจากประกาศฉบับก่อนหน้า ภายหลังการประเมินสถานการณ์ร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคงอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนและภาคธุรกิจสามารถดำเนินกิจกรรมได้ใกล้เคียงภาวะปกติ ขณะเดียวกันยังคงกำหนด พื้นที่ห้ามบินในพื้นที่ที่อาจกระทบต่อความมั่นคงของประเทศและโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ ได้แก่ บางอำเภอใน 7 จังหวัดชายแดนไทย–กัมพูชา พื้นที่ภายในรัศมี 9 กิโลเมตร (5 ไมล์ทะเล) รอบสนามบินที่กำหนด และพื้นที่เฉพาะเพิ่มเติมตามประกาศของหน่วยงานด้านพลังงานและความมั่นคง

ทั้งนี้ CAAT ยังคงกำหนดมาตรการควบคุมการปฏิบัติการบินโดรนอย่างเคร่งครัดในพื้นที่ดังกล่าว เพื่อรักษาความปลอดภัย ความสงบเรียบร้อย และความมั่นคงของประเทศ ควบคู่ไปกับการผ่อนคลายข้อจำกัดในพื้นที่ทั่วไปที่สถานการณ์คลี่คลายลง

พื้นที่ห้ามบินตามประกาศฉบับที่ 15

1. พื้นที่ที่มีการวางกองกำลัง หรือการปฏิบัติการภาคพื้นระดับอำเภอ ใน 7 จังหวัดชายแดนไทย–กัมพูชา
(ห้ามบินในพื้นที่ที่กำหนดตามที่หน่วยงานความมั่นคงประกาศ)

  • จังหวัดอุบลราชธานี: อำเภอเขมราฐ, อำเภอนาตาล, อำเภอโพธิ์ไทร, อำเภอศรีเมืองใหม่, อำเภอโขงเจียม, อำเภอสิรินธร, อำเภอบุณฑริก, อำเภอนาจะหลวย, อำเภอน้ำยืน

  • จังหวัดศรีสะเกษ: อำเภอภูสิงห์, อำเภอขุนหาญ, อำเภอกันทรลักษ์

  • จังหวัดสุรินทร์: อำเภอพนมดงรัก, อำเภอกาบเชิง, อำเภอสังขะ, อำเภอบัวเชด

  • จังหวัดบุรีรัมย์: อำเภอละหานทราย, อำเภอบ้านกรวด

  • จังหวัดสระแก้ว: อำเภอคลองหาด, อำเภออรัญประเทศ, อำเภอโคกสูง, อำเภอตาพระยา

  • จังหวัดจันทบุรี: อำเภอเมืองจันทบุรี, อำเภอสอยดาว, อำเภอโป่งน้ำร้อน

  • จังหวัดตราด: อำเภอเมืองตราด, อำเภอคลองใหญ่, อำเภอบ่อไร่

หมายเหตุ: ประกาศฉบับที่ 15 ปรับจากการ “ห้ามทั้งจังหวัด” ในบางพื้นที่ มาเป็น “ห้ามเฉพาะอำเภอที่มีความเสี่ยงด้านความมั่นคง”


2. พื้นที่รัศมี 9 กิโลเมตร (5 ไมล์ทะเล) รอบสนามบินที่กำหนด

ห้ามบินในรัศมี 9 กิโลเมตร รอบสนามบินที่กำหนดตามประกาศ ได้แก่

  • สนามบินเชียงใหม่

  • สนามบินพิษณุโลก

  • สนามบินอุดรธานี

  • สนามบินน้ำพอง

  • สนามบินตาคลี

  • สนามบินอุบลราชธานี

  • สนามบินนครราชสีมา (โคราช)

  • สนามบินวัฒนานคร

  • สนามบินกำแพงแสน

  • สนามบินดอนเมือง

  • สนามบินโคกกะเทียม

  • สนามบินประจวบคีรีขันธ์

  • สนามบินสุราษฎร์ธานี

  • สนามบินหาดใหญ่


3. พื้นที่ที่หน่วยงานด้านพลังงานและหน่วยงานความมั่นคงประกาศห้ามเป็นการเฉพาะเพิ่มเติม

  • จังหวัดชลบุรี: อำเภอบ่อทอง, อำเภอบางละมุง, อำเภอบ้านบึง, อำเภอศรีราชา, อำเภอสัตหีบ, อำเภอเกาะสีชัง, อำเภอพานทอง

  • จังหวัดระยอง: อำเภอเมืองระยอง, อำเภอนิคมพัฒนา, อำเภอบ้านค่าย, อำเภอปลวกแดง

  • จังหวัดฉะเชิงเทรา: อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา, อำเภอบางปะกง, อำเภอบางน้ำเปรี้ยว, อำเภอพนมสารคาม

  • จังหวัดเพชรบุรี: อำเภอบ้านแหลม

  • จังหวัดสมุทรสงคราม: อำเภอเมืองสมุทรสงคราม

  • จังหวัดสมุทรสาคร: อำเภอเมืองสมุทรสาคร


เงื่อนไขการบินในพื้นที่อื่น (นอกเหนือจากเขตห้ามบิน)

การลงทะเบียน

  • ผู้ใช้งานต้องขึ้นทะเบียน “ผู้บังคับโดรน” และ “ตัวโดรน” กับ CAAT ให้ถูกต้องครบถ้วน

ขออนุญาตล่วงหน้า

  • ยื่นคำขออนุญาตปฏิบัติการบินล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วัน ผ่านระบบ UAS Portal (uasportal.caat.or.th)

แจ้งก่อนบินทุกครั้ง

  • เมื่อได้รับอนุญาตแล้ว ต้องแจ้งรายละเอียดการบิน (พื้นที่, วันเวลา, วัตถุประสงค์) ผ่าน UAS Portal

  • และแจ้งต่อ ศูนย์ต่อต้านอากาศยานไร้คนขับ (ศบตอ.น.) อีเมล: [email protected]


ข้อกำหนดการปฏิบัติการบิน (ตามประกาศฉบับที่ 15)

  • บินได้ในช่วงเวลา 06.00 – 18.00 น.

  • ห้ามบินเด็ดขาด ในช่วงเวลา 00.01 – 04.00 น. ทุกกรณี

  • หากต้องการบินช่วง 04.01 – 05.59 น. หรือ 18.01 – 24.00 น. ต้องยื่นคำขอ “ปฏิบัติแตกต่างจากเงื่อนไข” ต่อ CAAT ผ่าน UAS Portal

  • ความสูงในการบินต้องไม่เกิน 90 เมตร (300 ฟุต) เหนือพื้นดิน

  • หากมีความจำเป็นต้องปฏิบัติการบินแตกต่างจากเงื่อนไขที่กำหนด ต้องยื่นคำขออนุญาตเป็นกรณีพิเศษต่อ CAAT ผ่าน UAS Portal

Gallery Full Image Modal - CAAT Issue 15

ประกาศสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ฉบับที่ 15
มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 6 กุมภาพันธ์ 2569

ข้อยกเว้นสำหรับหน่วยงานราชการ (ตามประกาศฉบับที่ 15):
อากาศยานซึ่งไม่มีนักบินของหน่วยงานภาครัฐ ได้แก่ หน่วยงานทหาร ตำรวจ กรมศุลกากร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และสำนักข่าวกรองแห่งชาติ สามารถปฏิบัติการบินได้ตามอำนาจหน้าที่

ทั้งนี้ เฉพาะกรณีการปฏิบัติการบินในพื้นที่ห้ามบิน ของหน่วยงานกรมศุลกากร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขอความร่วมมือให้

  • แจ้งข้อมูลการปฏิบัติการบินล่วงหน้าผ่านระบบ UAS Portal (uasportal.caat.or.th)

  • แจ้งประสานงานกับ ศูนย์บังคับและต่อต้านอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน กองบัญชาการตำรวจนครบาล (ศบตอ.น.) ทางอีเมล [email protected] และหน่วยงานด้านความมั่นคงที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ก่อนเริ่มปฏิบัติการบิน

เพื่อให้การปฏิบัติภารกิจเป็นไปอย่างเรียบร้อย สอดคล้องกับมาตรการด้านความมั่นคง และไม่กระทบต่อความปลอดภัยของพื้นที่

ช่องทางแจ้งเบาะแสกรณีพบการใช้งานโดรนที่เข้าข่ายผิดกฎหมายหรืออาจเป็นภัยต่อความมั่นคง (ตามประกาศฉบับที่ 15)

หากพบเห็นการใช้งานอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน (โดรน) ที่ฝ่าฝืนประกาศ หรืออาจก่อให้เกิดอันตรายต่อความมั่นคงของประเทศ ขอให้แจ้งข้อมูล วัน เวลา สถานที่ที่พบเห็น ลักษณะของโดรน และภาพถ่ายหรือคลิปวิดีโอ (ถ้ามี) ไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยเร็ว ผ่านช่องทางใดช่องทางหนึ่ง ดังนี้

1. สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท. / CAAT)
โทรศัพท์: 02-568-8851
อีเมล: [email protected]

2. ศูนย์บังคับและต่อต้านอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน กองบัญชาการตำรวจนครบาล (ศบตอ.น.)
โทรศัพท์: 02-126-7846
อีเมล: [email protected]

3. หน่วยงานใกล้พื้นที่ที่พบเหตุ

  • สถานีตำรวจท้องที่

  • หน่วยทหาร

  • หน่วยงานด้านความมั่นคงที่รับผิดชอบในพื้นที่นั้น ๆ

ตารางเปรียบเทียบประกาศฉบับที่ 14 และ 15

ตารางสรุปการเปลี่ยนแปลง (ฉบับล่าสุด)

เปรียบเทียบประกาศฉบับที่ 14 vs ฉบับที่ 15
部分 ประกาศฉบับที่ 14 (ก่อนหน้า) ประกาศฉบับที่ 15 (ล่าสุด)
สถานะภาพรวม เข้มงวดสูง
มาตรการคุมเข้มพื้นที่เสี่ยงด้านความมั่นคงและพลังงาน
ผ่อนคลายบางส่วน
พื้นที่ทั่วไปกลับสู่กฎพื้นฐาน แต่ยังคงโซนความมั่นคง
ขอบเขตพื้นที่ห้ามบิน ห้ามบินทั้งจังหวัดในบางพื้นที่ (เช่น นครราชสีมา) และขยายโซนพลังงาน/นิคมอุตสาหกรรมหลายจังหวัด ปรับเป็น ห้ามเฉพาะบางอำเภอ ใน 7 จังหวัดชายแดนไทย–กัมพูชา
คงพื้นที่เฉพาะเพิ่มเติมตามประกาศหน่วยงานพลังงาน/ความมั่นคง
พื้นที่รอบสนามบิน (รัศมี 9 กม.) ควบคุมรัศมี 9 กม. รอบสนามบินที่กำหนดหลายแห่ง คงเดิม รัศมี 9 กม. รอบสนามบินที่กำหนด เพื่อความปลอดภัยการบิน
เงื่อนไขเวลาบิน ห้ามบินเด็ดขาด 00.01–04.00 น.
ช่วงเช้ามืด/ค่ำ ต้องขออนุญาตพิเศษ
คงมาตรการเดิม
06.00–18.00 น. บินได้ตามปกติ, 04.01–05.59 และ 18.01–24.00 ต้องขออนุญาตแตกต่าง
ผลกระทบต่อผู้ใช้งานทั่วไป ผู้ใช้งานได้รับผลกระทบวงกว้างจากการขยายพื้นที่ห้ามบินในหลายจังหวัดเศรษฐกิจ ผู้ใช้งานในพื้นที่ทั่วไปสามารถดำเนินกิจกรรมได้ใกล้เคียงปกติ
แต่ยังต้องปฏิบัติตามกฎอย่างเคร่งครัดในโซนความมั่นคง

ประกาศ กพท. ฉบับที่ 15: ผ่อนคลายมาตรการบางส่วน แต่ยังคงพื้นที่ห้ามบินเพื่อความมั่นคง

CAAT ได้ออกประกาศฉบับที่ 15 เพื่อ ปรับมาตรการควบคุมการบินโดรนของพลเรือนให้ผ่อนคลายลงจากฉบับก่อนหน้า ภายหลังการประเมินสถานการณ์ร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคงอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนและภาคธุรกิจสามารถดำเนินกิจกรรมได้ใกล้เคียงภาวะปกติ ขณะเดียวกันยังคงกำหนดพื้นที่ห้ามบินในจุดที่อาจกระทบต่อความมั่นคงและโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ โดยมีสาระสำคัญดังนี้

พื้นที่ห้ามบิน (ยังคงควบคุมเข้ม)

  • พื้นที่ที่มีการวางกำลังหรือการปฏิบัติการภาคพื้นระดับอำเภอใน 7 จังหวัดชายแดนไทย–กัมพูชา (กำหนดเป็นรายอำเภอ)

  • พื้นที่ภายในรัศมี 9 กิโลเมตร (5 ไมล์ทะเล) รอบสนามบินที่กำหนด

  • พื้นที่เฉพาะเพิ่มเติมตามประกาศของหน่วยงานด้านพลังงานและความมั่นคง ในจังหวัดชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา เพชรบุรี สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร

ความแตกต่างจากฉบับก่อนหน้า (ฉบับที่ 14)

  • ฉบับที่ 14: เน้นการยกระดับความเข้มงวดในพื้นที่เสี่ยงด้านความมั่นคง โดยขยายโซนพลังงาน/นิคมอุตสาหกรรมและบางจังหวัดในวงกว้าง

  • ฉบับที่ 15: ผ่อนคลายมาตรการในพื้นที่ทั่วไป และปรับการห้ามบินจากระดับ “ทั้งจังหวัด” มาเป็น เฉพาะพื้นที่/อำเภอที่มีความเสี่ยง เพื่อให้กิจกรรมภาคประชาชนและธุรกิจกลับสู่ภาวะใกล้ปกติ

เงื่อนไขการปฏิบัติ (คงมาตรการความปลอดภัยหลัก)

  • ห้ามบินเด็ดขาด ช่วงเวลา 00.01 – 04.00 น. ทุกกรณี

  • เวลาบินปกติ 06.00 – 18.00 น. (ช่วง 04.01–05.59 น. และ 18.01–24.00 น. ต้องขออนุญาตปฏิบัติแตกต่างผ่าน UAS Portal)

  • ผู้บังคับโดรนต้อง ขึ้นทะเบียนผู้บังคับและตัวโดรนกับ CAAT, ยื่นขออนุญาตล่วงหน้า, และ แจ้งข้อมูลก่อนบินทุกครั้ง ผ่าน UAS Portal พร้อมประสาน ศบตอ.น. ตามที่กำหนด

หมายเหตุ: มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง

ติดตามข่าวสารและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม: ท่านสามารถติดตามอัปเดตสถานการณ์ความขัดแย้งไทย–กัมพูชา และข้อมูลเกี่ยวกับเทคโนโลยีโดรนได้ที่เว็บไซต์: https://droneth.or.th/drone-border-tension/

หรือติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ LINE Official:  @droneth

Teerachai Lertpanikul นักเขียนและผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีโดรน
เขียนโดย
Teerachai Lertpanikul

นักเขียนและผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีโดรน มีประสบการณ์เกี่ยวกับการใช้งานอากาศยานไร้คนขับ, AI, Robotics มุ่งนำเสนอข้อมูลที่ถูกต้อง เข้าใจง่าย และนำไปใช้งานได้จริง

滚动至顶部