“ซื้อโดรนมาสอน Coding ในห้องเรียน… ต้องวุ่นวายเรื่องกฎหมายด้วยเหรอ?”
ในยุคที่ AI และ Robotics เป็นทักษะสำคัญของศตวรรษที่ 21 หลายโรงเรียนเลือกใช้ DJI RoboMaster TT (Tello Talent) เป็นสื่อการสอนหลัก เพราะตัวเล็ก น้ำหนักเบาแค่ 87 กรัม และดูเหมือน “ของเล่น” ที่ปลอดภัย
แต่เดี๋ยวก่อนครับ! ในทางกฎหมายของประเทศไทยปี 2569 (2026) เจ้าโดรนจิ๋วตัวนี้ “ไม่ใช่ของเล่น” แต่ถูกจัดเป็น “อากาศยาน” เต็มรูปแบบ
บทความนี้จะสรุป “กรอบทางกฎหมายและแนวปฏิบัติมาตรฐาน ปี 2569” ให้ท่านผู้บริหารและคุณครูเข้าใจง่ายๆ ว่าต้องทำอย่างไรให้โรงเรียนของเราใช้งานโดรนได้อย่างถูกต้อง ปลอดภัย และไม่เสี่ยงคุกตารางครับ
1. ทำความเข้าใจ: ทำไม "โดรนการศึกษา" ถึงต้องขึ้นทะเบียน?
หลายท่านสงสัยว่า “น้ำหนักแค่ 87 กรัม เบากว่ามือถืออีก กฎหมายไม่ยกเว้นเหรอ?” คำตอบคือ “ไม่ยกเว้น” ครับ เพราะตามกฎระเบียบปี 2569 ของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) มีเกณฑ์ตัดสิทธิ์ข้อยกเว้นที่ชัดเจนมาก:
❌ น้ำหนัก: แม้จะเบากว่า 2 กิโลกรัม…
✅ กล้อง: แต่ถ้า “มีกล้องบันทึกภาพ” (ซึ่ง RoboMaster TT มีกล้อง 5MP)
✅ Wi-Fi: และใช้คลื่นความถี่ในการบังคับ
ผลลัพธ์: RoboMaster TT เข้าข่าย “อากาศยานที่ต้องขึ้นทะเบียน” 100% ไม่มีข้อยกเว้น โรงเรียนในฐานะ “นิติบุคคล” จึงมีหน้าที่ต้องทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย 2 ฉบับหลัก ดังนี้ครับ
2. ด่านที่ 1: กสทช. (NBTC) - "มีของ ต้องแจ้ง"
กฎหมายฉบับนี้ดูที่ “การครอบครองเครื่องวิทยุคมนาคม” ครับ
สิ่งที่ต้องทำ: ขึ้นทะเบียนครอบครองโดรน (คำขอ คท.30)
กำหนดเวลา: ภายใน 30 วัน หลังจากได้รับของ (ระวัง! หากซื้อมาดองไว้นานเกิน มีค่าปรับ)
ค่าใช้จ่ายปี 2569: 214 บาท ต่อลำ (จ่ายครั้งเดียวจบตลอดอายุการใช้งาน)
ทริคสำหรับโรงเรียน: ระบบออนไลน์ (AnyRegis) ยังไม่รองรับการนำเข้าข้อมูลแบบกลุ่ม (Batch) แนะนำให้เจ้าหน้าที่พัสดุเตรียมข้อมูล Serial Number ใส่ Excel ไว้ แล้ว Copy-Paste กรอกทีละลำจะเร็วที่สุดครับ
3. ด่านที่ 2: กรมการบินพลเรือน (CAAT) - "จะบิน ต้องขอ"
ด่านนี้เน้นเรื่อง “ความปลอดภัยและการบังคับอากาศยาน” ซึ่งปี 2569 มีอัปเดตที่สำคัญมากครับ:
Q: ขึ้นทะเบียนยังฟรีอยู่ไหม?
A: ข่าวดีครับ! ณ ต้นปี 2569 ระบบ UAS Portal ยังเปิดให้ขึ้นทะเบียนผู้บังคับโดรนและตัวเครื่องได้ “ไม่มีค่าธรรมเนียม (0 บาท)” (แต่อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้เสมอ แนะนำให้รีบทำครับ)
Q: ต้องสอบใบขับขี่โดรนไหม?
A: ต้องสอบครับ ในปี 2569 CAAT ได้ยกระดับมาตรฐาน ครูผู้สอนที่จะลงชื่อเป็น “ผู้บังคับโดรน” (Remote Pilot) ต้องทำ แบบทดสอบความรู้ออนไลน์ (ประมาณ 40 ข้อ) ในระบบให้ผ่านก่อน จึงจะพิมพ์ใบอนุญาตได้
Q: บินแต่ในห้องเรียน (Indoor) ต้องขออนุญาตไหม?
A: แยกเป็น 2 เรื่องครับ
การขึ้นทะเบียน: “ต้องทำ” ทุกลำ แม้จะบินในตึก
การขออนุญาตบิน (Flight Plan): “ไม่ต้องทำ” หากบินในอาคารปิดมิดชิด (ห้องเรียน/โรงยิม) ท่านสามารถบินได้เลยโดยไม่ต้องแจ้งแผนการบินล่วงหน้า
4. เรื่อง "ประกันภัย" จ่ายทีเดียว คุ้มครองยกฝูง (Fleet Insurance)
กฎหมายบังคับให้โดรนทุกลำต้องมีประกันบุคคลที่ 3 วงเงิน 1,000,000 บาท ปัญหาคือ: ถ้าโรงเรียนมี 50 ลำ ต้องซื้อประกัน 50 ฉบับ เบี้ยประกันบานปลายแน่ๆ
ทางออกปี 2569: แนะนำให้ทำ “ประกันภัยแบบกลุ่ม” (Fleet Insurance) สำหรับองค์กรครับ
ราคา: เฉลี่ยประมาณ 600 – 900 บาท/ลำ/ปี (ขึ้นอยู่กับการเจรจาและจำนวนเครื่อง)
ความคุ้มครอง: เน้นเฉพาะ Liability (ความรับผิดบุคคลภายนอก) เพื่อให้ผ่านกฎหมาย ไม่จำเป็นต้องทำประกันตัวเครื่อง (Hull) เพราะไม่คุ้มกับค่าเบี้ยครับ
📝 Checklist: 6 ขั้นตอนสู่ "โรงเรียนปลอดโดรนเถื่อน"
เพื่อให้ฝ่ายธุรการทำงานง่ายขึ้น นี่คือขั้นตอนมาตรฐาน (Standard Practice) ครับ:
1. ขั้นตอนการเตรียมข้อมูล (ไม่มีค่าใช้จ่าย) เริ่มต้นด้วยการรวบรวมข้อมูลของโดรนทุกลำให้พร้อม แนะนำให้จัดทำเป็นไฟล์ Excel เพื่อความสะดวก โดยสิ่งที่ต้องมีคือ:
การจดเลข Serial Number ของตัวเครื่องและรีโมทควบคุม
การถ่ายรูปโดรนให้ครบ 5 มุม (หน้า, หลัง, ซ้าย, ขวา, บน/ล่าง) ให้เห็นรายละเอียดชัดเจน
2. ขั้นตอนการทำประกันภัยกลุ่ม (ค่าใช้จ่ายประมาณ 600 – 900 บาท/ลำ/ปี) ติดต่อตัวแทนประกันภัยเพื่อขอทำ “Fleet Insurance” (ประกันภัยแบบกลุ่ม) ในนามโรงเรียน ซึ่งจะช่วยประหยัดกว่าการซื้อแยกรายบุคคล โดยเบี้ยประกันจะขึ้นอยู่กับจำนวนเครื่องและการเจรจาต่อรองครับ
3. ขั้นตอนขึ้นทะเบียน กสทช. (ค่าธรรมเนียม 214 บาท/ลำ) ดำเนินการยื่น “คำขอขึ้นทะเบียนเครื่องวิทยุคมนาคม (คท.30)” ผ่านระบบออนไลน์ AnyRegis ของ กสทช. โดยใช้เอกสารนิติบุคคลของโรงเรียนประกอบ ขั้นตอนนี้จะมีค่าธรรมเนียมใบอนุญาตอยู่ที่ 214 บาทต่อลำ (ชำระครั้งเดียวจบ)
4. ขั้นตอนลงทะเบียน “ครูผู้สอน” กับ CAAT (ไม่มีค่าธรรมเนียม) ให้คุณครูที่จะทำหน้าที่ดูแลการสอน เข้าไปทำแบบทดสอบความรู้ออนไลน์ในระบบ UAS Portal ของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) และลงทะเบียนเป็น “ผู้บังคับโดรน” (Remote Pilot) ขั้นตอนนี้ปัจจุบันยังฟรีอยู่ครับ
5. ขั้นตอนลงทะเบียน “ตัวโดรน” กับ CAAT (ไม่มีค่าธรรมเนียม) เมื่อได้ชื่อผู้บังคับแล้ว ให้นำข้อมูลโดรนจากข้อ 1 มาลงทะเบียนในระบบ UAS Portal ต่อได้เลย โดยต้องแนบหลักฐานสำคัญ 2 อย่างคือ กรมธรรม์ประกันภัย (จากข้อ 2) และ ใบอนุญาต กสทช. (จากข้อ 3) ขั้นตอนนี้ฟรีเช่นกันครับ
6. ขั้นตอนสุดท้าย: การติดป้ายทะเบียน (ไม่มีค่าใช้จ่าย) เมื่อได้รับอนุมัติเรียบร้อย ระบบจะออกเลขทะเบียนมาให้ ให้ท่านพิมพ์เลขทะเบียนของ CAAT และ กสทช. เป็นสติ๊กเกอร์ขนาดเล็ก แล้วนำไป แปะที่ตัวโดรน ในจุดที่มองเห็นได้ชัดเจน ก็เป็นอันเสร็จสมบูรณ์ พร้อมบินได้อย่างถูกต้องครับ
요약
การนำ RoboMaster TT มาใช้ในโรงเรียน เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าทางปัญญาครับ แต่ก็ต้องแลกมาด้วยความรับผิดชอบ
การทำให้ถูกต้องตามกฎหมายปี 2569 ไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด หากโรงเรียนวางแผนจัดการเป็นระบบ (Systematic Approach) นอกจากจะช่วยป้องกันความเสี่ยงทางกฎหมายและค่าปรับหลักแสนแล้ว ยังเป็นการสร้าง “มาตรฐานความปลอดภัย” ให้ผู้ปกครองอุ่นใจ และเป็นแบบอย่างที่ดีในการเคารพกฎกติกาให้นักเรียนเห็นอีกด้วยครับ
เริ่มสำรวจโดรนในโรงเรียนของท่าน แล้วดำเนินการให้ถูกต้องตั้งแต่วันนี้เลยครับ!
