สมาคมฯ ร่วมประชุม กพท. รับฟังแนวทางการรับรอง "ศูนย์ฝึกอบรมนักบินโดรน" ฉบับใหม่
ผู้แทนสมาคมอากาศยานไร้คนขับประเทศไทยเข้าร่วมประชุมกับสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) รับฟังกรอบการรับรองศูนย์ฝึกอบรมผู้บังคับหรือปล่อยอากาศยานไร้คนขับ ตามเอกสารแนวปฏิบัติชุดล่าสุด
ผู้แทนสมาคมอากาศยานไร้คนขับประเทศไทยเข้าร่วมประชุมกับ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 เพื่อรับฟังและหารือแนวทางการรับรองศูนย์ฝึกอบรมผู้บังคับหรือปล่อยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน ประเภทอากาศยานที่ควบคุมการบินจากภายนอก หรือที่รู้จักกันทั่วไปว่า "ศูนย์ฝึกอบรมนักบินโดรน"
การประชุมครั้งนี้เป็นการชี้แจงกรอบแนวทางที่ กพท. จัดทำขึ้นสำหรับหน่วยงานหรือองค์กรที่ประสงค์จะขอรับรองเป็นศูนย์ฝึกอบรม พร้อมเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้สอบถามและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นร่วมกัน ซึ่งถือเป็นความเคลื่อนไหวสำคัญของอุตสาหกรรมอากาศยานไร้คนขับในประเทศไทย
- ผู้แทนสมาคมฯ เข้าร่วมประชุมกับ กพท. เมื่อ 17 กรกฎาคม 2569 รับฟังกรอบการรับรอง "ศูนย์ฝึกอบรมนักบินโดรน" อย่างเป็นทางการ
- กระบวนการขอรับรองแบ่งเป็น 5 ระยะ ตั้งแต่เตรียมความพร้อมจนถึงออกใบรับรอง ยื่นคำขอผ่านระบบ UAS Portal
- เอกสารแนวปฏิบัติหลักที่เกี่ยวข้องคือ CAAT-GM-UATO-001 (แนวทางขอรับรองศูนย์ฝึกอบรมและหลักสูตร) และ CAAT-GM-UATO-002 (รูปแบบคู่มือของศูนย์ฝึกอบรม)[1]
ที่มาและความสำคัญ
ปัจจุบันการใช้งานโดรนขยายตัวอย่างรวดเร็ว ทั้งในงานถ่ายภาพทางอากาศ งานสำรวจ งานตรวจสอบโครงสร้าง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งงานด้านการเกษตร ซึ่งหลายภารกิจจัดเป็นการปฏิบัติการบินที่มีความเสี่ยงในระดับปานกลาง (Specific Category) เช่น การบินด้วยอากาศยานน้ำหนักเกิน 25 กิโลกรัม หรือการบินที่แตกต่างไปจากเงื่อนไขมาตรฐานที่กฎหมายกำหนดไว้[2]
สำหรับการปฏิบัติการในลักษณะดังกล่าว ผู้บังคับหรือปล่อยอากาศยานจำเป็นต้องผ่านการฝึกอบรมกับบริษัทผู้ผลิต หรือหน่วยงาน หรือองค์กรที่ กพท. ให้การรับรอง เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ปฏิบัติงานมีความรู้ ความชำนาญ และทักษะเพียงพอที่จะทำการบินได้อย่างปลอดภัย การมีกรอบการรับรองศูนย์ฝึกอบรมที่ชัดเจนจึงเป็นรากฐานสำคัญของการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของทั้งอุตสาหกรรม นอกจากนี้ตั้งแต่ 17 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป ผู้บังคับโดรนทุกรายยังต้องผ่านหลักสูตรที่ กพท. รับรองภายใน 1 ปี ตามเกณฑ์ใหม่ที่ประกาศใช้เช่นกัน[3]
เอกสารแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง
กพท. ได้เผยแพร่เอกสารแนวปฏิบัติ (Guidance Material) ที่ใช้เป็นกรอบหลักในการรับรองศูนย์ฝึกอบรมและหลักสูตรของผู้บังคับหรือปล่อยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน จำนวน 2 ฉบับ ภายใต้รหัสเอกสาร CAAT-GM-UATO (Unmanned Aircraft Training Organization) ได้แก่[1]
แนวปฏิบัติการขอรับรองศูนย์ฝึกอบรมและหลักสูตรการฝึกอบรม
วางกรอบกระบวนการยื่นขอรับรอง ทั้งด้านศูนย์ฝึกอบรมและหลักสูตรฝึกอบรมผู้บังคับหรือปล่อยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบินไว้ในฉบับเดียวกัน
รูปแบบคู่มือของศูนย์ฝึกอบรมฯ
ตัวอย่างโครงร่างคู่มือ 4 ฉบับที่ศูนย์ฝึกอบรมต้องจัดทำ: คู่มือปฏิบัติการ คู่มือดำเนินการฝึกอบรม คู่มือระบบประกันคุณภาพและความปลอดภัย และคู่มือระบบควบคุมเอกสาร (ปรับปรุงครั้งที่ 00, 24 เมษายน 2568)
กพท. ระบุว่าเอกสารทั้งสองเป็น ข้อกำหนดขั้นต่ำ (Minimum Requirements) ที่ศูนย์ฝึกอบรมพึงปฏิบัติ และจะมีการทบทวนปรับปรุงเป็นระยะเพื่อให้เนื้อหาทันสมัยอยู่เสมอ
ฐานกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
แนวทางฉบับนี้จัดทำขึ้นโดยอ้างอิงข้อ 15 (5) และ (6) ของประกาศกระทรวงคมนาคม เรื่อง หลักเกณฑ์การขออนุญาตและเงื่อนไขในการบังคับหรือปล่อยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน ประเภทอากาศยานที่ควบคุมการบินจากภายนอกที่มีน้ำหนักเกิน 25 กิโลกรัม พ.ศ. 2567 ซึ่งกำหนดให้ผู้บังคับหรือปล่อยอากาศยานต้องผ่านการฝึกอบรมตามหลักสูตรที่ผู้อำนวยการ กพท. รับรอง[1] โดยประกาศฉบับนี้ออกภายใต้อำนาจตามมาตรา 24 แห่งพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. 2497 ซึ่งเป็นกฎหมายแม่บทด้านการบินของประเทศ
เส้นทางสู่การเป็นศูนย์ฝึกอบรม: 5 ระยะ
กพท. ชี้แจงว่ากระบวนการขอรับรองแบ่งออกเป็น 5 ระยะตามลำดับ โดยแต่ละระยะมีกรอบระยะเวลาพิจารณาที่กำหนดไว้ ช่วยให้ผู้ยื่นคำขอวางแผนการดำเนินงานได้ล่วงหน้า การยื่นคำขอทั้งหมดดำเนินการผ่านระบบออนไลน์ UAS Portal ของ กพท.
การเตรียมความพร้อมเบื้องต้น (Pre-Application)
หน่วยงานยื่นหนังสือแสดงเจตจำนงและแบบประเมินความพร้อม พร้อมเข้าร่วมประชุมทำความเข้าใจกับ กพท.
การยื่นคำขออย่างเป็นทางการ (Formal Application)
จัดเตรียมบุคลากรหลัก สถานที่ อุปกรณ์ คู่มือการดำเนินงาน และหลักสูตรฝึกอบรม แล้วยื่นคำขอต่อ กพท.
การตรวจสอบเอกสารหลักฐาน (Document Evaluation)
กพท. ทบทวนคำขอและคู่มือ เพื่อประเมินความสอดคล้องกับข้อกำหนด
การตรวจสอบการปฏิบัติการ (Demonstration and Inspection)
คณะตรวจสอบลงพื้นที่จริง สัมภาษณ์บุคลากร และสังเกตการณ์การดำเนินงานของศูนย์ฝึกอบรม
การออกใบรับรอง (Certification)
เมื่อผ่านการพิจารณาครบถ้วน กพท. จะอนุมัติหลักสูตรและคู่มือที่เกี่ยวข้อง พร้อมออกใบรับรองศูนย์ฝึกอบรม
สิ่งที่หน่วยงานต้องเตรียม
เอกสารแนวทางระบุว่า ก่อนเริ่มดำเนินการ หน่วยงานที่ต้องการจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมในหลายด้าน ดังนี้
- แต่งตั้ง ผู้จัดการศูนย์ฝึกอบรม (Accountable Manager) เป็นผู้รับผิดชอบหลักและประสานงานกับ กพท.
- จัดให้มีบุคลากรหลักด้านการฝึกอบรม การประกันคุณภาพ และการจัดการความปลอดภัย
- จัดเตรียมสถานที่และอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับการเรียนการสอนทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ
- พัฒนาหลักสูตร สื่อการสอน และเอกสารประกอบการฝึกอบรมให้สอดคล้องกับหลักสูตรที่ขอรับรอง
- จัดทำคู่มือ 4 ฉบับตามรูปแบบใน CAAT-GM-UATO-002 — คู่มือปฏิบัติการ คู่มือดำเนินการฝึกอบรม คู่มือระบบประกันคุณภาพและความปลอดภัย และคู่มือระบบควบคุมเอกสาร
หลักสูตรที่อยู่ในขอบเขตการรับรอง
แนวทางการจัดทำหลักสูตรครอบคลุมการฝึกอบรมหลายกลุ่ม ทั้งหลักสูตรสำหรับอากาศยานน้ำหนักไม่เกิน 25 กิโลกรัม หลักสูตรสำหรับอากาศยานน้ำหนักเกิน 25 กิโลกรัม หลักสูตรเพื่อวัตถุประสงค์ด้านการเกษตร ตลอดจนหลักสูตรฝึกอบรมทบทวน (Recurrent) สำหรับผู้ที่ผ่านการรับรองแล้ว โดยจำแนกตามประเภทของอากาศยานออกเป็น 4 กลุ่ม ซึ่งทุกหลักสูตรประกอบด้วยภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติที่ออกแบบให้สอดคล้องกับระดับความเสี่ยงของการปฏิบัติการบินในแต่ละประเภท
เมื่อผู้เข้ารับการฝึกอบรมผ่านการประเมินตามเกณฑ์ ศูนย์ฝึกอบรมจะเป็นผู้ออกประกาศนียบัตรรับรองว่าเป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์เพียงพอสำหรับการปฏิบัติการบินในประเภทที่ได้รับการฝึก
ผลกระทบต่อผู้ใช้โดรน
สำหรับผู้บังคับโดรนที่ปฏิบัติการในกลุ่มความเสี่ยงปานกลาง (Specific Category) — เช่น การบินด้วยอากาศยานน้ำหนักเกิน 25 กิโลกรัม หรือการบินเพื่อการเกษตร — กรอบการรับรองศูนย์ฝึกอบรมฉบับนี้มีผลโดยตรงต่อแผนการอบรมและการต่ออายุใบอนุญาต โดยเฉพาะเมื่อเกณฑ์ใหม่กำหนดให้ผู้บังคับโดรนทุกรายต้องผ่านหลักสูตรที่ กพท. รับรองภายใน 1년 นับจาก 17 พฤษภาคม 2569[3]
- ต้องเลือกอบรมกับศูนย์ที่ผ่านการรับรองเท่านั้น — ใบรับรองจากศูนย์ที่ยังไม่ผ่านกระบวนการตาม CAAT-GM-UATO-001/002 อาจไม่ถูกนับตามเกณฑ์ใหม่
- ควรวางแผนอบรมล่วงหน้า เนื่องจากในช่วงเปลี่ยนผ่านจำนวนศูนย์ฝึกอบรมที่ผ่านการรับรองอาจยังมีจำกัด และมีความเสี่ยงที่คิวอบรมจะแน่นใกล้เส้นตาย 1 ปี
- ผู้ที่ผ่านการอบรมแล้วไม่ตกไป — แต่ยังต้องติดตามหลักสูตรฝึกอบรมทบทวน (Recurrent) ตามรอบที่ศูนย์ฝึกอบรมกำหนด เพื่อคงสถานะใบรับรอง
- มาตรฐานการฝึกอบรมเป็นเนื้อเดียวกันทั่วประเทศมากขึ้น ลดความเสี่ยงเรื่องคุณภาพหลักสูตรที่แตกต่างกันไปในแต่ละผู้ให้บริการ
ในภาพรวม แม้ผู้ใช้โดรนอาจมีภาระเรื่องเวลาและค่าใช้จ่ายในการอบรมเพิ่มขึ้นในระยะสั้น แต่กรอบการรับรองที่ชัดเจนช่วยยกระดับความน่าเชื่อถือของใบรับรองในระยะยาว และลดความเสี่ยงที่จะถูกปฏิเสธเมื่อยื่นขออนุญาตบินผ่านระบบ UAS Portal
▪ ความสำคัญต่อสมาชิกสมาคมฯ
กรอบแนวทางฉบับนี้ช่วยให้ผู้ประกอบการและหน่วยงานที่สนใจจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมนักบินโดรนมองเห็นภาพขั้นตอนและสิ่งที่ต้องเตรียมได้ชัดเจนขึ้น ทั้งด้านบุคลากร สถานที่ และหลักสูตร ก่อนเข้าสู่กระบวนการยื่นขอรับรองกับ กพท. อีกทั้งยังเป็นสัญญาณเชิงบวกที่แสดงให้เห็นว่าภาครัฐกำลังวางระบบรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมอย่างเป็นรูปธรรม
สมาคมฯ ขอขอบคุณ กพท. ที่ให้โอกาสเข้าร่วมประชุมและรับฟังข้อมูลในครั้งนี้ และจะติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งเตรียมจัดกิจกรรมให้ข้อมูลและคำแนะนำเพิ่มเติมแก่สมาชิกในโอกาสต่อไป สมาชิกที่สนใจสามารถศึกษาเอกสารแนวปฏิบัติทั้งสองฉบับได้จากเว็บไซต์ของ กพท. หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมมายังสมาคมฯ ผ่านช่องทางติดต่อของสมาคม
