태국 드론 협회

สมัครสมาชิก☰

2025년 08월 02일

소식, News Highlight Home

힘을 모아 강한 최전선을 향해

สมาคมอากาศยานไร้คนขับประเทศไทย (Drone Association Thailand: DAT) มีเจตนารมณ์ในการสนับสนุนความพร้อมของกำลังพลและหน่วยงานที่ปฏิบัติหน้าที่บริเวณชายแดน โดยมุ่งเน้นเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ ระบบต่อต้านและตรวจจับโดรน (Anti-Drone System) และการสนับสนุนการผลิตโดรนเชิงกลยุทธ์ที่จำเป็นต่อภารกิจภาคสนาม 📣 ระยะเวลาดำเนินโครงการ 20 สิงหาคม 2568 – 19 สิงหาคม 2569 (ตลอด 24 ชั่วโมง) 🎯 วัตถุประสงค์ของโครงการ เสริมสร้างความพร้อมบุคคลกรในสมาคมฯ ระดมทุนเพื่อเสริมสร้างความพัฒนาและวิจัยระบบไร้คนขับทั้งทางบก อากาศ น้ำ และอวกาศ พัฒนาระบบ Anti-Drone System : ร่วมสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีที่ใช้ในการตรวจจับและทำลายโดรนกับผู้ผลิตภาคเอกชน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการป้องกัน การโจมตีทางอากาศ สนับสนุนการผลิตโดรนเชิงกลยุทธ์: ร่วมกับผู้ผลิตภาคเอกชนโดรนในประเทศ เพื่อสร้างระบบที่มีประสิทธิภาพในการใช้งานในภารกิจ

힘을 모아 강한 최전선을 향해 게시물 읽기"

소식, News Highlight Home

상황 요약: “대형 드론 루머” 및 태국‑캄보디아 국경 보안 조치

ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ข่าวลือเกี่ยวกับ “โดรนขนาดใหญ่ที่เข้าข่ายการสอดแนม” กลายเป็นกระแสในโลกออนไลน์ สร้างทั้งความตื่นตระหนกและความกังวลในสังคมไทย โดยเฉพาะกับพื้นที่ชายแดนซึ่งเป็นจุดอ่อนไหวด้านความมั่นคง อย่างไรก็ตาม สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ออกมายืนยันชัดเจนแล้วว่า ข่าวเรื่องโดรนสายลับขนาดใหญ่ที่มีการตั้งรางวัลนำจับ 100,000 บาทต่อผู้แจ้งเบาะแสนั้น “ไม่เป็นความจริง” และขอให้ประชาชนใช้วิจารณญาณ ตรวจสอบแหล่งข่าวอย่างรอบคอบ เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนในสังคม แม้ข่าวลือจะเป็นเท็จ แต่ข้อเท็จจริงคือ มี “การใช้โดรนตรวจการณ์” ในหลายพื้นที่จริง เช่น ช่องอานม้า อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี พื้นที่ภูภูมะเขือ สัตตโสมปราสาท อำเภอกันฑลลักษณ์ จังหวัดศรีสะเกษ รวมถึงช่องจอมและช่องสายตา แม้จะยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นโดรนของฝ่ายใด แต่ภาพจากกล้องวงจรปิดและรายงานของชาวบ้านก็สะท้อนถึงความไม่สบายใจต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ท่ามกลางความกังวลดังกล่าว สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยได้ออก “ประกาศห้ามบินโดรนทั่วประเทศ” เป็นกรณีพิเศษในช่วง 30 กรกฎาคม ถึง 15 สิงหาคมนี้

상황 요약: “대형 드론 루머” 및 태국‑캄보디아 국경 보안 조치 게시물 읽기"

소식, News Highlight Home

부리람 주, 의심 드론에 긴장 — 현대 공중 위협 차단 시스템의 시험대

กรณีจังหวัดบุรีรัมย์พบโดรนต้องสงสัยบินเหนือท้องฟ้าใกล้ชายแดนกัมพูชาหลายครั้ง ได้รับความสนใจจากทั้งภาครัฐและชุมชนในพื้นที่ ล่าสุดผู้เชี่ยวชาญด้านอากาศยานไร้คนขับของไทยอย่าง “จรรยวรรธน์ ชาติอนุลักษณ์” นายกสมาคมอากาศยานไร้คนขับประเทศไทย ได้ให้สัมภาษณ์และวิเคราะห์เจาะลึกถึงลักษณะและภัยของโดรนในพื้นที่นี้ ผู้เชี่ยวชาญอธิบายว่า โดรนที่พบบ่อยในพื้นที่ชายแดนเป็น “โดรนพลเรือนทั่วไป” ที่มีขีดความสามารถสูง ทั้งในเรื่อง “การขึ้นบินที่ระดับความสูง 300-500 เมตร” และ “ระยะทำการไกลสุดประมาณ 10 กิโลเมตร” แม้จะเป็นเพียงโดรนเพื่อการถ่ายภาพและสอดแนม แต่กลับสามารถเก็บข้อมูลพิกัดได้แบบเรียลไทม์ ทำให้เมื่อสถานการณ์รุนแรงหรือเกิดความขัดแย้ง ยุทธวิธีที่นำข้อมูลเหล่านี้ไปใช้เพื่อชี้เป้าหมายโจมตีย่อมเป็นภัยที่ต้องเฝ้าระวังอย่างยิ่ง ในด้านการป้องกันและตอบโต้ ผู้เชี่ยวชาญเน้นย้ำถึง “เทคโนโลยีระบบสกัดโดรน” ของไทยที่เริ่มมีการนำไปใช้จริงในพื้นที่สำคัญ เช่น ระบบที่ทำงานร่วมกันของเครื่องรบกวนสัญญาณ (Jammer) ด้วยการส่งสัญญาณรบกวนเชื่อมต่อระหว่างโดรนกับผู้ควบคุม ทำให้โดรนเสียการควบคุมหรือกลับจุดเริ่มต้น กับระบบเครื่องตรวจจับพิเศษ (Detector) ที่ใช้วิเคราะห์ชนิด ระบุเส้นทางบิน และแจ้งเตือนเมื่อพบโดรนต้องสงสัยในพื้นที่ การผสานเทคโนโลยีทั้งสองนี้ช่วยให้ไทยสามารถสกัดโดรนข้าศึกหรือโดรนสายลับได้ทันทีแม้อยู่ในสถานการณ์ไม่แน่นอน ผู้เชี่ยวชาญยังเสนอว่า ภาครัฐควรสร้างระบบแจ้งเตือนและสร้างแพลตฟอร์มให้ประชาชนรายงานข้อมูลโดรนต้องสงสัย

부리람 주, 의심 드론에 긴장 — 현대 공중 위협 차단 시스템의 시험대 게시물 읽기"

소식, News Highlight Home

야간 드론 위협에 직면하다 — 국경 긴장과 태국의 미래를 위한 교훈

เหตุการณ์โดรนบินวนยามค่ำคืนเหนือท้องฟ้าประโคนชัย บ้านกรวด และพื้นที่ 4 อำเภอในสุรินทร์ กลายเป็นเหตุการณ์สำคัญที่สร้างความวิตกกังวลและความไม่มั่นใจให้กับชาวบ้านในพื้นที่อย่างชัดเจน หลายครอบครัวต่างกังวลและระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเมื่อมีเสียงปืนใหญ่จากฝ่ายทหารดังขึ้น เพื่อหวังสกัดกั้นการบินของโดรนปริศนาเหล่านี้ แม้จะยังไม่มีรายงานที่ชัดเจนว่าโดรนถูกยิงตกหรือไม่ แต่เหตุการณ์นี้ก็สะท้อนให้เห็นถึงบรรยากาศความตึงเครียดและความตื่นตัวที่ปกคลุมตามแนวชายแดน สิ่งที่น่าสนใจจากกรณีนี้ คือเสียงสะท้อนและวิเคราะห์จากผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ โดยเฉพาะนายกสมาคมอากาศยานไร้คนขับประเทศไทย ซึ่งได้ให้ความเห็นว่าโดรนที่พบเห็นในพื้นที่ชายแดนอาจเป็นโดรนเกรดสูงที่ซื้อขายจากจีน มีคุณสมบัติด้านระยะบินไกลถึง 20-50 กิโลเมตรหากใช้ร่วมกับรีโมทควบคุม อีกทั้งอาจถูกโปรแกรมให้บินอัตโนมัติเพื่อเก็บภาพและระบุพิกัดฐานทัพ จุดยุทโธปกรณ์ หรือบังเกอร์ต่าง ๆ ของฝั่งไทย ความล้ำหน้าทางเทคโนโลยีเช่นนี้เน้นย้ำความจำเป็นที่ประเทศไทยจะต้องมีระบบตรวจจับ การเตรียมสต็อกอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง และการวางยุทธศาสตร์การเฝ้าระวังใหม่ๆ รองรับอนาคตที่ภัยจากโดรนจะทวีความซับซ้อนยิ่งขึ้น ผู้เชี่ยวชาญเตือนด้วยว่า เหตุการณ์ความไม่สงบเกี่ยวกับการบินของโดรนบนท้องฟ้าชายแดน ไม่ใช่ครั้งแรกและคงไม่ใช่ครั้งสุดท้าย ยุทธศาสตร์รับมือที่เพียงพอและมีประสิทธิภาพควรเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งฝั่งภาครัฐและภาคประชาชน ชาวบ้านควรช่วยกันเป็นหูเป็นตา แจ้งเจ้าหน้าที่หากพบสิ่งผิดปกติหรือบุคคลน่าสงสัยในพื้นที่ เพื่อเสริมความปลอดภัยในชุมชน ขณะที่ภาครัฐต้องเข้มงวดเรื่องการพัฒนาเทคโนโลยีตรวจจับและป้องกัน การฝึกอบรมกำลังคน และการสื่อสารข้อมูลสารสนเทศให้ประชาชนตระหนักภัยคุกคามได้ทันเหตุการณ์ การเก็บกู้วัตถุระเบิดที่ตกค้างและการส่งทหารกัมพูชาผู้บุกรุกกลับประเทศ สะท้อนความร่วมมือของหลายฝ่ายในการรักษาความปลอดภัยและควบคุมสถานการณ์ แม้จะอยู่ท่ามกลางความไม่แน่นอนและความตึงเครียดทางการเมือง

야간 드론 위협에 직면하다 — 국경 긴장과 태국의 미래를 위한 교훈 게시물 읽기"

소식, News Highlight Home

태국-캄보디아 국경 상황에 대한 드론 기술 전문가의 의견 – 새로운 위협에 대한 도전과 대응 방안

สถานการณ์โดรนที่บินเข้าพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเฉพาะในอุบลราชธานีและบุรีรัมย์ ได้สร้างความห่วงกังวลต่อความมั่นคงอย่างมาก เพราะถือเป็นสัญญาณของความท้าทายใหม่ด้านภัยคุกคามจากเทคโนโลยีสมัยใหม่ ในช่วงท้ายของรายงาน ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับได้ให้ความเห็นเชิงลึกว่า โดรนที่พบในพื้นที่ส่วนใหญ่น่าจะเป็นโดรนลาดตระเวนที่ใช้เพื่อการสอดแนมและเก็บข้อมูลจุดยุทธศาสตร์หรือความเคลื่อนไหวในฝั่งไทย ยังไม่ใช่โดรนกามิกาเซ่หรือโดรนโจมตีโดยตรง แม้จะยังไม่เห็นเหตุการณ์โจมตีจริง แต่นั่นมิใช่สัญญาณบ่งบอกว่าปลอดภัย เพราะโดรนลาดตระเวนมีศักยภาพสูงในการส่งข้อมูลให้ฝ่ายตรงข้ามสามารถชี้เป้าหมายและดำเนินการโจมตีแบบแม่นยำในอนาคตได้ ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าการปล่อยให้โดรนสอดแนมปฏิบัติการในพื้นที่ชายแดนจะเป็นภัยเงียบที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายรุนแรงในระยะยาว ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ประเทศไทยจะต้องยกระดับมาตรการป้องกัน ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาเทคโนโลยี “แอนตี้โดรน” หรือระบบต่อต้านโดรนภายในประเทศเอง แทนการนำเข้าเทคโนโลยีเชิงพาณิชย์หรือจากต่างประเทศ เพราะอุปกรณ์ตรวจจับและควบคุมที่รับมาจากผู้ผลิตใหญ่มีความเสี่ยงสูงต่อการถูกเจาะระบบ ถูกเปิดเผยรหัสให้ฝ่ายตรงข้าม และอาจทำให้ศัตรูสามารถระบุตำแหน่งผู้ควบคุมโดรนฝั่งไทยได้โดยง่าย ผู้เชี่ยวชาญจึงเน้นย้ำว่าการสร้างนวัตกรรม “ผลิตเองใช้เอง” จะลดความเสี่ยงด้านความมั่นคง และช่วยให้สามารถรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ ยังมีการกล่าวถึงภัยคุกคามในอนาคตที่น่ากลัวอย่าง “โดรนกามิกาเซ่” หรือโดรนพลีชีพ แม้ประเทศไทยจะยังไม่พบการใช้งานโดยตรง แต่ต้องจับตาใกล้ชิด เพราะในเวทีโลกโดยเฉพาะอย่างยิ่งในสงครามยูเครน-รัสเซีย โดรนประเภทนี้ถูกพัฒนาให้มีความเร็ว ความแม่นยำ สามารถติดอาวุธและโจมตีเป้าหมายยุทธศาสตร์ได้อย่างรุนแรง เหนืออื่นใดผู้เชี่ยวชาญจึงชี้ว่า ทางรอดของไทยในยุค “สงครามเทคโนโลยี” คือการเร่งสร้างระบบตรวจจับและสกัดโดรนของตัวเองให้ทันสมัย ปิดช่องว่างที่อาจถูกเจาะข้อมูล ลดการพึ่งพาต่างประเทศ และพัฒนากำลังพล

태국-캄보디아 국경 상황에 대한 드론 기술 전문가의 의견 – 새로운 위협에 대한 도전과 대응 방안 게시물 읽기"

소식, News Highlight Home

태국-캄보디아 국경 상황 분석: 위기 전에 울린 ‘드론 전문가’의 경고

สถานการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเฉพาะในจังหวัดบุรีรัมย์และสุรินทร์ ได้ทวีความตึงเครียดขึ้นอีกขั้น เมื่อมีรายงานว่าพบการบินของโดรนจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง เหตุการณ์นี้ทำให้ “ผู้เชี่ยวชาญโดรน” ต้องออกโรงให้ความเห็นและแนะนำแนวทางป้องกันที่เร่งด่วน โดรนสอดแนม: ความกังวลใหม่ของประชาชนชายแดน ในพื้นที่สถานการณ์จริง ชาวบ้านต่างรู้สึกหวาดหวั่นกับเสียงและเงาดำที่ปรากฏเหนือหัวตอนกลางคืน รายการข่าวระบุว่า “โดรน” ที่บินเข้ามาอาจไม่ได้มาเพียงชมวิวหรือถ่ายภาพธรรมชาติ แต่จุดประสงค์แท้จริงคือ “การสอดแนม” การเก็บพิกัดจุดยุทธศาสตร์ ไปจนถึงการเตรียมการโจมตีเป้าหมายสำคัญ “ผู้เชี่ยวชาญโดรน” วิเคราะห์ว่า โดรนที่พบมีความสามารถสูงในการบันทึกข้อมูล แม่นยำ แต่ที่น่ากังวลกว่านั้นคือการนำพิกัดเหล่านี้ไปล็อกเป้าหมาย เพื่อเตรียมโจมตีอย่างเป็นระบบ วิเคราะห์จากผู้เชี่ยวชาญโดรน: เบื้องหลังเทคโนโลยีและความเสี่ยง หนึ่งในประเด็นสำคัญที่รายการข่าวนำเสนอผ่านการอ้างอิง “ผู้เชี่ยวชาญโดรน” คือเรื่องของประสิทธิภาพและขีดความสามารถของโดรนสมัยใหม่ เช่น รุ่น DJI Magic Air ที่สามารถบินได้ไกลและควบคุมจากระยะทางไกลข้ามประเทศได้ ทำให้การสืบหาแหล่งบังคับและระงับเหตุเป็นภารกิจที่ท้าทายยิ่งขึ้นสำหรับฝ่ายไทย https://www.youtube.com/watch?v=klr8tmS5bwg ผู้เชี่ยวชาญโดรนยังเตือนถึง “ฟีเจอร์ล็อกเป้าหมาย” ของโดรน

태국-캄보디아 국경 상황 분석: 위기 전에 울린 ‘드론 전문가’의 경고 게시물 읽기"

소식, News Highlight Home

태국-캄보디아 국경 드론 상황 분석: ‘드론 전문가’ 인터뷰를 통한 심층 시각

สถานการณ์การพบเห็นโดรนจำนวนมากบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเฉพาะแถบจังหวัดอุบลราชธานีและบุรีรัมย์ ไม่ได้เป็นเพียงเหตุการณ์ข่าวลือ แต่มีการเปิดเผยข้อเท็จจริงและการวิเคราะห์อย่างเข้มข้นจาก “ผู้เชี่ยวชาญโดรน” ที่ได้รับเชิญให้สัมภาษณ์ในรายงานข่าวหลักชุดนี้ เสียงสะท้อนจากผู้เชี่ยวชาญดังกล่าว ชี้ให้เห็นทั้งแง่มุมทางเทคนิค กลไกการตรวจจับไปจนถึงยุทธศาสตร์การสอดแนมและใช้โดรนเป็นอาวุธ ลักษณะพิเศษของโดรน: ผู้เชี่ยวชาญ “เจาะ” รายละเอียดภาคสนาม ผู้เชี่ยวชาญโดรนที่ได้รับการสัมภาษณ์ ยืนยันว่าโดรนที่ถูกตรวจพบมีลักษณะโดดเด่น เช่น การบินระดับต่ำในเวลากลางคืน มีแสงไฟกระพริบและเปลี่ยนทิศทางอย่างรวดเร็ว ลักษณะดังกล่าวเหมาะกับการลักลอบสอดแนมไปจนถึงดำเนินภารกิจพิเศษ ผู้เชี่ยวชาญฯ ให้ข้อมูลว่าการใช้โดรนประเภทนี้กำลังเป็นที่นิยมในปฏิบัติการชายแดน เนื่องจากตรวจจับยากและสามารถปรับเปลี่ยนโหมดการใช้งานได้อย่างรวดเร็ว การเชื่อมโยงและวิเคราะห์ต้นทาง ผลการสัมภาษณ์เผยว่า เส้นทางการบินและทิศทางของโดรนหลายลำ สันนิษฐานได้ว่าอาจถูกส่งข้ามฝั่งมาจากกัมพูชา โดยเฉพาะจุดยุทธศาสตร์อย่าง “ช่องอานม้า” ซึ่งคราใดที่มีความขัดแย้งหรือช่วงเปลี่ยนผ่านของสถานการณ์ทางการเมือง การใช้โดรนจะเพิ่มความถี่ขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ผู้เชี่ยวชาญโดรนวิเคราะห์เสริมว่า จุดประสงค์หลักอาจมุ่งเน้น “การสอดแนม” หน่วยงานทหารไทยและสิ่งปลูกสร้างสำคัญ เนื้อหาเต็มของการสัมภาษณ์ โดยสามารถรับชมได้ที่ https://youtu.be/2aqStzIgSio ความเสี่ยงด้านความมั่นคง: มุมมองเชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญโดรน ในประเด็นความเสี่ยง

태국-캄보디아 국경 드론 상황 분석: ‘드론 전문가’ 인터뷰를 통한 심층 시각 게시물 읽기"

소식, News Highlight Home

국경 지역 드론 대응 준비: 태국 여러 지역에서 미확인 드론 출현, 안보 우려 증대

เมื่อเวลาผ่านไปในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ประเทศไทยได้เผชิญหน้ากับเหตุการณ์ที่น่าจับตามองและสร้างความกังวลอย่างมากในวงการความมั่นคง คือการปรากฏตัวของโดรนลึกลับจำนวน 2 ลำ ที่บินวนเวียนเหนือจังหวัดสุรินทร์และพื้นที่ใกล้เคียง เหตุการณ์นี้ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงความเปลี่ยนแปลงของภัยคุกคามในศตวรรษที่ 21 แต่ยังเป็นการเปิดเผยช่องโหว่และข้อจำกัดของระบบป้องกันประเทศในปัจจุบัน การที่ประชาชนในพื้นที่ต้องมาเป็นผู้แจ้งเหตุและรายงานสิ่งที่เห็นแสดงให้เห็นถึงสภาพความพร้อมของระบบการเฝ้าระวังที่อาจยังไม่เพียงพอต่อการรับมือกับเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในโลกของการรบสมัยใหม่ ความกังวลของชาวบ้านที่เห็นเงาดำบินผ่านไปมาเหนือหลังคาบ้านของตนเองไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย แต่เป็นปฏิกิริยาธรรมชาติของผู้ที่ต้องเผชิญหน้ากับสิ่งที่ไม่คุ้นเคยและอาจเป็นอันตราย การวิเคราะห์เหตุการณ์อย่างละเอียด เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในจังหวัดสุรินทร์และพื้นที่โดยรอบไม่ใช่เรื่องบังเอิญ การเลือกพื้นที่นี้อาจมีเหตุผลเชิงยุทธศาสตร์หลายประการ ทั้งความใกล้ชิดกับพรมแดนระหว่างไทย-กัมพูชา ลักษณะภูมิประเทศที่เอื้อต่อการดำเนินการแบบลับๆ และความหนาแน่นของระบบการเฝ้าระวังที่อาจไม่เท่าทัน การที่ชาวบ้านได้ยินเสียงปืนในระหว่างที่โดรนปรากฏตัวเป็นข้อมูลที่น่าสนใจและน่ากังวลในเวลาเดียวกัน เสียงปืนดังกล่าวอาจเป็นสัญญาณว่าเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้พยายามดำเนินการตอบโต้แล้ว แต่ยังไม่ชัดเจนว่าการตอบโต้นั้นประสบผลสำเร็จหรือไม่ การที่โดรนยังคงปรากฏตัวและหายไปได้อย่างลึกลับแสดงให้เห็นถึงความท้าทายในการรับมือกับเทคโนโลยีประเภทนี้ ความกังวลของประชาชนเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ของโดรนเหล่านี้เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลอย่างยิ่ง ในยุคที่โดรนสามารถติดตั้งอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้ตั้งแต่กล้องถ่ายรูปความละเอียดสูงสำหรับการสอดแนม ไปจนถึงวัตถุระเบิดขนาดเล็กสำหรับการโจมตี ความไม่แน่นอนเรื่องจุดประสงค์ทำให้ทุกคนต้องตื่นตัวและเฝ้าระวัง ขีดความสามารถทางเทคนิคที่น่าตกใจ สิ่งที่น่าสนใจและน่ากังวลไปพร้อม ๆ กันคือขีดความสามารถทางเทคนิคของโดรนที่ถูกพบเห็น ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีโดรนได้ให้ข้อมูลที่สะเทือนใจว่า โดรนที่มีคุณภาพสูง โดยเฉพาะที่ใช้เทคโนโลยีจากบริษัท DJI ซึ่งเป็นผู้ผลิตชั้นนำของโลก สามารถดำเนินการได้ไกลกว่าที่คนทั่วไปเข้าใจ

국경 지역 드론 대응 준비: 태국 여러 지역에서 미확인 드론 출현, 안보 우려 증대 게시물 읽기"

소식, News Highlight Home

드론 전문가 인터뷰 모음: 태국-캄보디아 국경 위기

ชายแดนไทย-กัมพูชาไม่ได้เป็นเพียงเส้นแบ่งพรมแดนธรรมดา แต่ยังเป็นสมรภูมิที่สะท้อนความเคลื่อนไหวทางเทคโนโลยีและยุทธศาสตร์ในศตวรรษที่ 21 โดยเฉพาะการใช้โดรนในการสอดแนม วิเคราะห์ และโจมตีหน้านี้ได้รวบรวมบทความวิเคราะห์สถานการณ์สงครามและความตึงเครียดบนแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ถ่ายทอดผ่านสายตาและคำแนะนำจาก “ผู้เชี่ยวชาญโดรน” ซึ่งมีประสบการณ์และข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ สถานการณ์ล่าสุดและมาตรการควบคุม สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยประกาศ “ห้ามบินโดรน” ในพื้นที่เสี่ยงรอบชายแดน ตั้งแต่วันที่ 30 กรกฎาคม ถึง 15 สิงหาคม 2568 โดยกำหนดรัศมีห้ามบิน 9 กม. รอบสนามบินหรือจุดขึ้นลงอากาศยานชั่วคราว ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกสูงสุด 1 ปี หรือปรับสูงสุด 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ขณะที่ในอุบลราชธานีรายงานการพบโดรนบินต่ำ 3 ลำใกล้กองบิน 21 สร้างความตกใจในหมู่ชาวบ้าน แม้ทหารจะระบุว่าไม่มีการปะทะเกิดขึ้น ส่วนที่บุรีรัมย์ก็มีรายงานวัตถุต้องสงสัยลักษณะคล้ายโดรนเหนือฟ้าใกล้ชายแดน ซึ่งประชาชนรีบแจ้งเหตุให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบทันที มุมมองผู้เชี่ยวชาญ

드론 전문가 인터뷰 모음: 태국-캄보디아 국경 위기 게시물 읽기"

위로 스크롤