Drone Association Thailand

Join☰

News Highlight Home

รวบรวมข่าวสารในทุกๆหมวดหมู่มาแสดงไว้ที่หน้า Home

News, News Highlight Home

Drone experts analyze the mysterious drone near the Thailand-Cambodia border, impacting security.

ผู้เชี่ยวชาญโดรนวิเคราะห์กรณี “โดรนปริศนา” บินเหนือชายแดนไทย-กัมพูชา: ประเด็นร้อนด้านความมั่นคงที่ไม่อาจมองข้าม สถานการณ์ความมั่นคงตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา กลายเป็นประเด็นร้อนที่คนทั้งประเทศจับตามอง หลังเกิดเหตุการณ์โดรนปริศนาบินเข้าใกล้เขตฐานทัพและชุมชนบริเวณจังหวัดอุบลราชธานีและศรีสะเกษในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม 2568 ซึ่งสร้างความกังวลให้กับหน่วยงานความมั่นคงและชาวบ้านในพื้นที่อย่างมาก หนึ่งในเสียงสะท้อนที่สำคัญที่สุดในเหตุการณ์นี้มาจากผู้เชี่ยวชาญโดรนซึ่งได้รับการเชิญจากสื่อเพื่อร่วมวิเคราะห์ภาพจากกล้องวงจรปิด และวัตถุปริศนาที่หลายฝ่ายเชื่อว่าอาจเป็นโดรนของต่างประเทศ โดยผู้เชี่ยวชาญโดรนรายนี้คือ นายจรรยวรรธน์ ชาติอนุลักษณ์ นายกสมาคมอากาศยานไร้คนขับแห่งประเทศไทย ผู้ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับลักษณะและพฤติกรรมของโดรนในระดับมืออาชีพ โดรนปริศนา กับความเสี่ยงต่อความมั่นคง เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อมีรายงานจากชาวบ้านบริเวณช่องอานม้า จังหวัดอุบลราชธานี ว่าพบแสงไฟประหลาดในเวลากลางคืน ซึ่งลอยอยู่เหนือทุ่งนาในระดับต่ำ บางครั้งมีมากถึง 3 ลำ และมีลักษณะบินวนเวียนในพื้นที่ ก่อนจะเร่งความสูงและหายไปเมื่อมีการยิงตอบโต้จากเจ้าหน้าที่และชาวบ้าน หลังการสอบสวนเบื้องต้นและเผยแพร่ภาพจากกล้องวงจรปิด สื่อได้ติดต่อผู้เชี่ยวชาญโดรนเพื่อให้วิเคราะห์ความเป็นไปได้ของวัตถุปริศนา ซึ่ง ผู้เชี่ยวชาญโดรน นายจรรยวรรธน์ ชาติอนุลักษณ์ ได้ระบุว่าภาพแสงไฟในคลิปที่ได้จากกล้องวงจรปิดนั้น “มีความเป็นไปได้สูงที่จะเป็นโดรน” โดยพิจารณาจากลักษณะการลอยนิ่ง ความสามารถในการเปิด-ปิดไฟ และระดับความสูงที่ต่ำมากเมื่อเทียบกับการบินปกติของอากาศยานทั่วไป ประเด็นด้านเทคนิค: โดรนหรือแสงสะท้อน?

Drone experts analyze the mysterious drone near the Thailand-Cambodia border, impacting security. Read Post »

News, News Highlight Home

Drone expert warns! Don't handle a drone with bare hands if you find one, to preserve crucial evidence.

ในช่วงที่ผ่านมา ปัญหาการพบเห็น “โดรนปริศนา” บินป่วนในหลายจุดทั่วประเทศเป็นประเด็นร้อนที่สังคมกำลังให้ความสนใจอย่างมาก ไม่เพียงแต่เรื่องความมั่นคงและความปลอดภัย แต่ยังพบว่าโดรนบางกรณีถูกนำมาใช้กระทำผิด ก่อเหตุ หรือสอดแนม จนเป็นที่น่าเป็นห่วงต่อสังคมในวงกว้าง ในสถานการณ์นี้เอง “ผู้เชี่ยวชาญโดรน” อย่าง นายจรรยวรรธน์ ชาติอนุลักษณ์ นายกสมาคมอากาศยานไร้คนขับประเทศไทย ได้ออกมาเน้นย้ำผ่านสื่อและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า หากประชาชนหรือเจ้าหน้าที่พบโดรนต้องสงสัย อย่าจับหรือสัมผัสโดรนด้วยมือเปล่าโดยเด็ดขาด เพราะการสัมผัสดังกล่าวจะเสี่ยงทำให้ลายนิ้วมือหรือ DNA ที่อาจเป็นหลักฐานสำคัญของเจ้าของโดรนเดิมปนเปื้อนหรือหายไป ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อกระบวนการพิสูจน์หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ และทำให้การสืบสวนสอบสวนไปถึงตัวเจ้าของโดรนเป็นไปอย่างยากลำบากยิ่งขึ้น คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญโดรน : รักษาหลักฐาน เพื่องานสืบสวนที่มีประสิทธิภาพ นายจรรยวรรธน์ ชาติอนุลักษณ์ ระบุว่า โดรนที่ถูกจับยึดได้จากเหตุการณ์ต่างๆ มักจัดเป็นหลักฐานสำคัญที่จะนำไปสู่การระบุและไล่ติดตามตัวผู้ที่อยู่เบื้องหลังได้ หากเจ้าหน้าที่หรือประชาชนหยิบโดรนด้วยมือเปล่าโดยไม่สวมใส่อุปกรณ์ป้องกันใดๆ ก็มีโอกาสสูงที่ร่องรอยหลักฐานจะเสียหายหรือสูญหายไป นั่นหมายถึงโอกาสในการพิสูจน์หาตัวผู้กระทำผิดอาจลดน้อยลง การดำเนินคดีจึงอาจซับซ้อนมากขึ้น ผู้เชี่ยวชาญโดรนเน้นย้ำว่า หากพบโดรนต้องสงสัย ควรสวมถุงมือหรือใช้อุปกรณ์หยิบจับโดยเฉพาะ หรือหากไม่มีอุปกรณ์เหล่านี้

Drone expert warns! Don't handle a drone with bare hands if you find one, to preserve crucial evidence. Read Post »

News, News Highlight Home

Experts say distinguishing between "civilian drones" and "military drones" is more challenging than expected.

ปัจจุบันการใช้โดรนในภารกิจต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นงานพลเรือนหรือการทหาร กลายเป็นเรื่องปกติในหลายประเทศ ซึ่งเมื่อเกิดเหตุการณ์ใดๆ ที่เกี่ยวกับโดรน หน่วยงานความมั่นคงและประชาชนต่างก็เผชิญโจทย์สำคัญ คือ จะแยกแยะโดรนพลเรือนกับโดรนทหารได้อย่างไร? เสียงจากผู้เชี่ยวชาญยืนยัน “แยกยาก” อาจารย์จรรยวัฒน ชาติอนุลักษ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านโดรน ให้สัมภาษณ์ว่า เส้นแบ่งระหว่างโดรนสองประเภทนี้ “บางมาก” – ปัจจุบัน โดรนที่ใช้ในงานทหารไม่ได้จำกัดอยู่ที่โดรนขนาดใหญ่หรือรูปร่างเฉพาะอีกต่อไป โดรนขนาดเล็กที่ออกแบบมาเพื่อใช้ทั่วไปก็สามารถนำไปปรับแต่งใช้งานเพื่อภารกิจทหาร เช่น สอดแนมหรือทิ้งอาวุธได้ ขึ้นอยู่กับ “ภารกิจและการปรับแต่ง” ที่ทำกับตัวโดรน “ในอดีตโดรนทหารอาจมีขนาดปีกใหญ่ ลำตัวใหญ่ชัดเจน แต่ตอนนี้โดรนลำเล็กๆ ก็ถูกใช้ในภารกิจทหารได้เหมือนกัน…ถ้าจะมองให้ขาดว่าคือโดรนประเภทไหน ต้องดูว่ามันถูกใช้ทำอะไร และมีอุปกรณ์เสริมอะไรบ้าง” อ.จรรยวัฒน ชาติอนุรักษ์ สิ่งที่ใช้สังเกตเพื่อแยกแยะ ลักษณะการปรับแต่ง: หากโดรนติดตั้งอุปกรณ์บางอย่างผิดสังเกต เช่น กล้องความละเอียดสูง อุปกรณ์ปล่อยสัมภาระ หรือระบบสื่อสารพิเศษ มักสื่อถึงการนำไปใช้งานเฉพาะด้าน พฤติกรรมการบินและภารกิจ: วิธีสังเกตที่สำคัญคือ “พฤติกรรมการบิน”

Experts say distinguishing between "civilian drones" and "military drones" is more challenging than expected. Read Post »

News, News Highlight Home

Analysis of Drones and Black Boxes in Border Areas: Insights from a Drone Expert

เมื่อไม่นานมานี้ได้มีการพบโดรนและกล่องสีดำในพื้นที่ใกล้ชายแดนสระแก้ว ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่สร้างความสนใจและคำถามจากหลายฝ่าย โดยเฉพาะในแวดวงความมั่นคงและผู้เชี่ยวชาญด้านอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) ที่ได้มีการวิเคราะห์และให้ความเห็นเกี่ยวกับชิ้นส่วนต่างๆ ที่พบ ทั้งโดรนและกล่องสีดำ ซึ่งมีลักษณะไม่สอดคล้องกันตามที่คาดหวังไว้ การวิเคราะห์ที่ถูกนำเสนอจากผู้เชี่ยวชาญโดรนจึงมีความสำคัญในการทำความเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์นี้ โดยมุ่งเน้นไปที่ความเป็นไปได้ในการใช้งานของโดรนในพื้นที่นั้น รวมถึงความเชื่อมโยงของเหตุการณ์นี้กับสถานการณ์ทางการเมืองหรือความมั่นคงในภูมิภาค 1. ความไม่สอดคล้องของชิ้นส่วน: โดรนและกล่องดำ ประเด็นสำคัญที่ผู้เชี่ยวชาญโดรนได้ชี้ให้เห็นคือความไม่สอดคล้องกันของชิ้นส่วนโดรนและกล่องดำที่พบ โดรนที่ถูกพบมีลักษณะเป็นโดรนขนาดใหญ่ที่สามารถลำเลียงของหนักได้ แต่ในขณะเดียวกัน กล่องดำที่พบกลับมีลักษณะคล้ายกับส่วนประกอบของโดรนปีกตรึง (Fix Wing) โดยเฉพาะ Actuator หรือมอเตอร์ขับปีก ซึ่งไม่ตรงกับการใช้งานของโดรนขนาดเล็กที่มักจะใช้สำหรับการเล่นหรือกิจกรรมที่ก่อความวุ่นวายมากกว่าการใช้งานในเชิงยุทธวิธีหรือการทิ้งระเบิด โดยลักษณะของชิ้นส่วนที่พบสามารถบ่งชี้ว่าโดรนและกล่องดำไม่น่าจะเป็นอุปกรณ์เดียวกัน แสดงให้เห็นว่าอาจจะถูกเก็บแยกกันหรือถูกนำมาประกอบกันหลังจากที่ตกอยู่ในพื้นที่เดียวกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องมีการตรวจสอบเพิ่มเติมเพื่อทำความเข้าใจในรายละเอียดมากขึ้นว่าเกิดเหตุการณ์เช่นไรที่ทำให้ชิ้นส่วนเหล่านี้ตกอยู่ใกล้กัน 2. กล่องดำ: ส่วนประกอบของโดรนปีกตรึง การวิเคราะห์เกี่ยวกับกล่องดำที่พบมีความสำคัญเป็นพิเศษ โดยผู้เชี่ยวชาญโดรนได้ระบุว่า กล่องดำดังกล่าวไม่ได้เป็น GPS หรืออุปกรณ์ที่ใช้ในการจับพิกัดหรือแสดงข้อมูลเกี่ยวกับตำแหน่งของโดรน แต่เป็น Actuator หรือมอเตอร์ขับปีก ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญในระบบการควบคุมการเคลื่อนไหวของปีกโดรน โดยทำหน้าที่ช่วยให้โดรนปีกตรึงสามารถควบคุมการเคลื่อนไหวในอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Analysis of Drones and Black Boxes in Border Areas: Insights from a Drone Expert Read Post »

News, News Highlight Home

The Mysterious Drone in Buriram: Insights from a Drone Expert

การสอดแนมหรือของเล่น? กรณีศึกษาโดรนปริศนาในพื้นที่บุรีรัมย์ เหตุการณ์โดรนปริศนาที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ในช่วงล่าสุดได้สร้างความสงสัยและความกังวลในหมู่ประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดนที่มีความตึงเครียดทางสังคมและการเมือง การพบเห็นวัตถุลึกลับที่ลอยอยู่บนท้องฟ้าและตกลงมาในพื้นที่ชุมชน ทำให้หลายฝ่ายเริ่มตั้งคำถามเกี่ยวกับวัตถุที่พบ รวมถึงเจตนาในการใช้วัตถุเหล่านี้ ทั้งเรื่องของการสอดแนมหรือเพียงแค่การใช้เป็นของเล่นเด็กธรรมดา บทความนี้จะพาผู้อ่านมาทำความเข้าใจและสำรวจกรณีศึกษานี้ผ่านมุมมองของผู้เชี่ยวชาญโดรน เพื่อช่วยไขปริศนาเกี่ยวกับการพบเห็นโดรนปริศนาในพื้นที่บุรีรัมย์ และหาคำตอบสำหรับคำถามที่ยังค้างคาอยู่ การพบเห็นวัตถุลึกลับ เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อชาวบ้านในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์เริ่มรายงานการพบเห็นวัตถุลึกลับที่ลอยอยู่บนท้องฟ้าในช่วงเวลากลางคืน วัตถุที่พบมีลักษณะคล้ายกับโดรนหรือเครื่องบินบังคับขนาดเล็ก โดยมีทั้งสีเหลืองหรือเขียว และสีขาว ตามที่ชาวบ้านรายงานว่ามันลอยอยู่ในอากาศ ก่อนที่จะตกลงไปในสวนยางพาราใกล้ๆ ชุมชน สร้างความตกใจและความสงสัยให้กับประชาชนที่เห็นเหตุการณ์นี้โดยตรง ซึ่งการพบเห็นในช่วงเวลากลางคืนทำให้ยิ่งเพิ่มความสงสัยว่าอาจจะมีการใช้โดรนเหล่านี้ในการสอดแนมหรือมีเจตนาอื่นที่ไม่เหมาะสม การตรวจสอบและการวิเคราะห์จากผู้เชี่ยวชาญโดรน หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่และนำวัตถุที่ตกลงมาไปตรวจสอบ โดยจากการตรวจสอบพบว่าเป็นเครื่องบินบังคับขนาดเล็ก ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับของเล่นที่สามารถบินได้ในระยะทางสั้นๆ ผลการวิเคราะห์จากผู้เชี่ยวชาญด้านอากาศยานไร้คนขับ หรือผู้เชี่ยวชาญโดรนจากสมาคมอากาศยานไร้คนขับแห่งประเทศไทย ชี้ว่า โดรนที่พบมีขนาดและความสามารถจำกัด ไม่เหมาะที่จะใช้ในการสอดแนมหรือการทำภารกิจทางยุทธวิธี https://www.youtube.com/watch?v=rlzlZiUQYk4 ผู้เชี่ยวชาญโดรนได้ชี้แจงว่าโดรนที่พบเป็นของเล่นที่มีขนาดเล็ก และสามารถบินได้ในระยะไม่เกิน 300 เมตร เท่านั้น ซึ่งไม่สามารถบันทึกข้อมูลหรือถ่ายภาพในระดับที่มีความละเอียดสูงหรือใช้งานในทางทหารได้ ทั้งนี้ ยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการดัดแปลงหรือการใช้วัตถุดังกล่าวในทางที่ไม่เหมาะสมเพื่อวัตถุประสงค์ที่ไม่ดี

The Mysterious Drone in Buriram: Insights from a Drone Expert Read Post »

News, News Highlight Home

Unite for a Stronger Frontline

สมาคมอากาศยานไร้คนขับประเทศไทย (Drone Association Thailand: DAT) มีเจตนารมณ์ในการสนับสนุนความพร้อมของกำลังพลและหน่วยงานที่ปฏิบัติหน้าที่บริเวณชายแดน โดยมุ่งเน้นเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ ระบบต่อต้านและตรวจจับโดรน (Anti-Drone System) และการสนับสนุนการผลิตโดรนเชิงกลยุทธ์ที่จำเป็นต่อภารกิจภาคสนาม 📣 ระยะเวลาดำเนินโครงการ 20 สิงหาคม 2568 – 19 สิงหาคม 2569 (ตลอด 24 ชั่วโมง) 🎯 วัตถุประสงค์ของโครงการ เสริมสร้างความพร้อมบุคคลกรในสมาคมฯ ระดมทุนเพื่อเสริมสร้างความพัฒนาและวิจัยระบบไร้คนขับทั้งทางบก อากาศ น้ำ และอวกาศ พัฒนาระบบ Anti-Drone System : ร่วมสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีที่ใช้ในการตรวจจับและทำลายโดรนกับผู้ผลิตภาคเอกชน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการป้องกัน การโจมตีทางอากาศ สนับสนุนการผลิตโดรนเชิงกลยุทธ์: ร่วมกับผู้ผลิตภาคเอกชนโดรนในประเทศ เพื่อสร้างระบบที่มีประสิทธิภาพในการใช้งานในภารกิจ

Unite for a Stronger Frontline Read Post »

News, News Highlight Home

Summary of the Situation: “Rumors of Large Drones” and Border Security Measures between Thailand and Cambodia

ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ข่าวลือเกี่ยวกับ “โดรนขนาดใหญ่ที่เข้าข่ายการสอดแนม” กลายเป็นกระแสในโลกออนไลน์ สร้างทั้งความตื่นตระหนกและความกังวลในสังคมไทย โดยเฉพาะกับพื้นที่ชายแดนซึ่งเป็นจุดอ่อนไหวด้านความมั่นคง อย่างไรก็ตาม สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ออกมายืนยันชัดเจนแล้วว่า ข่าวเรื่องโดรนสายลับขนาดใหญ่ที่มีการตั้งรางวัลนำจับ 100,000 บาทต่อผู้แจ้งเบาะแสนั้น “ไม่เป็นความจริง” และขอให้ประชาชนใช้วิจารณญาณ ตรวจสอบแหล่งข่าวอย่างรอบคอบ เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนในสังคม แม้ข่าวลือจะเป็นเท็จ แต่ข้อเท็จจริงคือ มี “การใช้โดรนตรวจการณ์” ในหลายพื้นที่จริง เช่น ช่องอานม้า อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี พื้นที่ภูภูมะเขือ สัตตโสมปราสาท อำเภอกันฑลลักษณ์ จังหวัดศรีสะเกษ รวมถึงช่องจอมและช่องสายตา แม้จะยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นโดรนของฝ่ายใด แต่ภาพจากกล้องวงจรปิดและรายงานของชาวบ้านก็สะท้อนถึงความไม่สบายใจต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ท่ามกลางความกังวลดังกล่าว สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยได้ออก “ประกาศห้ามบินโดรนทั่วประเทศ” เป็นกรณีพิเศษในช่วง 30 กรกฎาคม ถึง 15 สิงหาคมนี้

Summary of the Situation: “Rumors of Large Drones” and Border Security Measures between Thailand and Cambodia Read Post »

News, News Highlight Home

Buriram on Alert Against Suspicious Drones — A Test of Modern Airborne Threat Interception Systems

กรณีจังหวัดบุรีรัมย์พบโดรนต้องสงสัยบินเหนือท้องฟ้าใกล้ชายแดนกัมพูชาหลายครั้ง ได้รับความสนใจจากทั้งภาครัฐและชุมชนในพื้นที่ ล่าสุดผู้เชี่ยวชาญด้านอากาศยานไร้คนขับของไทยอย่าง “จรรยวรรธน์ ชาติอนุลักษณ์” นายกสมาคมอากาศยานไร้คนขับประเทศไทย ได้ให้สัมภาษณ์และวิเคราะห์เจาะลึกถึงลักษณะและภัยของโดรนในพื้นที่นี้ ผู้เชี่ยวชาญอธิบายว่า โดรนที่พบบ่อยในพื้นที่ชายแดนเป็น “โดรนพลเรือนทั่วไป” ที่มีขีดความสามารถสูง ทั้งในเรื่อง “การขึ้นบินที่ระดับความสูง 300-500 เมตร” และ “ระยะทำการไกลสุดประมาณ 10 กิโลเมตร” แม้จะเป็นเพียงโดรนเพื่อการถ่ายภาพและสอดแนม แต่กลับสามารถเก็บข้อมูลพิกัดได้แบบเรียลไทม์ ทำให้เมื่อสถานการณ์รุนแรงหรือเกิดความขัดแย้ง ยุทธวิธีที่นำข้อมูลเหล่านี้ไปใช้เพื่อชี้เป้าหมายโจมตีย่อมเป็นภัยที่ต้องเฝ้าระวังอย่างยิ่ง ในด้านการป้องกันและตอบโต้ ผู้เชี่ยวชาญเน้นย้ำถึง “เทคโนโลยีระบบสกัดโดรน” ของไทยที่เริ่มมีการนำไปใช้จริงในพื้นที่สำคัญ เช่น ระบบที่ทำงานร่วมกันของเครื่องรบกวนสัญญาณ (Jammer) ด้วยการส่งสัญญาณรบกวนเชื่อมต่อระหว่างโดรนกับผู้ควบคุม ทำให้โดรนเสียการควบคุมหรือกลับจุดเริ่มต้น กับระบบเครื่องตรวจจับพิเศษ (Detector) ที่ใช้วิเคราะห์ชนิด ระบุเส้นทางบิน และแจ้งเตือนเมื่อพบโดรนต้องสงสัยในพื้นที่ การผสานเทคโนโลยีทั้งสองนี้ช่วยให้ไทยสามารถสกัดโดรนข้าศึกหรือโดรนสายลับได้ทันทีแม้อยู่ในสถานการณ์ไม่แน่นอน ผู้เชี่ยวชาญยังเสนอว่า ภาครัฐควรสร้างระบบแจ้งเตือนและสร้างแพลตฟอร์มให้ประชาชนรายงานข้อมูลโดรนต้องสงสัย

Buriram on Alert Against Suspicious Drones — A Test of Modern Airborne Threat Interception Systems Read Post »

News, News Highlight Home

Confronting Nighttime Drone Threats — Border Tensions and Lessons for Thailand’s Future

เหตุการณ์โดรนบินวนยามค่ำคืนเหนือท้องฟ้าประโคนชัย บ้านกรวด และพื้นที่ 4 อำเภอในสุรินทร์ กลายเป็นเหตุการณ์สำคัญที่สร้างความวิตกกังวลและความไม่มั่นใจให้กับชาวบ้านในพื้นที่อย่างชัดเจน หลายครอบครัวต่างกังวลและระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเมื่อมีเสียงปืนใหญ่จากฝ่ายทหารดังขึ้น เพื่อหวังสกัดกั้นการบินของโดรนปริศนาเหล่านี้ แม้จะยังไม่มีรายงานที่ชัดเจนว่าโดรนถูกยิงตกหรือไม่ แต่เหตุการณ์นี้ก็สะท้อนให้เห็นถึงบรรยากาศความตึงเครียดและความตื่นตัวที่ปกคลุมตามแนวชายแดน สิ่งที่น่าสนใจจากกรณีนี้ คือเสียงสะท้อนและวิเคราะห์จากผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ โดยเฉพาะนายกสมาคมอากาศยานไร้คนขับประเทศไทย ซึ่งได้ให้ความเห็นว่าโดรนที่พบเห็นในพื้นที่ชายแดนอาจเป็นโดรนเกรดสูงที่ซื้อขายจากจีน มีคุณสมบัติด้านระยะบินไกลถึง 20-50 กิโลเมตรหากใช้ร่วมกับรีโมทควบคุม อีกทั้งอาจถูกโปรแกรมให้บินอัตโนมัติเพื่อเก็บภาพและระบุพิกัดฐานทัพ จุดยุทโธปกรณ์ หรือบังเกอร์ต่าง ๆ ของฝั่งไทย ความล้ำหน้าทางเทคโนโลยีเช่นนี้เน้นย้ำความจำเป็นที่ประเทศไทยจะต้องมีระบบตรวจจับ การเตรียมสต็อกอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง และการวางยุทธศาสตร์การเฝ้าระวังใหม่ๆ รองรับอนาคตที่ภัยจากโดรนจะทวีความซับซ้อนยิ่งขึ้น ผู้เชี่ยวชาญเตือนด้วยว่า เหตุการณ์ความไม่สงบเกี่ยวกับการบินของโดรนบนท้องฟ้าชายแดน ไม่ใช่ครั้งแรกและคงไม่ใช่ครั้งสุดท้าย ยุทธศาสตร์รับมือที่เพียงพอและมีประสิทธิภาพควรเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งฝั่งภาครัฐและภาคประชาชน ชาวบ้านควรช่วยกันเป็นหูเป็นตา แจ้งเจ้าหน้าที่หากพบสิ่งผิดปกติหรือบุคคลน่าสงสัยในพื้นที่ เพื่อเสริมความปลอดภัยในชุมชน ขณะที่ภาครัฐต้องเข้มงวดเรื่องการพัฒนาเทคโนโลยีตรวจจับและป้องกัน การฝึกอบรมกำลังคน และการสื่อสารข้อมูลสารสนเทศให้ประชาชนตระหนักภัยคุกคามได้ทันเหตุการณ์ การเก็บกู้วัตถุระเบิดที่ตกค้างและการส่งทหารกัมพูชาผู้บุกรุกกลับประเทศ สะท้อนความร่วมมือของหลายฝ่ายในการรักษาความปลอดภัยและควบคุมสถานการณ์ แม้จะอยู่ท่ามกลางความไม่แน่นอนและความตึงเครียดทางการเมือง

Confronting Nighttime Drone Threats — Border Tensions and Lessons for Thailand’s Future Read Post »

News, News Highlight Home

Expert Opinions on the Thai-Cambodian Border Situation – Challenges and Responses to Emerging Threats

สถานการณ์โดรนที่บินเข้าพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเฉพาะในอุบลราชธานีและบุรีรัมย์ ได้สร้างความห่วงกังวลต่อความมั่นคงอย่างมาก เพราะถือเป็นสัญญาณของความท้าทายใหม่ด้านภัยคุกคามจากเทคโนโลยีสมัยใหม่ ในช่วงท้ายของรายงาน ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับได้ให้ความเห็นเชิงลึกว่า โดรนที่พบในพื้นที่ส่วนใหญ่น่าจะเป็นโดรนลาดตระเวนที่ใช้เพื่อการสอดแนมและเก็บข้อมูลจุดยุทธศาสตร์หรือความเคลื่อนไหวในฝั่งไทย ยังไม่ใช่โดรนกามิกาเซ่หรือโดรนโจมตีโดยตรง แม้จะยังไม่เห็นเหตุการณ์โจมตีจริง แต่นั่นมิใช่สัญญาณบ่งบอกว่าปลอดภัย เพราะโดรนลาดตระเวนมีศักยภาพสูงในการส่งข้อมูลให้ฝ่ายตรงข้ามสามารถชี้เป้าหมายและดำเนินการโจมตีแบบแม่นยำในอนาคตได้ ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าการปล่อยให้โดรนสอดแนมปฏิบัติการในพื้นที่ชายแดนจะเป็นภัยเงียบที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายรุนแรงในระยะยาว ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ประเทศไทยจะต้องยกระดับมาตรการป้องกัน ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาเทคโนโลยี “แอนตี้โดรน” หรือระบบต่อต้านโดรนภายในประเทศเอง แทนการนำเข้าเทคโนโลยีเชิงพาณิชย์หรือจากต่างประเทศ เพราะอุปกรณ์ตรวจจับและควบคุมที่รับมาจากผู้ผลิตใหญ่มีความเสี่ยงสูงต่อการถูกเจาะระบบ ถูกเปิดเผยรหัสให้ฝ่ายตรงข้าม และอาจทำให้ศัตรูสามารถระบุตำแหน่งผู้ควบคุมโดรนฝั่งไทยได้โดยง่าย ผู้เชี่ยวชาญจึงเน้นย้ำว่าการสร้างนวัตกรรม “ผลิตเองใช้เอง” จะลดความเสี่ยงด้านความมั่นคง และช่วยให้สามารถรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ ยังมีการกล่าวถึงภัยคุกคามในอนาคตที่น่ากลัวอย่าง “โดรนกามิกาเซ่” หรือโดรนพลีชีพ แม้ประเทศไทยจะยังไม่พบการใช้งานโดยตรง แต่ต้องจับตาใกล้ชิด เพราะในเวทีโลกโดยเฉพาะอย่างยิ่งในสงครามยูเครน-รัสเซีย โดรนประเภทนี้ถูกพัฒนาให้มีความเร็ว ความแม่นยำ สามารถติดอาวุธและโจมตีเป้าหมายยุทธศาสตร์ได้อย่างรุนแรง เหนืออื่นใดผู้เชี่ยวชาญจึงชี้ว่า ทางรอดของไทยในยุค “สงครามเทคโนโลยี” คือการเร่งสร้างระบบตรวจจับและสกัดโดรนของตัวเองให้ทันสมัย ปิดช่องว่างที่อาจถูกเจาะข้อมูล ลดการพึ่งพาต่างประเทศ และพัฒนากำลังพล

Expert Opinions on the Thai-Cambodian Border Situation – Challenges and Responses to Emerging Threats Read Post »

Scroll to Top